ดารุมะหน้าดุ ตัวกลมแดง ไม่มีแขนขา และตาขาวว่างเปล่า ถ้าไม่รู้เรื่องมาก่อน อาจนึกว่าเป็นของน่ากลัว แต่ในญี่ปุ่นคนซื้อมันไม่ใช่เพื่อวางโชว์อย่างเดียว — เขาซื้อเป้าที่ยังไม่สำเร็จ
ตัวตุ๊กตาเป็นงานแปะกระดาษ ไม่ใช่ไม้แกะ และฐานโค้งแบบล้มลุก: ผลักแล้วลุก เพราะสุภาษิต nanakorobi yaoki(七転び八起き)— ล้มเจ็ดครั้ง ลุกแปดครั้ง — ถูกปั้นลงบนตัวมันจริง ๆ
สารบัญ 7
ต้นกำเนิดและประวัติของดารุมะ
ดารุมะเป็นรูปปั้นญี่ปุ่นที่เป็นตัวแทนของพระโพธิธรรม หรือ Bodhidharma ที่ญี่ปุ่นเรียก Daruma Daishi(達磨大師) พระภิกษุจากอินเดียผู้วางรากพุทธนิกายเซ็นในจีน ตำนานเล่าว่าท่านนั่งสมาธิเก้าปีโดยไม่ลุก จนแขนขาฝ่อไปกับจีวรแดง
ตุ๊กตาที่เห็นตามแผงปีใหม่ไม่ได้เกิดจากไม้แกะ แต่จากงานแปะกระดาษ(張り子)ตัวกลม ไม่มีแขนขา และไม่มีรูม่านตา แม้หน้าตาจะดุ แต่ไม่ใช่เครื่องรางชั่วร้าย — คนญี่ปุ่นใช้ขอพร ตั้งเป้า และเตือนตัวเองไม่ให้ล้มแล้วค้าง
ทฤษฎีหนึ่งที่เมืองทาคาซากิ จังหวัดกุนมะ เล่าว่าวัดโชรินซังดารุมะจิ(少林山達磨寺)เคยแจกภาพพระโพธิธรรมเป็นเครื่องรางปีใหม่ หลังทุพภิกขภัยราวสองร้อยปีก่อน พระในวัดเลยทำแม่พิมพ์ตุ๊กตาแปะกระดาษให้ชาวนา โดยเฉพาะชาวไร่ไหม ทำขายเป็นรายได้เสริม รูปร่างล้มลุกยืมแนวจาก okiagari koboshi ตุ๊กตาฐานถ่วงที่ล้มแล้วลุก

ความหมายของดารุมะ
ชื่อดารุมะเป็นการคารวะพระโพธิธรรม เขียนด้วยคันจิ「達磨」โดย 達 หมายถึง ถึง บรรลุ และ 磨 หมายถึง บด ขัด ลับให้คม
ดารุมะถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่น เพราะตัวมันตั้งตรงได้แม้ถูกผลัก ดังนั้นเราไม่ควรยอมแพ้ต่อความฝัน ไม่ว่าจะเจออุปสรรคอะไร ก็ยังควรพยายามต่อไป
รายละเอียดบนตัวตุ๊กตา
สีแดงมาจากจีวรพระชั้นสูง และยังถูกเชื่อว่าไล่ตาชั่วร้ายกับโรคภัย ทฤษฎีหนึ่งโยงสีแดงกับการขอพรให้พ้นไข้ทรพิษในยุคเอโดะ
ดารุมะไม่มีรูม่านตา เพราะตำนานเล่าว่าพระธรรมะตัดเปลือกตาเพื่อไม่ให้ง่วงระหว่างนั่งสมาธิเก้าปีในถ้ำ
ตัวกลม อ้วน ไม่มีแขนขา เพราะภาพพระที่นั่งจนแขนขาฝ่ออยู่ในจีวรแดง ความทุ่มเทและการเสียสละนี้ทำให้ดารุมะถูกโยงกับความหวัง ความอดทน และการทำให้ฝันเป็นจริง
คิ้ววาดเป็นรูปนกกระเรียน เคราวาดเป็นรูปเต่า คนญี่ปุ่นว่านกกระเรียนอายุพันปี เต่าอายุหมื่นปี จึงเป็นเครื่องหมายอายุยืน บางแบบยังแทรกสน ไผ่ และบ๊วย(松竹梅)ลงบนใบหน้า
วิธีใช้ดารุมะ
ช่วง โอโชกัตสึ ปีใหม่ญี่ปุ่น หลายครอบครัวซื้อดารุมะเป็นสัญลักษณ์ของความปรารถนาทั้งปี
ประเพณีที่ใช้กันคือเขียนเป้าหรือคำอธิษฐานไว้ด้านหลัง แล้วทาตาข้างหนึ่ง เมื่อเป้าสำเร็จ ค่อยทาตาอีกข้าง ดารุมะแบบทาคาซากิมักเริ่มที่ตาซ้ายของตุ๊กตา ซึ่งอยู่ทางขวามือคนมอง แต่ลำดับไม่ตายตัวทุกท้องถิ่น สิ่งที่สำคัญกว่าคือการเปิดตาให้ตุ๊กตาและผูกมันกับเป้าที่ชัดเจน
วางไว้ในที่ที่มองเห็นทุกวัน จะได้ไม่ลืมว่าตัวเองสัญญาอะไรไว้กับก้อนแดงก้อนนั้น การทาตาไม่ใช่แค่พิธี แต่วิธีบังคับให้เป้าอยู่ในสายตา
เมื่อครบรอบปี หรือเมื่อสมหวังแล้ว นิยมนำดารุมะคืนวัดหรือศาลเจ้าเพื่อเผาในพิธี daruma-kuyō(だるま供養)หรือโอตาคิอาเงะ ไม่ใช่เทศกาลเซ็ตสึบุงตามที่เล่ากันผิด ๆ ในกุนมะยังมีตลาดปีใหม่อย่างฮัตสึอิจิที่รับตุ๊กตาเก่าและขายตัวใหม่ต่อ แม้เป้ายังไม่สำเร็จ บางคนก็ทาตาข้างที่สองเป็นการขอบคุณที่ดารุมะรับสิ่งไม่ดีแทนทั้งปี แล้วซื้อตัวใหม่ตั้งเป้าเดิมอีกครั้ง
เวลายกเลือกตั้งในญี่ปุ่น ผู้สมัครมักทาตาข้างที่สองต่อหน้ากล้องเมื่อชนะ นั่นคือเวอร์ชันการเมืองของพิธีเดียวกัน: เป้าสำเร็จ ตาครบ

