วันพ่อในญี่ปุ่น (ちちの日, Chichi no Hi) ตรงกับวันอาทิตย์ที่สามของเดือนมิถุนายน เป็นวันครอบครัวที่เงียบกว่าหลายประเทศ ชื่อภาษาญี่ปุ่นเขียนด้วยตัวอักษรคันจิ 父の日 ต่างจากสหรัฐอเมริกาที่มีบาร์บีคิวใหญ่และขบวนแห่ในที่สาธารณะ วันนี้ในญี่ปุ่นจะเน้นการ์ดเล็กๆ ของขวัญชิ้นเล็ก และมื้ออาหารร่วมกับคุณพ่อมากกว่า
ประเพณีนี้เริ่มนิยมอย่างจริงจังราวปี 1950 ครอบครัวญี่ปุ่นมักให้เกียรติคุณพ่อและคุณพ่อตาด้วยของขวัญเล็กๆ น้อยๆ เช่น เนคไท ขวดวิสกี้หรือสาเก ของกินเล่นที่คุณพ่อชอบ หรือแค่สิ่งที่เขาถูกใจ เด็กๆ มักวาดภาพ ทำโอริงามิ หรือมอบช่อดอกไม้เล็กๆ ให้ ถ้าครอบครัวอยากออกไปข้างนอก ร้านยากินิกุหรือร้านที่เสิร์ฟเนื้อวากิวยังเป็นตัวเลือกยอดนิยม และมักปิดท้ายวันด้วยการดื่มสาเกร่วมกัน วันพ่อญี่ปุ่นไม่ได้กลายเป็นอุตสาหกรรมการ์ดมูลค่ามหาศาลแบบอเมริกา เพราะวัฒนธรรมครอบครัวที่นี่ให้คุณค่ากับความเงียบสงบมากกว่างานใหญ่ วันอาทิตย์ที่สามของมิถุนายนจึงไม่เปลี่ยนบรรยากาศเมืองมากนัก แต่ภายในบ้านจะมีความใส่ใจเล็กๆ แลกเปลี่ยนกันอยู่

ที่มา: จาก YMCA โตเกียวสู่ประเพณีของทั้งประเทศ
วันพ่อในญี่ปุ่นเป็นประเพณีที่ค่อนข้างใหม่เมื่อเทียบกับหลายๆ วันสำคัญอื่น รากฐานมาจากสหรัฐอเมริกา เมื่อโซโนรา สมาร์ต ดอดด์ (Sonora Smart Dodd) ริเริ่มวัน Father's Day ครั้งแรกที่เมืองสโปแกน รัฐวอชิงตัน ในปี 1910 ในญี่ปุ่น กลุ่มนักศึกษาของ YMCA โตเกียวนำแนวคิดนี้มาทดลองเผยแพร่ แหล่งข้อมูลส่วนใหญ่ระบุว่าเริ่มต้นในช่วงปี 1949 ถึง 1950 โดยมีต้นแบบคือ haha no hi (母の日 วันแม่) ซึ่งญี่ปุ่นเริ่มใช้มาตั้งแต่ปี 1931 พอถึงต้นทศวรรษ 1960 chichi no hi ก็แพร่หลายไปทั่วประเทศ และยังคงฉลองต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้ ด้วยบรรยากาศที่เงียบสงบกว่าหลายวัฒนธรรมอย่างชัดเจน
เมื่อเทียบกับวันแม่ วันพ่อในญี่ปุ่นมักเป็นวันที่เงียบกว่าอยู่เสมอ วันแม่กลายเป็นตลาดขนาดใหญ่ในญี่ปุ่น ต้นเดือนพฤษภาคมยอดขายกุหลาบคาเนชั่นพุ่งสูงขึ้น และมีแคมเปญการตลาดรอบวันนั้นอย่างคึกคัก วันพ่อไม่เคยไปถึงระดับนั้น แต่ไม่ได้แปลว่าครอบครัวญี่ปุ่นลืมเลือน หลายครอบครัวยังคงเตรียมของขวัญเล็กๆ ล่วงหน้าและนัดรับประทานอาหารร่วมกัน เป็นวันที่ดูเรียบง่าย แต่อบอุ่นในแบบฉบับญี่ปุ่น
บทบาทของคุณพ่อในญี่ปุ่น
