พอพูดถึงกีฬาในญี่ปุ่น ภาพสองอย่างมักจะผุดขึ้นมาในหัวก่อนเสมอ: โลกพิธีกรรมของซูโม่ (相撲) กับสนามไฟสว่างไสวของลีกอาชีพทั่วประเทศ ทั้งสองอย่างเป็นเรื่องจริง แต่เมื่อรวมกันก็เล่าได้แค่ส่วนเล็ก ๆ ของเรื่องทั้งหมด วัฒนธรรมกีฬาญี่ปุ่นผูกแน่นกับระบบโรงเรียน กับชมรมหลังเลิกเรียนที่เรียกกันว่า Bukatsu (部活) รวมถึงประเพณีศิลปะการต่อสู้ที่สืบทอดกันมานานหลายศตวรรษภายใต้ร่มของ Budō (武道) หรือ "วิถีแห่งนักรบ" ถ้าคุณอยากเข้าใจกีฬาญี่ปุ่นอย่างแท้จริง ลองหันไปมองมุมที่คนมองข้ามบ่อย ๆ ด้วย

รายการด้านล่างนี้ไม่ได้อ้างว่าครบถ้วน เป็นแค่การรวมเกร็ดที่ยังพอสังเกตได้ในชีวิตประจำวันของนักกีฬาญี่ปุ่น บางเรื่องอาจทำให้คุณแปลกใจ บางเรื่องแค่ยืนยันสิ่งที่คุณเคยสงสัย ขอเตือนไว้ก่อนว่าอย่าเพิ่งสรุปอะไรเร็วเกินไป เพราะขนบต่าง ๆ เปลี่ยนไปตามภูมิภาค รุ่น และยุคสมัย ประเพณีหลายอย่างที่เล่าต่อไปนี้กำลังค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงอยู่
วัฒนธรรมโรงเรียนและ Bukatsu: จุดเริ่มต้นของกีฬาญี่ปุ่น
การพูดถึงกีฬาในญี่ปุ่นอย่างจริงจังต้องเริ่มจากระบบโรงเรียนญี่ปุ่น กิจกรรมนอกหลักสูตรที่โรงเรียนจัดให้เรียกกันว่า Bukatsu (部活) มีบทบาทสำคัญมาก เด็กญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อยรู้จักกีฬาชนิดแรกจากชมรมในโรงเรียน ไม่ใช่จากการดูทีวีหรือไปสนาม
กีฬาที่เห็นบ่อยในโรงเรียนมัทซึตะมีตั้งแต่เบสบอล (yakyū, 野球) ฟุตบอล บาสเกตบอล วอลเลย์บอล ว่ายน้ำ ไปจนถึงงานกีฬาสีของโรงเรียน (undokai, 運動会) ที่จัดปีละครั้ง บรรยากาศตอนฝึกซ้อมหนัก ๆ ก่อนแข่ง ความผูกพันกับรุ่นพี่รุ่นน้อง และการเชียร์แบบเป็นทีม ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์วัยรุ่นญี่ปุ่นที่หลายคนจำไปจนแก่
สำหรับเด็กบางคน Bukatsu เป็นมากกว่ากิจกรรม คือเส้นทางสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพ โดยเฉพาะในเบสบอลและซูโม่ ที่ผู้ฝึกหัดจำนวนมากฝันถึงการได้ยืนบนเวที Koshien (甲子園) สักครั้ง
ศิลปะการต่อสู้และ Budō: วิถีที่ไม่ใช่แค่การชกต่อย
ถ้าพูดถึงกีฬาญี่ปุ่นแล้วไม่พูดถึงศิลปะการต่อสู้ ก็เหมือนเล่าเรื่องญี่ปุ่นโดยไม่มีซามูไร ศิลปะการต่อสู้ของญี่ปุ่นรวมตัวกันอยู่ภายใต้คำว่า Budō (武道) ซึ่งแปลว่า "วิถีแห่งนักรบ" คำว่า dō (道) ตรงท้ายสำคัญมาก เพราะมันบอกว่าการฝึกเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องแพ้ชนะ แต่เป็นวิถีชีวิตที่ฝึกทั้งร่างกายและจิตใจ
