ญี่ปุ่นหรืออังกฤษ อันไหนยากกว่ากัน?

ญี่ปุ่นหรืออังกฤษ อันไหนยากกว่ากัน?

อังกฤษถูกวางเป็นประตูจำเป็น ญี่ปุ่นถูกมองเป็นงานอดิเรก พอเทียบกำแพงจริงของคนไทย เรื่องมันไม่จบที่คำว่ายาก

บอกเพื่อนว่ากำลังเรียนภาษาญี่ปุ่น แล้วรอประโยคคุ้นปาก: “ญี่ปุ่นเหรอ? ทำไมไม่เรียนอังกฤษ สเปน หรือฝรั่งเศส?” บางคนไม่หยุดแค่สงสัย ไปเรียกเลยว่าภาษาที่ไม่มีประโยชน์

ในโรงเรียนไทย อังกฤษถูกผูกกับงาน มหาวิทยาลัย และความรู้สึกว่าโลกกว้าง ส่วนญี่ปุ่นมักถูกยัดไว้ชั้นอนิเมะ เจ-ป็อป หรือทริปสั้นๆ คำถามว่าอันไหนยากกว่า จึงมักมาพร้อมคำสั่งแอบแฝง: เลือกอันที่ดูคุ้มกว่า

สารบัญ 5

สำหรับคนไทย กำแพงของญี่ปุ่นกับอังกฤษไม่ใช่กำแพงเดียวกัน

ฉันไม่คิดว่าภาษาญี่ปุ่นยากกว่าภาษาอังกฤษในทุกมิติ คนที่ได้ยินแบบนี้มักสะดุ้ง เพราะตารางความยากที่แชร์กันตามเน็ตจัดญี่ปุ่นไว้กลุ่มที่ใช้เวลานานที่สุด

ตารางนั้นมาจาก Foreign Service Institute ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ซึ่งวัดเวลาที่เจ้าของภาษาอังกฤษใช้เพื่อถึงระดับที่ใช้งานได้ในห้องเรียน ญี่ปุ่นอยู่ในกลุ่มที่ยากเป็นพิเศษ ใช้ราว 88 สัปดาห์ หรือประมาณ 2,200 ชั่วโมง ส่วนภาษาไทยเองถูกจัดกลุ่มยากรองลงมา ราว 44 สัปดาห์ หรือประมาณ 1,012 ชั่วโมง นั่นบอกชัดว่ามาตรวัดนี้ตั้งบนภาษาแม่ภาษาอังกฤษ ไม่ใช่บนคนไทย

ความยากของญี่ปุ่นที่คนกลัวที่สุดคือตัวเขียน ฮิรางานะกับคาตากานะเรียนได้ในเวลาไม่นาน คันจิต่างหากที่เป็นงานยาว เพราะตัวเดียวมีทั้งความหมาย ลำดับขีด และเสียงอ่านแบบ on-yomi กับ kun-yomi พอผ่านช่วงนี้ไป การอ่านป้าย เมนู และมังงะเริ่มให้รางวัลกลับมา

ทางอังกฤษ กำแพงที่คนไทยเจอซ้ำๆ มักเป็นการออกเสียง กับไวยากรณ์ที่ไม่ตรงกับสิ่งที่โรงเรียนท่อง สระในอังกฤษตัวเดียวกันออกเสียงได้หลายแบบ มี a/the ที่ไม่มีในไทย กริยาไม่สม่ำเสมอ และพยัญชนะท้ายคำที่คนไทยตัดทิ้งโดยไม่รู้ตัว ญี่ปุ่นมีสระหลักแค่ห้าเสียงและสะกดตรงเสียงมากกว่า เลยมีคนรู้สึกว่าพูดญี่ปุ่นให้คนเข้าใจได้เร็วกว่าพูดอังกฤษให้ฟังดูเนทีฟ

แต่คนไทยไม่ได้ได้เปรียบญี่ปุ่นแบบคนที่คุ้นคันจิหรือคุ้นลำดับคำแบบประธาน-กรรม-กริยาอยู่แล้ว ภาษาไทยเรียงประโยคใกล้อังกฤษ ญี่ปุ่นกลับวางกริยาท้ายประโยค แถมมีตัวช่วยบอกหน้าที่ของคำอย่าง は が を เคโงะยังแยกชั้นสุภาพอีกชั้น กำแพงจึงสลับกัน: อังกฤษหนักที่เสียงกับ articles ญี่ปุ่นหนักที่ตัวเขียนกับลำดับคำ

