ถ้าคุณจำฉากชวนกินใน Tonari no Kaibutsu-kun ได้ เมนูนั้นคือ มอนจายากิ หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกสั้น ๆ ว่า มอนจะ อาหารหน้าเตาสไตล์โตเกียวที่เนื้อเหลวกว่าพวกโอโคโนมิยากิ จุดเด่นของจานนี้ไม่ใช่ความสวยตอนลงกระทะ แต่เป็นกลิ่นซอสไหม้อ่อน ๆ กับขอบกรอบที่ขูดกินทีละคำบนแผ่นเหล็กร้อน

สารบัญ 5
มอนจายากิคืออะไร
มอนจายากิเป็นอาหารท้องถิ่นของโตเกียว โดยเฉพาะย่านสึคิชิมะและเขตชิตะมาจิ แป้งจะถูกผสมน้ำ ดาชิ และซอสให้เหลวกว่าที่ใช้ทำ โอโคโนมิยากิ มาก เวลากินจึงใช้ตะหลิวเล็กขูดจากขอบที่เริ่มเกรียมแทนการตัดเป็นชิ้นใหญ่แบบแพนเค้ก
ข้อมูลจากกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงญี่ปุ่นระบุว่าเมนูนี้แพร่หลายมากหลังสงคราม เมื่อวัตถุดิบมีจำกัด คนจึงใช้แป้งผสมน้ำบนกระทะเป็นของกินง่าย ๆ ก่อนจะค่อย ๆ พัฒนาเป็นมอนจายากิที่ใส่กะหล่ำปลี กุ้งแห้ง เท็นคาสึ และซอสอย่างที่คุ้นกันในปัจจุบัน
ส่วนผสมสำหรับ 2 ถึง 3 คน
- กะหล่ำปลี 300 กรัม หั่นเป็นชิ้นค่อนข้างหยาบ
- ปลาหมึกหั่น 1 ช้อนโต๊ะ
- กุ้งแห้ง 1 ช้อนโต๊ะ
- เท็นคาสึ 1 หยิบมือ
- น้ำ 350 ซีซี
- แป้งสาลี 30 กรัม
- ผงดาชิ 1 ช้อนชา
- ซอสวูสเตอร์ 2 ช้อนโต๊ะ ปรับเพิ่มได้ตามชอบ
- อาโอโนริ คัตสึโอะบุชิ และพริกไทย สำหรับโรยหน้า
ถ้าอยากให้รสเข้มขึ้นแบบร้านมอนจะสมัยใหม่ สามารถเพิ่มชีส โมจิ ข้าวโพด หรือเมนไทโกะได้ แต่ถ้าทำครั้งแรก ควรเริ่มจากสูตรพื้นฐานก่อนเพื่อให้คุมความเหลวของแป้งง่ายกว่า
วิธีทำมอนจายากิ
- ผสมน้ำ แป้งสาลี ผงดาชิ และซอสวูสเตอร์ในชามจนเนียน จากนั้นพักไว้สั้น ๆ ให้แป้งคลายตัว
- วางกะหล่ำปลี ปลาหมึก กุ้งแห้ง และเท็นคาสึลงบนหน้าส่วนผสม แล้วคลุกพอเข้ากัน อย่าคนแรงเกินไปจนกะหล่ำปลีแฉะ
- ตั้งกระทะแบนหรือเตาไฟฟ้าให้ร้อน ทาน้ำมันบาง ๆ แล้วตักเฉพาะส่วนที่เป็นไส้ลงไปผัดก่อน ใช้ตะหลิวสับให้ชิ้นเล็กลงเล็กน้อย
- เมื่อกะหล่ำปลีเริ่มนิ่ม ให้รวบไส้เป็นวงกลมและเว้นตรงกลางไว้เหมือนโดนัท ขั้นตอนนี้สำคัญมาก เพราะช่วยไม่ให้น้ำแป้งไหลกระจาย
- ค่อย ๆ เทแป้งเหลวลงตรงกลาง รอจนเดือดปุดเบา ๆ แล้วใช้ตะหลิวผสมทุกอย่างเข้าด้วยกัน
- เกลี่ยเป็นแผ่นบาง ปล่อยให้ส่วนขอบเริ่มเกรียม จากนั้นขูดกินทีละคำ โรยอาโอโนริ คัตสึโอะบุชิ และพริกไทยก่อนเสิร์ฟ
เคล็ดลับให้ได้เนื้อสัมผัสแบบร้านมอนจะ
- อย่าทำแป้งข้นเกินไป มอนจายากิที่ดีต้องยังดูเหลวอยู่บ้าง เพราะความหนึบจะเกิดตอนแป้งโดนความร้อนบนแผ่นเหล็ก
- ผัดไส้ก่อนเทแป้ง วิธีนี้ช่วยให้กะหล่ำปลีหวานขึ้นและทำขอบได้ง่าย
- กินจากขอบก่อน จุดที่อร่อยที่สุดมักเป็นส่วนที่เริ่มกรอบและมีกลิ่นซอสไหม้อ่อน ๆ
- ใช้ไฟกลางค่อนแรง ถ้าไฟอ่อนเกินไป แป้งจะนิ่มอย่างเดียวและไม่เกิดผิวกรอบที่เป็นเสน่ห์ของมอนจะ
ต่างจากโอโคโนมิยากิอย่างไร
แม้ส่วนผสมหลายอย่างจะคล้ายกัน แต่มอนจายากิไม่ได้เน้นความหนาเป็นชิ้นเหมือนโอโคโนมิยากิ แป้งของมอนจะเหลวกว่ามาก กินด้วยการขูดจากเตาทีละคำ และเหมาะกับการนั่งล้อมวงแบ่งกันมากกว่า ถ้าคุณชอบเมนูญี่ปุ่นที่ทำบนกระทะเหมือนกันแต่เป็นคำพอดี ลองดู ทามาโกยากิ ต่อได้เช่นกัน
ถ้าไม่มีแผ่นเหล็กแบบร้าน ใช้กระทะก้นแบนหรือเตาไฟฟ้าที่บ้านก็ทำได้ ขอแค่เตาร้อนพอและมีตะหลิวเล็กสำหรับขูดกิน มอนจายากิก็ยังให้บรรยากาศแบบอาหารโตเกียวที่กินสนุกและเหมาะกับการแบ่งกันบนโต๊ะเดียวกัน
ชุมชน
ความคิดเห็น
0 ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็นที่เผยแพร่ในภาษานี้
ส่งความคิดเห็น