สาขาที่คนไทยคุ้นหูมากที่สุดน่าจะเป็น ยูโด (柔道, jūdō) กับ คาราเต้ (空手, karate) ที่แพร่หลายไปทั่วโลก แต่ในญี่ปุ่นเอง ยังมีสาขาอื่นที่คนในท้องถิ่นยังฝึกกันอย่างจริงจัง เช่น เคนโด (剣道, kendō) วิถีแห่งดาบ ฝึกกับดาบไม้ไผ่ (shinai) และสวมชุดเกราะป้องกันที่เรียกว่า bōgu (防具) ครอบคลุมศีรษะ ลำตัว และแขน
เคนโดกับกฎที่คนข้างนอกไม่เคยรู้
ในเคนโด ผู้ฝึกเรียกกันว่า kendōka (剣道家) มีกฎข้อหนึ่งที่ดูแปลกสำหรับคนที่คุ้นกับกีฬาตะวันตก คือ ห้ามแสดงท่าฉลองชัยชนะทันทีหลังทำคะแนนได้ ถ้า kendōka ตีได้แล้วหันไปโบกมือหรือตะโกนดีใจ คะแนนที่ได้จะถูกตัดทิ้ง เพราะถือว่าเป็นพฤติกรรมที่ขาดความเคารพต่อคู่ต่อสู้ และทำลายสมาธิที่เป็นหัวใจของการฝึก
หลายคนมองว่ากฎนี้แปลก แต่มันสะท้อนหัวใจของ Budō ได้ดี คือการรักษาสติและความสงบแม้ในจังหวะที่ตัวเองกำลังได้เปรียบ
ซูโม่: เกมที่คนญี่ปุ่นตีความต่างกัน
ซูโม่ (相撲) ถือเป็นกีฬาประจำชาติของญี่ปุ่นมาแต่โบราณ มีตำนานและพิธีกรรมมากมายร้อยรัดอยู่กับการแข่งขันแต่ละครั้ง แต่สำหรับคนที่ไม่ได้ติดตาม มันมักถูกย่อเหลือแค่ "ผู้ชายตัวใหญ่ ๆ ชนกัน" ซึ่งไม่ตรงกับความจริงเท่าไหร่
อาหารของนักมวยปล้ำ: กินแค่สองมื้อ แต่อย่างหนัก
นักมวยปล้ำซูโม่ (rikishi, 力士) กินวันละสองมื้อ ไม่ใช่สามหรือห้ามื้ออย่างที่หลายคนเข้าใจ มื้อแรกกินทันทีหลังฝึกเช้า มื้อที่สองกินหลังฝึกบ่าย อาหารหลักคือ chanko-nabe (ちゃんこ鍋) สุกี้หม้อร้อนที่ใส่เนื้อ ปลา ผัก และเต้าหู้ในปริมาณมาก
เป้าหมายคือให้พลังงานที่ได้จากอาหารมากกว่าพลังงานที่เผาผลาญระหว่างฝึก เพื่อรักษาน้ำหนักตัวให้คงที่ ส่วนกางเกง mawashi (まわし) ที่นักมวยปล้ำใช้นั้น แทบไม่เคยถูกซักเลย แค่ตากให้แห้ง ทั้งเพื่อความเชื่อเรื่องโชคดี และเพราะการซักจะทำให้เนื้อผ้าเสื่อมเร็ว
ซูโม่ไม่ได้มีแค่แบบเดียว
ซูโม่มีมาในหลายรูปแบบ ไม่ได้มีแค่ในสนามแข่งจริง เกมพื้นบ้านที่เรียกว่า kamizumo (紙相撲, ซูโม่กระดาษ) ใช้ตุ๊กตากระดาษทรงนักมวยปล้ำวางบนกล่องกระดาษลูกฟูก แล้วผู้เล่นเคาะรอบ ๆ ให้ตุ๊กตาตัวใดตัวหนึ่งหลุดออกจากวงก่อน ถือเป็นของเล่นที่เด็กญี่ปุ่นรู้จักมานาน