คุณพ่อชาวญี่ปุ่นก็เหมือนกับคุณพ่อในหลายประเทศ บางคนสนุกสนาน บางคนเงียบขรึม บางคนเข้มงวด และบางคนก็อบอุ่น เช่นเดียวกับคุณพ่อทั่วโลก พวกท่านอยากเห็นลูกๆ เติบโตและอยากดูแลครอบครัวให้ดีที่สุด วันพ่อจึงเป็นโอกาสที่ครอบครัวได้หยุดสังเกตสิ่งที่คุณพ่อทำในชีวิตประจำวัน
ในสังคมญี่ปุ่นช่วงหลังสงคราม คุณพ่อหลายคนทำงานหนักมาก ภาพจำคลาสสิกคือพ่อที่กลับบ้านดึก เห็นหน้าลูกแค่ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ แน่นอนว่าไม่ควรเหมารวม ในบ้านที่ผู้เขียนเคยพักอาศัยในญี่ปุ่น คุณพ่อใช้เวลาพอสมควรดูแลและเล่นกับลูกสาวตัวเล็กๆ เป็นภาพที่ดูอบอุ่นและไม่ค่อยเห็นบ่อยนักในครอบครัวญี่ปุ่นยุคก่อน
คุณพ่อบางคนแม้จะดูห่างเหิน แต่ก็ยังเลี้ยงดูลูกๆ ต่อไปแม้ลูกจะโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ประเด็นนี้เป็นหนึ่งในปัจจัยที่นักสังคมวิทยาญี่ปุ่นเชื่อมโยงกับปัญหาสังคมบางอย่าง เช่น กลุ่มคนที่อยู่แต่ในบ้าน หรือที่รู้จักกันในชื่อ ฮิคิโคโมริ (Hikikomori) และ NEET นอกจากนี้ยังมีคุณพ่อแบบดั้งเดิมที่ชอบกำหนดเส้นทางชีวิตของลูก หลายครอบครัวแนะนำให้ลูกทำงานต่อหรือเลือกอาชีพเดียวกับครอบครัว ซึ่งในหลายกรณีสร้างแรงกดดันให้ลูกรุ่นใหม่อย่างที่ไม่ค่อยพูดถึงในงานฉลองวันพ่อ
กุหลาบคาเนชั่น: ดอกไม้สัญลักษณ์ของวันพ่อ
ดอกไม้ที่ผูกติดกับวันพ่อมากที่สุดคือกุหลาบคาเนชั่น (carnation) ประเพณีนี้มาจากสหรัฐอเมริกาเช่นกัน แอนนา จาร์วิส (Anna Jarvis) ริเริ่มใช้คาเนชั่นเป็นสัญลักษณ์ของวันแม่ตั้งแต่ปี 1908 และต่อมาคาเนชั่นก็กลายเป็นดอกไม้หลักของวันพ่อด้วย ความหมายตามสีพูดง่ายๆ คือ กุหลาบสีแดงสำหรับคุณพ่อที่ยังมีชีวิตอยู่ และกุหลาบสีขาวสำหรับคุณพ่อที่เสียชีวิตแล้ว เป็นสัญลักษณ์ที่ใช้กันแพร่หลายทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ
ในญี่ปุ่น ความนิยมสีคาเนชั่นสำหรับวันพ่อมีรายละเอียดตามภูมิภาคอยู่บ้าง บางแหล่งระบุว่าในเขตคันโต (รวมโตเกียว) นิยมสีเหลืองเพื่อสื่อถึงความขอบคุณ ส่วนในเขตคันไซ (โอซาก้า เกียวโต) นิยมใช้สีแดงและสีขาวคู่กัน แต่ทั้งหมดนี้เป็นความนิยมที่สังเกตได้ทั่วไป ไม่ใช่สถิติทางการ ถ้าเลือกซื้อคาเนชั่นจริงๆ ในซูเปอร์มาร์เก็ตญี่ปุ่น มักเห็นสีแดงเป็นหลัก และมีสีขาววางขายคู่กัน เลือกตามความหมายที่อยากสื่อได้เลย
