ในภาษาไทยเราพูดว่า เด็กกินแอปเปิ้ล — กริยาอยู่กลางประโยค แล้วกรรมตามมาทีหลัง ในภาษาญี่ปุ่นประโยคเดียวกันรอจนถึงคำสุดท้ายกว่าจะบอกว่า “กิน” นั่นคือโครง SOV: ประธานมาก่อน กรรมอยู่กลาง กริยาปิดท้าย
ไวยากรณ์ญี่ปุ่นในทางปฏิบัติไม่ได้ซับซ้อน แต่ลำดับมันกลับด้านจากที่คนไทยคุ้น ยิ่งประโยคยาว มีเวลา สถานที่ และคำช่วยอย่าง は を に で ยิ่งงงว่าชิ้นไหนต้องอยู่ตรงไหน ความลับไม่ได้อยู่ที่ท่องสูตรอย่างเดียว แต่อยู่ที่คำช่วยที่ยึดหน้าที่ของคำไว้
สารบัญ 11
โครงสร้างภาษาญี่ปุ่นแบบ SOV (ประธาน + กรรม + กริยา)
ก่อนอื่นต้องเห็นภาพว่าประโยคญี่ปุ่นทำงานยังไง ต่างจากภาษาไทยที่มักเป็น SVO (ประธาน + กริยา + กรรม) คำกริยาญี่ปุ่นอยู่ท้ายประโยคเกือบตลอด โครงนี้เรียกว่า SOV
SOV คือเมื่อประโยคส่วนใหญ่เรียงเป็น ประธาน + กรรม + กริยา ดูตัวอย่างนี้:
ประโยคตัวอย่าง: เด็กกินแอปเปิ้ล
子供はリンゴを食べた kodomo wa ringo wo tabeta
- ประธาน: เด็ก (kodomo);
- กรรม: แอปเปิ้ล (ringo);
- กริยา: กิน (tabeta);
แอปเปิ้ลคือกรรม จึงมาก่อนกริยาในอดีต “กิน” ภาพด้านล่างช่วยเห็นโครงไวยากรณ์ชัดขึ้น:

ประโยคที่มี Desu「です」
ต่อไปเป็นประโยคที่ไม่มีกริยากระทำชัดๆ มีแค่ です (desu) บางคนเรียก desu ว่ากริยา บางคนไม่เรียก ตรงนี้เลยวางไว้กลางๆ: มันปิดประโยคและบอกว่า “สิ่งนี้คืออะไร / เป็นแบบนี้”
| คานะ | お名前は | ケビン | です | これは | 本 | です |
| โรมาจิ | onamae wa | kebin | desu | kore wa | hon | desu |
| คำต่อคำ | ชื่อ | Kevin | คือ | นี่ | หนังสือ | คือ |
| โครงสร้าง | คำนาม | คำอธิบาย | ปิดประโยค | สรรพนาม | คำนาม | ปิดประโยค |
| ไทย | ชื่อของฉัน | คือ | Kevin | นี่คือ | หนังสือ | เล่มหนึ่ง |
โครงแบบนาม + คำอธิบาย + です ใช้กับกริยาอื่นได้อีกเมื่อประโยคต้องการปิดความหมายแบบเดียวกัน
จะรู้ได้ยังไงว่าอันไหนประธาน กริยา กรรม
บางทีสับสนว่าจะจัดชิ้นไหนเป็นประธาน กรรม หรือกริยา ตารางนี้ช่วยแยกหน้าที่คำก่อนจะไปต่อลำดับยาว:
| หมวด | นิยามสั้นๆ | ตัวอย่าง |
| คำนาม | คน สถานที่ สิ่งของ หรือแนวคิด | Kirigaya, ภูเขา, ไม้เท้า, ภาษาศาสตร์ |
| คำคุณศัพท์ | ขยายคำนาม | สีแดง, มีความสุข, ร้อน |
| คำกริยา | การกระทำหรือสภาพ | กิน, ดื่ม, อยู่, กลัว |
