คุณเคยได้ยินเกี่ยวกับ bottakuri หรือไม่? ในย่านกลางคืนของญี่ปุ่น มีบาร์และคลับที่ชวนด้วยโปรโมชั่นถูก ๆ แล้วตอนคิดเงิน ตัวเลขบนบิลไม่เกี่ยวกับสิ่งที่คุณคิดว่าสั่งไป
คำว่า bottakuri [ぼったくり] หมายถึงการคิดเงินเกินจริง หรือการรีดราคาโดยไม่เป็นธรรม ส่วน ぼっ โยงกับกริยา ぼる ที่มาจาก 暴利 (กำไรเกินควร) ไม่ใช่คำที่แปลว่าล้วงกระเป๋าหรือระบบขนส่งอย่างที่บางคนเดาจากตัวอักษร
ในภาษาอังกฤษมักเทียบกับ “clip joint” หรือ “rip-off” คือธุรกรรมที่คุณจ่ายเกินค่าของสิ่งที่ได้ หรือได้บริการที่ไม่คุ้มกับราคาที่ถูกยัดเยียด

สารบัญ 6
Bottakuri คืออะไร?
ในย่านที่มีชาวต่างชาติหนาแน่น คลับกลางคืนและบาร์มักยื่นโปรโมชั่นดึงดูด เครื่องดื่มถูก ผู้หญิงน่ารัก อาหารไม่แพง พอเข้าไปแล้วค่าใช้จ่ายกระโดดเกินแผน เพราะราคาไม่ถูกติดไว้ให้เห็นตั้งแต่ต้น
ถ้าปฏิเสธบิลที่ไม่ตรงกับที่ตกลง บางร้านขู่ คุกคาม หรือถึงขั้นใช้แรง สถานที่แบบนี้บางแห่งถูกพูดถึงว่าเกี่ยวข้องกับ ยากูซ่า หรือมีคนชวนที่ไม่ใช่พนักงานหน้าร้านธรรมดา แต่ไม่ควรเหมารวมทุกบาร์แพงว่าเป็นขององค์กรอาชญากร
บนถนน คนชักชวนที่เรียกว่า kyakuhiki [客引き] อาจเดินมาเสนอเครื่องดื่ม เพศ หรือบางครั้งถึงยาเสพติด บางคำเชิญฟังดูแค่ร้านอาหารราคาถูก
คำเชิญอื่นเป็นการนวดเร้าอารมณ์หรือเพศสัมพันธ์ อย่าตามใครจากกลางถนนไปร้านที่คุณไม่ได้เลือกเอง
มีร้านที่ใช้วิธีนี้โดยไม่ต้องยืนจับแขนบนฟุตบาท เช่นร้านซูชิที่ซ่อนราคา หรือเมนู “ตามท้องตลาด” ที่ไม่ยอมบอกตัวเลขก่อนสั่ง
สิ่งที่มักถูกเรียกว่า bottakuri:
- ราคาเครื่องดื่มที่แพงโดยลูกค้าไม่รู้ตัว
- การเรียกเก็บเพิ่มผิดปกติหลังจากบริการจบ
- ถูกไล่ออกหลังจากจ่ายเงินล่วงหน้าโดยไม่ได้บริการครบ
- ใช้เรียกร้านพาจิงโกะหรือการพนันที่คืนกำไรต่ำผิดปกติ
- จ่ายเงินเพื่อได้นั่งกับผู้หญิงคนหนึ่ง แล้วถูกสลับเป็นคนอื่น

คุณจ่ายค่าเครื่องดื่มของผู้หญิงที่มาด้วย
ประเพณีนี้ไม่ใช่กับดักสำหรับชาวต่างชาติโดยเฉพาะ ในบาร์ที่มีผู้หญิงมาด้วย ลูกค้าชาวญี่ปุ่นก็ต้องจ่ายค่าเครื่องดื่มของเธอจริง ๆ ปัญหาคือชาวต่างชาติหลายคนไม่คาดคิดเรื่องนี้
ส่วนหนึ่งของแผนร้านคือชวนให้ผู้หญิงที่มานั่งด้วยสั่งเครื่องดื่มแพงที่สุดในเมนู ดังนั้นต้องระวังตอนเลือกทั้งร้านและคนที่มานั่งด้วย ไม่ใช่แค่ชาวต่างชาติที่เจ๊งกับเรื่องนี้ ชาวญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อยก็หมดตัวเพราะรอบบิลแบบนี้
ทุกอย่างในสถานที่เหล่านี้มีราคา ค่าชั่วโมง ค่าต่อคน ค่าถ้าแตะตัว และค่าอื่นที่ต้องถามก่อนนั่ง ถ้าอยากเข้าใจระบบนี้ให้ลึกกว่านี้ อ่านต่อเรื่อง ผู้หญิงที่มาด้วยในญี่ปุ่น