ของขวัญแบบดั้งเดิม: เนคไท วิสกี้ และความสุขเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน
ของขวัญวันพ่อในญี่ปุ่นมีไม่กี่หมวดที่พบเจอบ่อย เนคไทยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ เพราะเป็นของใช้ที่คุณพ่อวัยทำงานหลายคนต้องสวมใส่เกือบทุกวัน ขวดวิสกี้หรือสาเกเป็นอีกตัวเลือกคลาสสิก เพราะการดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกันเป็นกิจกรรมที่ผู้ชายญี่ปุ่นหลายคนชอบทำกับครอบครัว นอกจากนี้ยังมีของขวัญเล็กๆ เช่น ถุงเท้า รองเท้าแตะในบ้าน เครื่องใช้สำนักงานเล็กๆ หรือแม้แต่อาหารและขนมที่คุณพ่อชอบ
งบประมาณเฉลี่ยสำหรับของขวัญวันพ่อในญี่ปุ่นอยู่ที่ประมาณ 3,000 ถึง 10,000 เยน หรือราว 700 ถึง 2,300 บาท เป็นช่วงราคาที่พบเห็นบ่อยในการสำรวจตลาดผู้บริโภคญี่ปุ่น แต่ละครอบครัวมีงบไม่เท่ากัน บางบ้านเลือกของขวัญถูกๆ แค่ 1,000 เยน บางบ้านรวมมื้อเย็นหรูเข้าไปด้วยจะขึ้นไปหลักหมื่นเยน ไม่มีมาตรฐานตายตัว สิ่งสำคัญคือความตั้งใจมากกว่ามูลค่า
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ของขวัญวันพ่อแบบออนไลน์เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น แพลตฟอร์มอย่าง Gift Mall หรือ Oen (応援) เปิดให้เลือกชุดของขวัญสำเร็จรูป พร้อมการ์ดอวยพร ผู้ที่อยู่ห่างจากคุณพ่อก็สามารถส่งของขวัญถึงบ้านได้โดยตรง เป็นทางเลือกที่ช่วยลดช่องว่างระหว่างเมืองกับชนบท สำหรับครอบครัวที่พ่ออาศัยอยู่คนละจังหวัด
มื้ออาหารร่วมครอบครัว: ยากินิกุ ซูชิ และเวอร์ชันวากิว
การรับประทานอาหารนอกบ้านเป็นกิจกรรมยอดนิยมของวันพ่อญี่ปุ่น ร้านยากินิกุ ( yakiniku) เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่ง เพราะบรรยากาศการย่างเนื้อร่วมกันที่โต๊ะเป็นกิจกรรมที่ทั้งครอบครัวมีส่วนร่วม พ่อลูกจะนั่งล้อมรอบเตาย่าง คุยกันไปย่างไป บรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง
ถ้าครอบครัวไหนอยากเลือกหรูหน่อย ร้านที่เสิร์ฟเนื้อวากิว ( wagyu) เป็นตัวเลือกที่พ่อหลายคนชอบ วากิวเป็นเนื้อวัวญี่ปุ่นคุณภาพสูง มีลายหินอ่อน (marbling) ที่ละเอียด นุ่ม และมีรสชาติเข้มข้น เมนูยอดนิยมสำหรับวันพ่อ ได้แก่ สเต๊กเนื้อวากิว ชาบู (shabu) และสุกี้ยากี้ (sukiyaki) ในร้านดังหลายแห่งจะมีเมนูพิเศษเฉพาะช่วงวันพ่อ พร้อมของแถมเล็กๆ เช่น กุหลาบคาเนชั่น หรือการ์ดเขียนด้วยลายมือจากทางร้าน