| คำชี้ | ชี้สิ่งที่พูดถึง | นี่, นั่น, บาง, ทั้งหมด |
ยังมีสรรพนาม คำวิเศษณ์ และสันธานอีกมาก แต่ไม่ต้องไล่ครบในหน้านี้ สิ่งที่ต้องจำตอนสร้างประโยคคือหน้าที่ของชิ้นนั้น แล้วค่อยติดคำช่วย
ความยืดหยุ่นของประโยคภาษาญี่ปุ่น
ภาษาญี่ปุ่นยืดหยุ่นกว่าที่สูตร SOV ดูตอนแรก อะไรที่อยู่ทางซ้ายของกริยามักสลับที่ได้โดยความหมายหลักยังอยู่ แม้จะมีลำดับที่คนญี่ปุ่นฟังแล้วลื่นกว่า ทำได้เพราะคำช่วยชี้ว่าแต่ละชิ้นทำหน้าที่อะไร ไม่ได้พึ่งตำแหน่งอย่างเดียว
ลำดับคำจึงไม่ศักดิ์สิทธิ์เท่าบางภาษา คำช่วยไม่ได้บังคับว่าต้องเรียงแบบเดียว แต่บอกว่าชิ้นนั้นเกี่ยวกับกริยายังไง
ภาพรวมง่ายๆ คือขึ้นต้นด้วย หัวข้อ/ประธาน แล้วจบด้วย กริยา ตรงกลางใส่คำวิเศษณ์ คุณศัพท์ คำนาม กรรม สถานที่ ฯลฯ ไม่มีลำดับตายตัวทุกประโยค แต่มีลำดับธรรมชาติที่ฟังแล้วสำคัญและชัด
แปลว่าไม่มีลำดับเลยหรือ?
ดูตัวอย่างนี้: วันจันทร์ Yamada เห็น Yumi ที่สถานีรถไฟ
ชิ้นในประโยคมีดังนี้:
- หัวข้อของประโยค: Yamada
- กรรมของประโยค: Yumi
- เวลา: วันจันทร์
- สถานที่: สถานีรถไฟ
- กริยา: เห็น
เขียนได้หลายแบบ เช่น:
- Yamada wa getsuyoubi ni Yumi wo eki de mimashita.
- 山田は月曜日に由美を駅で見ました。
- Yamada wa getsuyoubi ni eki de Yumi wo mimashita.
- 山田は月曜日に駅で由美を見ました。
- Yamada wa Yumi wo getsuyoubi ni eki de mimashita.
- 山田は由美を月曜日に駅で見ました。
- Getsuyoubi ni Yamada wa Yumi wo eki de mimashita.
- 月曜日に山田は由美を駅で見ました。
ลำดับต่างกัน แต่ความหมายหลักยังเป็น Yamada เห็น Yumi ที่สถานีในวันจันทร์ เพราะ は に を で ยังชี้หน้าที่เดิม
ก็จริงที่คนมักวางเวลาไว้ใกล้ต้นประโยค ตัวเลือกที่เอากรรมขึ้นก่อนเวลาเลยฟังหนักกว่านิด เวลาเองก็ขึ้นก่อนหัวข้อได้บ่อย และนั่นไม่ผิด
ทำให้ประโยคภาษาญี่ปุ่นเป็นธรรมชาติมากขึ้น
กฎที่ใช้ได้กับประโยคญี่ปุ่นจำนวนมากคือ “ข้อมูลใหม่หรือจุดที่อยากเน้นมักไปใกล้ท้าย” ฝึกยากตอนแรก เพราะกริยาอยู่ท้าย และการอธิบายทั้งหมดอยู่ตรงกลาง
ในภาษาไทยข้อมูลสำคัญมักมาก่อน แล้วรายละเอียดตามมา เช่น: ฉันกินข้าวเที่ยงที่สวนสาธารณะในวันจันทร์ ภาษาญี่ปุ่นเดินคนละทาง: ฉัน + วันจันทร์ + สวนสาธารณะ = กินข้าวเที่ยง