ส่วน Nakizumo (泣き相撲) หรือซูโม่ทารกร้องไห้ เป็นพิธีที่นำทารกมาให้นักมวยปล้ำอุ้ม ใครร้องไห้ก่อนถือว่าชนะ เป็นเทศกาลที่จัดในศาลเจ้าหลายแห่งทั่วญี่ปุ่น
กีฬาอาชีพและกีฬาที่แฟนตัวจริงต้องรู้
ซูโม่เป็นแค่ส่วนเดียวของกีฬาญี่ปุ่น อีกหลายลีกและหลายทัวร์นาเมนต์ที่ชาวญี่ปุ่นติดตามอย่างจริงจังมีวัฒนธรรมแฟน ๆ ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน
NPB และแฟนเบสบอลญี่ปุ่น
เบสบอลเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมสูงสุดในญี่ปุ่น มีลีกอาชีพที่เรียกว่า NPB (日本プロ野球機構, Nippon Professional Baseball) แบ่งเป็นสองลีกหลักคือ Central League กับ Pacific League ในแต่ละลีกมีหกทีม ฤดูกาลปกติเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายนถึงตุลาคม มีทีมเบสบอลหลัก ๆ 12 ทีมที่คนไทยอาจเคยได้ยินชื่อ เช่น Yomiuri Giants, Hanshin Tigers, SoftBank Hawks
แฟนเบสบอลญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องความเป็นระเบียบและการเชียร์ที่ประสานกันเป็นจังหวะ ทุกทีมมีเพลงเชียร์ประจำทีม และแฟน ๆ จะร้องพร้อมกันเป็นท่วงทำนอง ต่างจากกองเชียร์ของหลายลีกตะวันตกที่เน้นเสียงดังกระหึ่ม บรรยากาศในสนามญี่ปุ่นจะออกแนวชุมชนมากกว่า
Koshien: เวทีที่นักเรียนมัธยมปลายฝันถึง
ก่อนจะถึงลีกอาชีพ มีเวทีที่เด็กมัธยมปลายญี่ปุ่นทุกคนรู้จัก นั่นคือ Koshien (甲子園) การแข่งขันเบสบอลระดับมัธยมปลายที่จัดที่สนาม Koshien Stadium ในเมืองนิชิโนมิยะ จังหวัดเฮียวโงะ ทุกปีจะมีตัวแทนจากแต่ละจังหวัดเข้ามาแข่งขัน และคนทั้งประเทศจะจับตา
สิ่งที่ทำให้ Koshien พิเศษคือผู้เล่นไม่ได้แข่งเพื่อเงินหรือสัญญา แต่แข่งเพื่อโรงเรียน หลายคนถึงกับร้องไห้หลังแพ้ ไม่ใช่เพราะเสียใจที่ตัวเองแพ้ แต่เพราะรู้สึกว่าทำให้รุ่นพี่ รุ่นน้อง และโรงเรียนผิดหวัง เป็นอารมณ์ร่วมแบบที่กีฬาอาชีพหลายลีกเลียนแบบได้ยาก
ประเพณีที่หลายคนมองข้าม
กีฬาญี่ปุ่นไม่ได้มีแค่ลีกอาชีพและโรงเรียน ยังมีประเพณีที่สืบทอดกันมานานหลายร้อยปีซึ่งหลายคนอาจไม่เคยได้ยิน
Kemari: เกมเตะลูกหนังหนังที่ยังมีคนเล่น
Kemari (蹴鞠) เป็นเกมที่มีมาตั้งแต่ยุคเฮอัง ผู้เล่นยืนเป็นวงกลมแล้วเตะลูกหนังหนัง (maru) ขึ้นไปในอากาศ พยายามไม่ให้ตกพื้นและส่งต่อให้เพื่อนในวงได้นานที่สุด สมัยก่อนเป็นเกมของชนชั้นสูงที่จัดในงานเลี้ยง