สำหรับครอบครัวที่อยากใช้เวลาในบ้าน การทำเบนโตะ ( bento) หรืออาหารจานโปรดของคุณพ่อเป็นอีกทางเลือกที่อบอุ่น ในซูเปอร์มาร์เก็ตช่วงเดือนมิถุนายนมักมีเบนโตะสำเร็จรูปธีมวันพ่อวางขาย เช่น ข้าวหน้าเนื้อ ข้าวแกงกะหรี่ และเซ็ตข้าวหน้าต่างๆ ที่จัดชิ้นอาหารเป็นรูปเนคไทหรือรูปผู้ชายยิ้มกว้าง เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ครอบครัวญี่ปุ่นเฉลิมฉลองวันนี้
วันพ่อในต่างประเทศ: วันเดียวกัน แต่บรรยากาศต่างกัน
ถ้าเทียบกันข้ามประเทศ วันพ่อมีรูปแบบที่หลากหลายมาก แต่ละประเทศเลือกจัดวันพ่อในแบบของตัวเอง ในสหรัฐอเมริกา วันพ่อตรงกับวันอาทิตย์ที่สามของเดือนมิถุนายนเช่นกัน เป็นวันที่มีการตลาดหนักมาก มีการ์ด ดอกไม้ และโปรโมชันจากร้านค้าและร้านอาหาร
ในประเทศไทย วันพ่อตรงกับวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี ซึ่งตรงกับวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) เป็นวันสำคัญของคนไทยเช่นกัน แต่อยู่คนละเดือนกับวันพ่อญี่ปุ่น
เยอรมนีฉลองวันพ่อ (Vatertag) ในวันพฤหัสบดีที่สามสิบเก้าวันหลังวันอีสเตอร์ ตรงกับวันคริสต์มหาสมโภชการเสด็จขึ้นสวรรค์ของพระเยซู (Christi Himmelfahrt) เป็นวันหยุดที่ผู้ชายชาวเยอรมันมักออกไปเที่ยวนอกบ้านแบบผู้ชายล้วน ส่วนอิตาลีฉลองวันพ่อตรงกับวันเซนต์โจเซฟ (San Giuseppe) คือวันที่ 19 มีนาคม มีขนมปังทอดเซปโปเล (zeppole) เป็นขนมประจำวัน ฝรั่งเศสฉลองวันพ่อ (Fête des pères) ในวันอาทิตย์ที่สามของเดือนมิถุนายน ตรงกับญี่ปุ่นเลย เป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่วันพ่อตรงกัน
วลีที่เป็นประโยชน์สำหรับวันพ่อในภาษาญี่ปุ่น
ถ้ามีโอกาสได้คุยกับคุณพ่อชาวญี่ปุ่น หรืออยากเขียนการ์ดวันพ่อเป็นภาษาญี่ปุ่น วลีเหล่านี้ใช้ได้จริง:
父の日おめでとうございます。
Chichi no hi omedetou gozaimasu.
สุขสันต์วันพ่อ
เป็นประโยคมาตรฐาน ใช้ได้กับทุกสถานการณ์อย่างเป็นทางการ
お父さん、いつもありがとう。
Otousan, itsumo arigatou.
พ่อ ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง
เป็นประโยคที่อบอุ่น เหมาะเขียนในการ์ดวันพ่อ ใช้ได้ทั้งกับพ่อของตัวเองหรือพ่อของคนใกล้ชิด
体に気をつけてね。
Karada ni ki wo tsukete ne.