จะเลี่ยง bottakuri ได้อย่างไร?
เมื่อมีคนเดินมาชวนบนถนน สิ่งแรกคือเพิกเฉย ขอบคุณ แล้วเดินต่อ ถ้าคนชวนเริ่มกดดันหรือด่าที่ไม่ยอมตาม ยิ่งต้องเดินออก ไม่ต้องอธิบายยาว
ถ้าจะเข้าบาร์หรือคลับด้วยตัวเอง ให้ถามระบบราคาตั้งแต่หน้าประตู ค่าที่นั่งที่เรียกว่า charge [チャージ] และของว่างอัตโนมัติ otoshi [お通し] เป็นเรื่องปกติเมื่อติดป้ายชัด ของแปลกคือราคาที่โชว์ข้างนอกแล้วหายไปตอนนั่ง หรือชั่วโมงที่ไม่มีใครยอมอธิบาย
ถ้าบังเอิญเข้าไปในร้านที่เริ่มน่าสงสัย เลี่ยงของที่เปิดช่องคิดเงินเพิ่ม ถ้าเจอบิลที่สูงเกินเหตุ ให้บันทึกสถานการณ์ด้วยโทรศัพท์ เพื่อเอาไปคุยกับตำรวจหรือทนาย
โดยทั่วไปตำรวจมักไม่เคลียร์เรื่อง bottakuri ได้ง่าย เพราะสื่อสารกับชาวต่างชาติลำบาก และถ้าไม่มีหลักฐานก็กลายเป็นเรื่องแพ่งมากกว่าคดีอาญา ทางที่ถูกที่สุดยังคงเป็นการไม่ตามคนชวนเข้าไปในร้านที่คุณไม่ได้เลือกเอง

Bottakuri ไม่ใช่แค่บาร์และร้านอาหาร
ในทุกประเทศ คนท้องถิ่นบางกลุ่มเอาเปรียบนักเดินทางได้ คุณอาจเจอ bottakuri ไม่เฉพาะในบาร์ แต่ในร้านค้าปลีกและการเดินทางสำหรับนักท่องเที่ยว
ร้านบางแห่งในจุดท่องเที่ยวไม่ติดราคา เพื่อคิดกับชาวต่างชาติแพงกว่า โดยทั่วไป ย่านท่องเที่ยวคึกคัก ไม่ใช่ที่ที่ดีที่สุดสำหรับการซื้อของ
บางร้านราคาที่เขียนภาษาญี่ปุ่นต่างจากราคาภาษาอังกฤษ ร้านอาหารบางแห่งยื่นเมนูคนละชุดเพื่อคิดกับชาวต่างชาติแพงกว่า โดยเฉพาะใน ย่านกลางคืนอย่างคาบุกิโจ
คาเฟ่เมด ก็คิดค่าเข้า ค่าเครื่องดื่ม และอาหารสูงกว่าที่อื่นชัดเจน แต่โดยทั่วไปไม่ถูกนับเป็น bottakuri เพราะราคาอยู่ในระบบของร้าน แม้พนักงานจะยืนชวนคนเข้าอยู่หน้าประตู
ไม่ใช่ทุกอย่างคือ bottakuri
ในกินซ่า คุณยายคนหนึ่งเคยขอเงินช่วยแผ่นดินไหวที่ฮอกไกโด น่าเสียดายที่ไม่มีทางพิสูจน์ได้ว่าเงินนั้นจะถูกใช้ตามนั้น
คุยกันสักพัก เธอชวนไปบาร์เล็ก ๆ ที่มีดนตรีญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ค่าเข้า 1500 เยน
ตอนนั้นฉันไม่ได้คิดถึง bottakuri เลยและรับคำชวน โชคดีที่มันเป็นบาร์เล็ก ๆ ที่เป็นกันเองจริง ๆ คุณยายยังจ่ายค่าของว่าง และราคาไม่สูงเกินไป
มันค่อนข้างเสี่ยง ฉันมั่นใจว่าคุณยายได้ส่วนแบ่งจากการชวนฉันไปจ่าย 1500 เยน แต่ฉันชอบประสบการณ์นั้นมาก
Izakaya Bottakuri
มีมังงะและละครโทรทัศน์ชื่อ Izakaya Bottakuri ที่เล่าเรื่องบาร์เล็ก ๆ กลางโตเกียวที่ดูร้าง พี่น้อง Mine และ Kaoru เสิร์ฟอาหารบ้าน ๆ กับสาเก
ทั้งคู่และลูกค้าประจำช่วยกันคลี่ปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วแลกปัญญากันตอนกินดื่ม ทำไมซีรีส์นี้ถึงใช้คำว่า bottakuri ที่แปลว่าการรีดราคาเป็นชื่อเรื่อง?
แม้ชื่อจะฟังดุ Izakaya Bottakuri ไม่ได้เล่าเรื่องร้านที่หลอกคน จุดคือร้านเสิร์ฟอาหารธรรมดาที่เจอในบ้านญี่ปุ่น ราคาไม่โหด อบอุ่นผิดชื่อที่แปลตรง ๆ ว่าขูดรีด
ชุมชน
ความคิดเห็น
0 ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็นที่เผยแพร่ในภาษานี้
ส่งความคิดเห็น