ปัจจุบันยังมีคนเล่นอยู่บ้างในงานพิธีและเทศกาล ถึงจะไม่ดังเหมือนเมื่อก่อน แต่ความงดงามของท่วงท่าและความสามัคคีในการเล่นทำให้ Kemari ถูกยกเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่น่าจดจำ
Nenrinpics: กีฬาของคนสูงวัย
Nenrinpics (ねんりんピック) เป็นมหกรรมกีฬาสำหรับผู้สูงอายุที่จัดทุกปี คล้ายโอลิมปิกเวอร์ชันผู้อาวุโส มีการแข่งขันหลายสาขา ตั้งแต่กรีฑา ว่ายน้ำ ไปจนถึงกีฬาพื้นบ้านและเกมสมอง ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่อายุ 60 ปีขึ้นไป แต่ละปีจะหมุนเวียนจัดในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วญี่ปุ่น
ชื่อเต็ม ๆ ของงานคือ National Health Festival for Senior Citizens แต่คนญี่ปุ่นเรียกสั้น ๆ ว่า Nenrinpics จากคำว่า nenrin (年輪, วงปีของต้นไม้ สื่อถึงอายุที่มากขึ้น) กับ Olympics รวมกัน
ลองดูอนิเมะกีฬาดูบ้างก็ได้
ถ้าอยากเข้าใจกีฬาญี่ปุ่นเพิ่มอีกนิด อนิเมะหลายเรื่องสะท้อนวัฒนธรรมกีฬาได้ดีเกินคาด Captain Tsubasa พาไปรู้จักโลกของฟุตบอลเยาวชนญี่ปุ่น Slam Dunk ทำให้คนทั้งประเทศหันมาสนใจบาสเกตบอลมัธยมปลาย Haikyū!! ทำให้วงการวอลเลย์บอลคึกคักอีกครั้ง และ Yowamushi Pedal ทำให้คนรู้จักจักรยานแข่งทางเรียบของญี่ปุ่น ดูแล้วจะเห็นว่าหลายสิ่งที่เราเล่ามามีรากฐานจากชีวิตจริง ไม่ใช่นิยาย
ใครที่สนใจเรื่องชื่อกีฬาภาษาญี่ปุ่นโดยเฉพาะ ลองดูรายชื่อกีฬาภาษาญี่ปุ่นเพิ่มเติมได้เลย
เหลืออะไรอีกที่เราเล่าไม่หมด
รายการนี้แค่ขูดเปลือกบาง ๆ ของวัฒนธรรมกีฬาญี่ปุ่นเท่านั้น ยังมีเรื่องที่น่าสนใจอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นจักรยานแข่ง Keirin ที่มีระบบแทงเดิมพันอย่างถูกกฎหมาย ศิลปะการเคลื่อนไหวของ ไทโคะ (taiko, 太鼓) ที่ดูเหมือนดนตรีแต่จริง ๆ เป็นการออกกำลังกาย หรือซูโม่หญิงที่เริ่มมีบทบาทมากขึ้นในช่วงหลัง โลกของกีฬาญี่ปุ่นกว้างกว่าที่คนข้างนอกจะจินตนาการ
ถ้าคุณมีโอกาสไปญี่ปุ่นแล้วอยากสัมผัสกีฬาท้องถิ่นจริง ๆ ลองแวะไปดูการแข่งขันมัธยมปลายที่สนามท้องถิ่น หรือไปชมเทศกาล undokai ตามโรงเรียนประถม จะได้เห็นว่ากีฬากับชีวิตประจำวันของคนญี่ปุ่นผูกกันแน่นแค่ไหน แล้วถ้าเจอกีฬาแปลก ๆ ที่ไม่รู้จักระหว่างทาง ก็ลองถ่ายรูปมาแลกเปลี่ยนกันดูได้
ชุมชน
ความคิดเห็น
0 ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็นที่เผยแพร่ในภาษานี้
ส่งความคิดเห็น