ในญี่ปุ่น การพูดว่าไม่ซับซ้อนกว่าที่ตำราเรียนบอก ชาวญี่ปุ่นแทบไม่ใช้คำว่า "ไม่" ตรงๆ เพื่อปฏิเสธคนอื่น พวกเขาชอบให้คำตอบอ้อมๆ แทนที่จะปักคำเดียวจบ เพราะให้ค่ากับความกลมกลืนมากกว่าการปิดประตูชัดเจน
คนส่วนใหญ่เรียนว่าคำหลักที่ใช้พูด ไม่ คือ iie (いいえ) นอกจากนี้ยังมี nai (ない) ที่มักถูกเติมท้ายกริยาเพื่อทำให้เป็นรูปปฏิเสธ ทั้งสองคำเจอบ่อย แต่ในชีวิตจริงคนญี่ปุ่นไม่ค่อยปฏิเสธด้วยคำเหล่านี้ล้วนๆ
บางคนที่ตอบคำถามยากไม่ได้จบลงด้วยการใช้สำนวน chotto (ちょっと) ซึ่งแปลตรงๆ ว่า "นิดหน่อย" หรือ "สักครู่" คนฟังที่คุ้นสำเนียงนี้จะรู้ทันทีว่านี่คือการพยายามพูดว่าไม่ โดยเฉพาะกับคำถามอย่าง พรุ่งนี้ไปไหนด้วยกันไหม หรือ ลองทำอันนี้ดูมั้ย

ถ้าใครบอกว่าจะคิดดูก่อน หรืออะไรทำนองนั้น เป็นไปได้ว่าอยากพูดว่าไม่แต่ยังเกรงใจ สำนวนอย่าง kentou sasete kudasai (検討させてください / ขอพิจารณาดู) หรือ kangaeteokimasu (考えておきます / จะคิดไว้) จึงเป็นคำใบ้สำคัญ
สารบัญ 5
เมื่อคำตอบว่า "ใช่" คือการปฏิเสธ
แม้แต่ตอนปฏิเสธคำขอ คนญี่ปุ่นก็ใช้คำว่าใช่เพื่อพูดว่าไม่ ตัวอย่าง: จะตอบคำถามนี้ยังไง — วันนี้มาไม่ได้ใช่ไหม? บางคนจะตอบ ไม่ ฉันมาไม่ได้ แต่คนญี่ปุ่นมักตอบ ใช่ ฉันมาไม่ได้
ภาษาญี่ปุ่นตอบตามประโยคที่ถาม ไม่ได้ตอบตามขั้วแบบภาษาไทยหรืออังกฤษ ถ้าถามว่า 今日は来られませんか (kyou wa koraremasen ka / วันนี้มาไม่ได้ใช่ไหม) คำตอบที่เป็นธรรมชาติคือ はい、行けません (hai, ikemasen) — ใช่ครับ ไปไม่ได้ ถ้าตอบ いいえ ที่นี่จะฟังเหมือนกำลังแก้ว่า "เปล่า ฉันไปได้"
จุดนี้ทำให้ผู้เรียนสับสนกับตำราที่สอนคู่ hai / iie เหมือน yes / no ของอังกฤษ คู่คำนั้นใช้ได้ตอนตอบแบบฟอร์มหรือคำถามตรงๆ ว่าใช่หรือไม่ใช่ แต่พอประโยคมีปฏิเสธปนอยู่แล้ว ขั้วจะกลับด้าน
いいえ いえ いや — ไม่ใช่คำเดียวกัน
เมื่อถูกถามเป็นภาษาญี่ปุ่น แม้คำตอบจะเป็นไม่ คนญี่ปุ่นแทบไม่ใช้สำนวน iie [いいえ] ล้วนๆ เป็นไปได้มากกว่าว่าจะใช้ nai [ない] หรือไม่ใช้คำว่าไม่เลย
ในแบบเรียน いいえ คือ "ไม่" ที่สุภาพที่สุด แต่ในบทสนทนาจริงมันฟังห้วนได้ง่าย จึงมักย่อเหลือ ie (いえ) ในร้านค้าหรือตอนแก้ความเข้าใจผิดเบาๆ ส่วน iya (いや) ใช้กับคนสนิท ฟังนุ่มกว่า แต่ไม่เหมาะกับเจ้านายหรือคนแปลกหน้า
บ่อยครั้งคนญี่ปุ่นจะตอบด้วยเสียงสั้นๆ ก่อน แล้วตามด้วยประโยคปฏิเสธที่กริยาลงท้ายด้วย "masen" [ません] เสียงเหล่านี้โดยทั่วไปคือ:
- いや
- ああ
- あ
- や
- いえ
ในชีวิตจริง "iya" [いや] เป็นรูปแบบที่พบบ่อยที่สุดในการพูดว่าไม่แบบกันเอง การใช้มักตามด้วยประโยคปฏิเสธ หรือบางครั้งด้วย "nai desu" [ないです]
ปัญหาใหญ่คือ [いや] ยังใช้ในประโยคยืนยันได้ ซึ่งอาจทำให้สับสน ในบางสถานการณ์ใช้แสดงความประหลาดใจหรือเป็นคำอุทาน ไม่ได้แปลว่าปฏิเสธทุกครั้ง
ถ้าเป็นพ่อค้าแม่ค้า อาจใช้รูปย่อของ "iie" [いいえ] โดยพูดเพียง "ie" [いえ] คำว่า [いいえ] เองมักได้ยินในความหมาย ไม่เป็นไร หรือ "ไม่ใช่เรื่องใหญ่" มากกว่าเป็นคำว่าไม่ล้วนๆ
คำที่ใช้แทนการพูดว่าไม่
ทางเลือกอื่นๆ ในการพูดว่าไม่ตรงๆ คือ:
- Dame (ダメ) - ไม่ดี, ไม่ได้, ผิด, ต้องห้าม;
- Dekinai (出来ない) - ฉันทำไม่ได้;
- Muri (無理) - เป็นไปไม่ได้, ฝืนเกินไป;
คำด้านล่างนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นคำปฏิเสธโดยตรง แต่ใช้ปฏิเสธคำขอได้เหมือนคำว่าไม่:
- Chigau (違う) - ต่างกัน, ไม่ใช่แบบนั้น;
- Kekkou desu (結構です) - ไม่เป็นไร ขอบคุณ / พอแล้ว;
- Kibishii (厳しい) - ยาก, เข้มงวด (เงื่อนไขไม่เอื้อ);
- Ikemasen (行けません) - ไปไม่ได้;
- Taihen (大変) - หนักมาก, ลำบาก;
- Iya (嫌) ไม่น่าพอใจ, ไม่เอา;
- Moushiwakenai (申し訳ない) ขอโทษ, รู้สึกเสียใจ;
- Bimyou (微妙) - ละเอียดอ่อน, ยังตัดสินใจไม่ได้;
- Isogashii (忙しい) - ยุ่ง;
ยังมี uun (ううん) ที่สับสนได้ง่าย สำนวนนี้ใช้พูดว่าไม่แบบกันเอง แต่ในขณะเดียวกัน ขึ้นอยู่กับน้ำเสียง un (うん) คือคำว่าใช่ ถ้าฟังไม่ทันจังหวะ จะสลับขั้วทันที

結構です และ 大丈夫です — กล่องที่สลับความหมาย
Kekkou desu (結構です) เป็นคำที่ทำให้ผู้เรียนหลงทางบ่อยที่สุด คำเดียวกันนี้ใช้ได้ทั้ง "พอดีแล้ว ขอบคุณ" และ "ไม่เอา ขอบคุณ" ตอนพนักงานถามว่าจะเติมน้ำชาอีกไหม คำตอบ いいえ、結構です คือปฏิเสธอย่างสุภาพ ไม่ได้แปลว่าของนั้นดีพอแล้วในความหมายชม
Daijoubu desu (大丈夫です) ก็เดินคนละทางกับตำราได้ แปลตรงๆ ว่า "ไม่เป็นไร / ไหว" แต่พอมีคนยื่นความช่วยเหลือหรือเสนอของเพิ่ม ประโยค 大丈夫です、ありがとうございます คือการปฏิเสธนุ่มๆ — ฉันจัดการได้เอง ไม่ต้องแล้ว
ในร้านและเคาน์เตอร์ ยังได้ยิน ii desu (いいです) ในโทนเดียวกัน น้ำเสียงและท่ามือส่ายเบาๆ เป็นตัวบอกขั้ว ไม่ใช่ตัวอักษรในพจนานุกรมอย่างเดียว
ปฏิเสธยังไงไม่ให้ห้วน
ถ้ามีคนชวนไปทำอะไร สามารถใช้ isogashii, ikemasen หรือ dekinai ได้ง่ายๆ ถ้ามีคนขอหรือแนะนำสิ่งที่อึดอัดหรือเป็นไปไม่ได้ คำอย่าง muri, dame, kekkou desu และ taihen จะตรงกว่า ดูแก่นและความหมายของคำก่อน แล้วค่อยเลือกน้ำเสียง
คำเหล่านี้บางคำมีความหมายครบก็ต่อเมื่ออยู่ในบริบทหรือประโยคเต็ม เมื่อปฏิเสธ สิ่งที่ช่วยได้มากคือ คำขอโทษ (ごめんなさい) และ คำขอบคุณ (ありがとう) สามารถพูดถึงข้อดีของคำขอก่อน แล้วตามด้วย "แต่" (だけど)
คำว่า dekinai ซึ่งหมายถึงทำไม่ได้ มักเผยความเสียใจของผู้พูด เพราะสถานการณ์ไม่เปิดทางให้ทำอย่างอื่น คำอย่าง Moushiwakenai และ Isogashii เป็นทางการกว่า และได้ยินบ่อยในที่ทำงาน ถ้าบอกว่ายุ่งจริงๆ คนตรงข้ามแทบจะไม่ชวนวันอื่นต่อทันที
ในที่ทำงานแบบสุภาพยิ่งขึ้น คนญี่ปุ่นอาจพูด 今回は遠慮させていただきます (konkai wa enryo sasete itadakimasu / ครั้งนี้ขออนุญาตไม่รับไว้) หรือ 難しいですね (muzukashii desu ne / เป็นเรื่องยากนะ) แล้วปล่อยให้ประโยคค้างไว้ ผู้ฟังที่คุ้นรหัสนี้จะรู้ว่านั่นคือการปฏิเสธ ไม่ใช่คำเชิญให้ต่อรองยาว
ถ้าอยากดูขั้วตรงข้ามของคำตอบสั้นๆ มีบทความเรื่อง วิธีพูดว่าใช่ในภาษาญี่ปุ่น ที่จับคู่กับ hai, un และสำนวนรับได้ดี
ชุมชน
ความคิดเห็น
0 ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็นที่เผยแพร่ในภาษานี้
ส่งความคิดเห็น