ดูแลสุขภาพด้วยนะ
วลีนี้แสดงความห่วงใยเล็กๆ เหมาะเขียนท้ายการ์ดหรือส่งข้อความหาพ่อ
สำหรับคำเรียกพ่อในภาษาญี่ปุ่น มีสามแบบหลักๆ ที่ใช้ต่างกัน 父 (chichi) ใช้เรียกพ่อของตัวเอง แต่เป็นคำทางการ มักใช้ในบริบทที่เป็นทางการ เช่น การพูดถึงครอบครัวของตัวเองกับคนนอก ส่วน お父さん (otousan) เป็นคำที่อบอุ่นกว่า ใช้เรียกพ่อทั้งของตัวเองและพ่อของคนอื่น เด็กๆ มักเรียกพ่อว่า パパ (papa) เป็นคำที่เป็นกันเองและอบอุ่นที่สุด
วันพ่อในภาษาญี่ปุ่น: คำศัพท์พื้นฐาน
นอกจากคำว่า chichi no hi แล้ว ยังมีคำศัพท์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับวันพ่อในภาษาญี่ปุ่นที่น่ารู้:
- 父の日 (chichi no hi): วันพ่อ ตรงตัวแปลว่า "วันของพ่อ"
- 母の日 (haha no hi): วันแม่ ตรงตัวแปลว่า "วันของแม่" ใช้คู่กันเสมอ
- カーネーション (kānēshon): กุหลาบคาเนชั่น ดอกไม้สัญลักษณ์ของวันพ่อและวันแม่
- 父 (chichi): พ่อ (ทางการ) ใช้พูดถึงพ่อของตัวเองในบริบททางการ
- お父さん (otousan): พ่อ (สุภาพ) ใช้เรียกพ่อทั้งของตัวเองและพ่อของคนอื่น
- パパ (papa): พ่อ (กันเอง) เป็นคำที่เด็กๆ ใช้เรียกพ่อ
- 父の日カード (chichi no hi kādo): การ์ดวันพ่อ เป็นของขวัญที่พบบ่อยที่สุด
- 父の日プレゼント (chichi no hi purezento): ของขวัญวันพ่อ
ข้อถกเถียงเรื่องการค้า: วันเงียบๆ ที่มีตลาดจริง
นักวิจารณ์ญี่ปุ่นหลายคนตั้งคำถามว่า วันพ่อควรเป็นวันแห่งการบริโภคหรือไม่ ในฝั่งผู้สนับสนุน ภาคธุรกิจมองว่าวันพ่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงกลางปี ซึ่งปกติเป็นช่วงที่ยอดขายชะลอตัว แคมเปญวันพ่อจึงเป็นโอกาสดีสำหรับร้านค้า ร้านอาหาร และแบรนด์ต่างๆ ในการดึงดูดลูกค้า
ในมุมมองของนักครอบครัวศึกษาและกลุ่มผู้บริโภค วันพ่อญี่ปุ่นยังคงรักษาความเงียบสงบเอาไว้ได้ดี เพราะครอบครัวส่วนใหญ่เลือกใช้เวลาร่วมกันมากกว่าซื้อของแพงๆ แม้แต่ในยุคที่โซเชียลมีเดียเติบโต ภาพโพสต์วันพ่อส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นยังเป็นภาพเรียบง่าย เช่น การ์ดทำมือ มื้ออาหารที่บ้าน หรือข้อความสั้นๆ มากกว่าของขวัญหรู
สำหรับผู้อ่านที่อยากเห็นบรรยากาศการค้าของวันพ่อญี่ปุ่นจริงๆ แนะนำให้ลองเดินเข้าไปในห้างสรรพสินค้าในช่วงสัปดาห์ก่อนวันอาทิตย์ที่สามของเดือนมิถุนายน จะเห็นชั้นวางของขวัญผู้ชาย เนคไท กระเป๋า น้ำหอม และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ถูกจัดเรียงอย่างสวยงาม มีป้าย 父の日 (วันพ่อ) กำกับอย่างชัดเจน เป็นสัญญาณว่าตลาดของขวัญวันพ่อในญี่ปุ่นมีอยู่จริง แม้จะเล็กกว่าวันแม่หลายเท่า
ฉลองวันพ่อในญี่ปุ่นในฐานะผู้มาเยือน