สีของดารุมะมีความหมายตายตัวหรือไม่
สีที่พบมากที่สุดยังเป็นสีแดง ของนำโชคอย่าง มาเนกิเนโกะ ก็มีชุดสีขายคล้ายกัน แต่สีอื่นของดารุมะใหม่กว่า และความหมายไม่คงที่เท่าที่ร้านชอบติดป้าย
ด้านล่างเป็นแบบที่แผงมักจัดไว้ให้เลือก ไม่ใช่กฎโบราณข้อเดียว:
- แดง: โชคดีโดยรวม ปัดเป่าสิ่งไม่ดี ความสำเร็จ
- ทองหรือเหลือง: เงินและความมั่งคั่ง
- ดำ: ธุรกิจหรือการค้า — บางร้านก็โยงกับการเรียน
- ชมพู: ความรักและมิตรภาพ
- เขียว: สุขภาพร่างกาย
- น้ำเงิน: การเรียนหรือหน้าที่การงาน
- ขาว: เริ่มต้นใหม่ หรือเป้าหมายที่อยากทำให้จบ
- ม่วง: สุขภาพและอายุยืน ตามที่บางท้องถิ่นใช้
เลือกสีตามเป้าที่ตัวเองยอมทำ ไม่ตามแคตตาล็อก ถ้าอยากได้คำอวยพรเป็นภาษาญี่ปุ่นไปคู่กับตุ๊กตา มีทั้ง วิธีพูดว่าโชคดี ให้เลือกใช้จริง

ดารุมะทำอย่างไร
ดารุมะแบบดั้งเดิมทำทีละตัวโดยช่าง ขึ้นรูปจากแม่พิมพ์ แปะกระดาษเปียกหลายชั้น ปล่อยให้แห้ง แล้วลงสีและหน้าด้วยมือ
- ขึ้นรูป: ใช้แม่พิมพ์ไม้ แปะชั้นกระดาษเปียกจนเป็นไข่หรือทรงกลม
- แห้ง: ปล่อยให้แห้งตามธรรมชาติ หลายวันถึงหลายสัปดาห์ ตามขนาด
- ลงสี: ทาตัวด้วยสีที่เลือก แดงยังเป็นสีหลัก แต่สีอื่นก็มี
- เขียนหน้า: วาดคิ้ว เครา และรายละเอียด ปล่อยรูม่านตาว่างให้เจ้าของทาเอง
- บรรจุ: ใส่กล่องพร้อมขาย ตามแผงวัด ตลาดปีใหม่ และร้านในทาคาซากิ
จะหาตุ๊กตาขอพรได้ที่ไหน
ทาคาซากิในกุนมะผลิตดารุมะทำมือราวร้อยละ 80 ของประเทศ เมืองนี้ทำตุ๊กตานี้มาตั้งแต่ราวศตวรรษที่ 17 เมื่อชาวนาพึ่งการเก็บเกี่ยวและใช้ดารุมะเป็นเครื่องราง วัดโชรินซังยังเป็นจุดที่คนไปดูกองดารุมะและซื้อตัวใหม่หลังปีใหม่
ขนาดมีตั้งแต่ประมาณ 6 ถึง 75 เซนติเมตร มีแบบผู้หญิงที่เรียก Hime Daruma ซึ่งพ่อแม่บางบ้านซื้อให้เด็กเล็ก มีคนเล่าว่าไม่ควรซื้อให้ตัวเอง แต่ในญี่ปุ่นคนซื้อดารุมะของตัวเองเป็นเรื่องปกติ ไม่เหมือนเครื่องรางบางชนิดที่นิยมให้เป็นของขวัญ ปีใหม่ยังมีถุงสุ่มอย่าง ฟุกุบุคุโระ วางขายคู่กับแผงเครื่องรางชุดเดียวกัน

ในยุคเอโดะ ศิลปินบางคนวาดดารุมะเป็นรูปอวัยวะเพศ เพราะทั้งสองอย่างล้มไม่ลง โสเภณีในยุคนั้นยังถูกเรียกว่าดารุมะ เพราะทำให้ของลูกค้าตั้งขึ้นได้
ตัดมุกการค้าออกไป ดารุมะแทนได้สามอย่าง: เป้าหมายของคุณ การกระทำของคุณ และผลลัพธ์ คุณคิดอย่างไรกับตุ๊กตาพวกนี้?
ชุมชน
ความคิดเห็น
0 ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็นที่เผยแพร่ในภาษานี้
ส่งความคิดเห็น