ด้านภาษาญี่ปุ่นสำหรับคนไทยภาษาอังกฤษสำหรับคนไทย
การออกเสียงสระค่อนข้างคงที่ พยางค์ชัดสะกดกับเสียงไม่ตรงกันบ่อย
ลำดับคำประธาน-กรรม-กริยา บวก は が をใกล้ไทย: ประธาน-กริยา-กรรม
ตัวเขียนคันจิเป็นงานยาว ฮิรางานะและคาตากานะเรียนได้เร็วอักษรละตินที่โรงเรียนสอนอยู่แล้ว
ไวยากรณ์ไม่มีเพศคำนาม ไม่มี a/the กริยาไม่ผันตามคนarticles กาล กริยาไม่สม่ำเสมอ
หญิงสาวผมสั้นยิ้มให้กล้องในชุดลำลอง

ดังนั้นคำว่า “ง่ายกว่า” ต้องระบุด้าน ใครบอกว่าญี่ปุ่นง่ายทั้งก้อนกำลังขายความฝัน ใครบอกว่ายากที่สุดในโลกโดยไม่พูดว่ายากสำหรับใคร ก็กำลังยืมตารางของคนอื่นมาตัดสินชีวิตตัวเอง

เรียนคู่กันแล้วได้อะไรจริงๆ

ไม่จำเป็นต้องเลือกแค่อันเดียว คนที่พออ่านอังกฤษได้จะเจอคำยืมในญี่ปุ่นทันที คำที่ญี่ปุ่นไม่สร้างเองมักถูกถอดเป็นคาตากานะจากอังกฤษ มีเป็นพันคำในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่คอมพิวเตอร์ เมนู อินเทอร์เน็ต ไปจนถึงคำที่คนญี่ปุ่นยืมแล้วบิดความหมายเล็กน้อย

อังกฤษยังช่วยเปิดตำรา ซับไตเติล และเอกสารสมัครเรียน ส่วนญี่ปุ่นเปิดอนิเมะแบบไม่พึ่งคำแปล ป้ายในสถานี และงานที่ต้องคุยกับบริษัทญี่ปุ่นในไทย สองภาษานี้ไม่ได้แย่งเก้าอี้เดียวกันตลอดเวลา ใครอยากดูกำแพงที่เจอบ่อยตอนเรียนญี่ปุ่นจริงๆ อ่านต่อได้ที่ 10 ความยากในการเรียนภาษาญี่ปุ่น

ภาพประกอบหลายภาษาวางไว้ด้วยกัน

ถ้าเป้าหมายคือทุนหรือมหาวิทยาลัยในญี่ปุ่น อังกฤษอย่างเดียวไม่พอ เอกสารและชีวิตประจำวันที่นั่นยังต้องการญี่ปุ่นในระดับใช้งาน ส่วนคนที่อยากได้งานกับบริษัทญี่ปุ่นในไทยก็มักถูกถามทั้งสองภาษา ไม่ใช่เลือกแล้วจบ

อย่าเรียนภาษาเพราะถูกบังคับ

ลองถามคนที่กำลังเรียนอังกฤษว่าทำไมถึงเรียน คำตอบมักเป็นแนวนี้:

  • เพราะอยากได้งานที่เงินดี
  • เพราะต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัย
  • เพราะพ่อแม่บังคับ
  • เพราะภาษานี้มีประโยชน์
  • เพราะเป็นภาษาที่ใช้กันกว้างที่สุดในโลก

ถ้าฟังดีๆ เหตุผลพวกนี้มาจากข้างนอกทั้งนั้น แรงไม่ได้ออกจากตัวคนเรียน

คนเหล่านี้เรียนเพราะจำเป็น เลยมีจำนวนไม่น้อยที่เริ่มแล้วค้าง ขาดความอยากและความพยายาม คนที่เรียนญี่ปุ่นมักให้เหตุผลอีกแบบ:

  • เพราะชอบอนิเมะ
  • เพราะชอบวัฒนธรรม
  • เพราะคิดว่าน่าสนใจ
  • เพราะอยากคุยกับคนญี่ปุ่นได้
  • เพราะอยากอ่านนิยายและเกมภาษาญี่ปุ่นโดยไม่รอคำแปล
  • เพราะมีคนที่คบอยู่เป็นคนญี่ปุ่น
  • เพราะชอบเจ-ป็อป หรือ Vocaloid
คู่คนนั่งคุยกันในบรรยากาศเดท

เหตุผลชุดหลังผูกกับความรู้สึกข้างใน อาจดูไม่เป็นเรื่องใหญ่เมื่อวางข้างเงินเดือน แต่ความรู้สึกพวกนี้ทำให้คนกลับไปเปิดตำราอีกครั้งหลังวันเหนื่อย คำว่า “ชอบ” ในที่นี้ไม่ใช่คำเบา มันคือเหตุผลที่ทำให้คนทนกับคันจิได้นานกว่าคำว่า “ต้องเรียน”

คนกลุ่มนี้มักไปได้ไกลกว่าคนที่เรียนเพราะถูกสั่ง ดังนั้นจงเรียนสิ่งที่ตัวเองอยากรู้ ไม่ใช่สิ่งที่คนอื่นบอกว่าควร ฉันชอบประโยคของครูสอนภาษาเกาหลี 바보 (AiLeen) ที่ว่า:

“ถ้าแรงจูงใจมาจากข้างในจริง โอกาสที่ความพยายามจะไปถึงเป้าหมายจะพุ่งขึ้นแบบทวีคูณ”

ไม่มีภาษาที่ไร้ประโยชน์

คนบอกว่าญี่ปุ่นไร้ประโยชน์ ไม่ช่วยอะไรเลย ความคิดนี้บางและผิด ไม่มีภาษาที่ไร้ประโยชน์

ภาษาคาตาลันเป็นตัวอย่างที่คนชอบยกมาล้อ เพราะไม่ได้เป็นภาษาทางการของมหาอำนาจ ตัวเลขผู้พูดทั้งหมดอยู่ราว 9.2 ล้านคน เมื่อนับทั้งเจ้าของภาษาและผู้ใช้ภาษาที่สอง พูดในแคว้นกาตาลุญญา บาเลนเซีย หมู่เกาะแบลีแอริก อันดอร์รา บางส่วนของฝรั่งเศส และเมืองอัลเกโรบนเกาะซาร์ดิเนียของอิตาลี

รู้คาตาลันแล้วทำอะไรได้? เดินทางในบาร์เซโลนาได้ลึกขึ้น อ่านวรรณกรรมของภาษานั้นได้ และเห็นว่าภาษาที่ถูกเรียกว่าเล็กยังครอบคลุมหลายเขตในยุโรป จำนวนผู้พูดไม่ได้วัดค่าของภาษา มันวัดแค่ขนาดตลาด

คนกำลังอ่านหนังสืออยู่บนโต๊ะ

ถ้าจะเรียนภาษาสักภาษา ต้องมีเหตุผลที่ตัวเองยอมทนกับมันได้ ไม่พอที่จะมองเป็นแค่ความจำเป็น ถ้ารู้ญี่ปุ่น คุณมีทางไปต่อที่จริงจังกว่าคำว่างานอดิเรก เช่นเส้นทางเรียนต่อและหาทุนในญี่ปุ่น ซึ่งเอกสารและชีวิตประจำวันไม่ได้เดินด้วยอังกฤษอย่างเดียว

อังกฤษยังจำเป็นอยู่ดี ประตูหลายบานเปิดเพราะมัน และมันช่วยให้อ่านแหล่งข้อมูลภาษาอื่นได้เร็วขึ้น ปัญหาคือคนส่วนใหญ่เรียนอังกฤษเพราะถูกบังคับ ไม่ใช่เพราะชอบ ถ้าไม่ชอบภาษาที่เรียน ผลลัพธ์จะบางลงเรื่อยๆ

สุดท้ายไม่สำคัญว่ากำลังเรียนภาษาอะไร และไม่ขึ้นกับว่าภาษานั้นมีคนพูดกี่ล้านคน ถ้าแรงข้างในยังอยู่ ก็พอให้เปิดตำราต่อได้ เรียนอย่างมีความสุข

ถ้าจะเริ่มภาษาญี่ปุ่น เริ่มตรงไหน

ถ้ายังลังเล หรือเริ่มแล้วไม่รู้จะเรียงอะไรก่อน อย่าซื้อคอร์สเป็นก้อนแรก จัดลำดับให้ชัด: ฮิรางานะ คาตากานะ คำศัพท์ที่ใช้จริง แล้วค่อยคันจิ ใครอยากได้แผนฝึกที่เป็นระบบ อ่าน วิธีเรียนภาษาญี่ปุ่นด้วยตัวเอง แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะสอบ JLPT ตอนไหน

ถ้ายังต้องการเหตุผลที่จับต้องได้มากกว่าคำว่าชอบ มีบท 50 เหตุผลที่ควรเรียนภาษาญี่ปุ่น ให้อ่านต่อโดยไม่ต้องยัดตัวเองเข้าตารางของคนอื่นก่อนว่าภาษาไหน “คุ้ม” กว่า

แหล่งที่มาและลิงก์ที่เป็นประโยชน์

เกี่ยวกับผู้เขียน

Kevin Henrique

ผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมเอเชียที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี โดยเน้นญี่ปุ่น เกาหลี อนิเมะ และเกม เป็นนักเขียนและนักเดินทางที่เรียนรู้ด้วยตัวเอง มุ่งสอนภาษาญี่ปุ่น เคล็ดลับท่องเที่ยว และเรื่องน่าสนใจเชิงลึก

ชุมชน

ความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็นที่เผยแพร่ในภาษานี้

ส่งความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นต่อบทความนี้

กำลังโหลดการตรวจสอบความปลอดภัย...

อย่าส่งลิงก์ embed หรือโฆษณา ความคิดเห็นจะผ่านระบบกันสแปมและแปลอัตโนมัติก่อนแสดงผล