ถ้าคุณเดินทางไปญี่ปุ่นในช่วงกลางเดือนมิถุนายน นี่คือสิ่งที่คุณจะสังเกตเห็นเกี่ยวกับวันพ่อ บรรยากาศทั่วไปจะค่อนข้างเงียบ ไม่มีการตกแต่งเมืองแบบเทศกาล ไม่มีขบวนแห่ ไม่มีการแสดงสาธารณะ ต่างจากวันเด็ก (Kodomo no Hi) วันที่ 5 พฤษภาคม ที่มีธงปลาคาร์ป (koinobori) ประดับทั่วประเทศ
สิ่งที่จะเห็นชัดที่สุดคือป้ายโฆษณาและชั้นวางสินค้าในห้าง ร้านสะดวกซื้อ และซูเปอร์มาร์เก็ต จะมีการจัดเซ็ตของขวัญวันพ่อ เช่น เซ็ตสาเก เซ็ตซอส เซ็ตเบียร์ และเซ็ตเนื้อย่างพร้อมทาน ราคาตั้งแต่ไม่กี่ร้อยเยนไปจนถึงหลักหมื่นเยน
ถ้าอยากฉลองวันพ่อในญี่ปุ่นแบบคนญี่ปุ่น ลองเลือกร้านอาหารดีๆ ในย่านใจกลางเมือง นั่งล้อมรอบเตาย่างยากินิกุกับครอบครัว หรือถ้ามากับเพื่อน แบ่งปันมื้อเย็นซูชิหน้าปลาสดๆ ก็เป็นตัวเลือกที่ดี การใช้เวลาด้วยกันคือหัวใจของวันนี้ในญี่ปุ่น มากกว่าของขวัญแพงๆ
สำหรับผู้ที่อยากซื้อของฝากกลับไปให้คุณพ่อที่เมืองไทย ร้านขายของฝากในย่านอาซากุสะ อิเกะบุคุโระ หรือชินจูกุ มีของให้เลือกหลากหลาย เนคไทลายญี่ปุ่น ผ้าเช็ดมือเทนเซน (tenugui) แก้วสาเกเซรามิก หรือชาเขียวคุณภาพดี เป็นตัวเลือกที่นำกลับไปฝากคุณพ่อได้อย่างลงตัว
วันสำคัญของครอบครัวญี่ปุ่นอื่นๆ ที่น่ารู้
วันพ่อเป็นหนึ่งในหลายวันสำคัญของครอบครัวในญี่ปุ่น ถ้าสนใจวัฒนธรรมครอบครัวญี่ปุ่น มีอีกหลายวันที่เกี่ยวข้องและน่าศึกษา:
วันเด็กในญี่ปุ่น (Kodomo no Hi) ตรงกับวันที่ 5 พฤษภาคม เป็นหนึ่งในวันหยุดสำคัญที่สุดของญี่ปุ่น มีการประดับธงปลาคาร์ป (koinobori) และจัดแสดงตุ๊กตานักรบ (musha ningyo) ในบ้าน
วันแม่ในญี่ปุ่น (Haha no Hi) ตรงกับวันอาทิตย์ที่สองของเดือนพฤษภาคม เป็นวันที่ใหญ่กว่าวันพ่อในแง่การค้า แต่มีจุดกำเนิดคล้ายกัน
วันวาเลนไทน์ในญี่ปุ่น (Valentine's Day) ตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ มีลักษณะเฉพาะคือผู้หญิงมอบช็อกโกแลตให้ผู้ชาย และผู้ชายจะตอบแทนในวัน White Day วันที่ 14 มีนาคม เป็นอีกหนึ่งวัฒนธรรมความสัมพันธ์ที่น่าสนใจ
นอกจากนี้ยังมี ฮิคิโคโมริ (Hikikomori) และ NEET เป็นปรากฏการณ์ทางสังคมที่เชื่อมโยงกับโครงสร้างครอบครัวญี่ปุ่นยุคหลังสงคราม ซึ่งมีรากฐานมาจากรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ลูกที่เปลี่ยนไป
วันพ่อในญี่ปุ่นไม่ได้ยิ่งใหญ่ที่สุดในปฏิทิน แต่เป็นวันที่สะท้อนวิธีที่ครอบครัวญี่ปุ่นเลือกดูแลกัน เงียบ สงบ และเต็มไปด้วยความหมายในแบบที่ไม่ต้องพูดออกมาเสียงดัง ลองสังเกตดูในช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่ญี่ปุ่น แล้วจะเห็นว่าความใส่ใจเล็กๆ น้อยๆ นั้นช่างเข้ากับวัฒนธรรมที่นี่จริงๆ
ชุมชน
ความคิดเห็น
0 ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็นที่เผยแพร่ในภาษานี้
ส่งความคิดเห็น