- 私は月曜日に公園で昼ご飯を食べました。
- watashi wa getsuyoubi ni koen de hiru gohan wo tabemashita;
- ฉัน wa วันจันทร์ ni สวนสาธารณะ de ข้าวเที่ยง wo กิน;
คนที่ทำมักถูกพูดถึงก่อน จากนั้นลำดับธรรมชาติมักเป็น วันที่ > สภาพแวดล้อม > กรรม > กริยา ถ้าไล่จากวงนอกเข้าไปจนถึงการกระทำ ประโยคจะฟังลื่นกว่า สูตรจำคำช่วยที่ช่วยจัดแถวนี้คือ wa > ni > de > wo

จากภาพด้านบนลองประกอบประโยคแบบนี้:
- Kevin + เมื่อวาน + โรงเรียน + รถบัส + ทะเล + ไป
- เมื่อวาน Kevin นั่งรถบัสจากโรงเรียนไปทะเล;
- ケビンは昨日学校からバスで海に行きました。
- kebin wa kinou gakkou kara basu de umi ni ikimashita;
สังเกตว่าตัวอย่างนี้เขียนว่า 昨日 โดยไม่ใส่ に คำบอกเวลาที่ผูกกับ “ตอนนี้” เช่น 昨日 今日 明日 โดยทั่วไปไม่ตามด้วย に ต่างจาก 月曜日に หรือ 7時に ที่ชี้จุดเวลาเฉพาะ
ลงรายละเอียด
ลำดับแบบนี้ใช้ดีกับประโยคที่มี:
- การกระทำที่เกิดในสถานที่;
- การย้ายจากที่หนึ่งไปอีกที่;
- การเคลื่อนของวัตถุ;
ชิ้นอื่นยังต่อเข้าไปได้อีก เช่น:
- ผู้ร่วม (と);
- ต้นทางและขอบเวลา (kara / made);
- เวลาเริ่ม (kara);
- เวลาจบ (made);
- ประธานที่เน้นด้วย が (ga);
การเรียงประโยคญี่ปุ่นให้ฟังเป็นธรรมชาติใช้เวลาและต้องฝึก ยิ่งพูดออกเสียงซ้ำๆ ยิ่งจับจังหวะได้เอง
ประโยคที่มี 2 กรรม
กริยาหลายตัวรับกรรมได้มากกว่าหนึ่ง และบางตัวไม่มีกรรมเลย เมื่อมีกรรมเดียว มักเป็น กรรมตรง เมื่อมีสอง ชิ้นอีกชิ้นเป็น กรรมรอง (ผู้รับหรือจุดหมายของกรรมตรง)
| 先生は | 授業の後で | 生徒に | 成績を | 出した。 |
| ครู | หลังเลิกเรียน | ให้นักเรียน | เกรด | ส่ง |
| ประธาน | ส่วนขยาย | กรรมรอง | กรรมตรง | กริยา |
ลำดับคำกับคำช่วย の
รู้ลำดับประโยคแล้ว แล้วลำดับในกลุ่มคำล่ะ? จะวางคุณศัพท์และบอกว่าของชิ้นนี้เป็นของใครยังไงให้ถูกแถว
คำช่วย の (no) ไม่ซับซ้อน ความเป็นเจ้าของกลับด้านจากภาษาไทย: ケビンの車 คือรถของ Kevin แต่ถ้ากลุ่มคำยาวขึ้น ดูแถวนี้:
| คานะ | 私の | 赤い | 日本の | 車 |
| โรมาจิ | Watashi no | akai | nihon no | kuruma |
| คำต่อคำ | ของฉัน | สีแดง | ญี่ปุ่น | รถ |
| ไทย | รถ | ญี่ปุ่น | สีแดง | ของฉัน |
ก้าวต่อไปอีกนิด
พื้นฐานโครงประโยคอยู่ครบแล้ว ลองดูประโยคที่รวมเวลา สถานที่ และกรรมในแถวเดียว:
| คานะ | ケビンさんは | 金曜日に | お店で | 本を | 買いました |
| โรมาจิ | kebinsan wa | Kin'yōbi ni | o mise de | hon wo | kaimashita |
| คำต่อคำ | Kevin | วันศุกร์ | ร้านค้า | หนังสือ | ซื้อ |
| โครงสร้าง | ประธาน | เวลา | สถานที่ | กรรม | กริยา |
| ไทย | Kevin | ซื้อ | หนังสือ | ที่ร้าน | วันศุกร์ |
สังเกตลำดับของแต่ละชิ้น หัวข้อมักมาก่อนในประโยคญี่ปุ่น และนี่ทำให้มือใหม่งง ถ้ายังไม่รู้ว่าเวลา สถานที่ กรรม ควรวางตรงไหน
ส่วนใหญ่ประโยคขึ้นด้วยประธานแล้วตามด้วย は เพื่อชี้หัวข้อ ถ้ามี “เวลาเฉพาะ” มักตามหลังหัวข้อแล้วปิดด้วย に แต่เวลาแบบกว้างอย่างบ่ายหรือกลางคืน มักไม่ต้องมีคำช่วย
สถานที่มากหลังเวลา ตัวชี้สถานที่เกิดการกระทำคือ で (de) ส่วน に (ni) ใช้บ่อยเมื่อเป็นจุดหมายหรือการเคลื่อนที่ で ใช้เมื่อเหตุการณ์เกิดที่จุดนั้น に ใช้เมื่อกำลังมุ่งไปหรืออยู่ที่นั่น กรรมวางก่อนกริยา โดยมี を ชี้สิ่งที่กริยาทำด้วย
ไม่มีลำดับตายตัว เพราะภาษาญี่ปุ่นยืดหยุ่นสูง แต่มีแนวที่ทำให้ประโยคฟังชัดและสวยกว่า ใช้แนวนี้เป็นค่าเริ่มต้น แล้วค่อยสลับเมื่ออยากเน้นชิ้นใดชิ้นหนึ่ง
สรุปโครงไวยากรณ์ที่ใช้บ่อย
ยังมีเรื่องการละคำและโครงอื่นอีกที่หน้านี้ไม่ได้ไล่ครบ ตารางด้านล่างเป็นแผนที่สำหรับไล่ต่อ เวลาเจอประโยคยาวแล้วอยากรู้ว่าชิ้นไหนอยู่แถวไหน:
| 1 | ประธาน | กรรม | กริยา | |||
| 2 | กรรม | ประธาน | กริยา | |||
| 3 | หัวข้อ | ประธาน | กรรม | กริยา | ||
| 4 | หัวข้อ | เวลา | ผู้ร่วม | สถานที่ | กรรม | กริยา |
| 5 | หัวข้อ | ทิศทาง | สถานที่ | กริยา | ||
| 6 | ประธาน | เวลา | สถานที่/เครื่องมือ | กรรมรอง | กรรมตรง | กริยา |
| 7 | ประธาน | เวลา | สถานที่ | กริยาอยู่/มี | ||
| 8 | ประธาน | เวลา | ต้นทาง | เส้นทาง | จุดหมาย | กริยาเคลื่อนที่ |
| 9 | เวลา | ยานพาหนะ / ผู้ร่วม | สถานที่ | กริยา | ||
| 10 | เวลา | คน / สถานที่ | คำนาม | กริยา |
คำช่วยที่มากับชิ้นในประโยค:
| หัวข้อ | は |
| เวลา | に |
| ผู้ร่วม / คน | と |
| สถานที่เกิดการกระทำ | で |
| กรรม, เส้นทาง | を |
| ความเป็นเจ้าของ | の |
| ประธาน | は / が |
| ต้นทาง | から |
| จุดหมาย | に หรือ へ |
| กรรมรอง | に |
อย่าเพิ่งท่องสิบแถวให้ขึ้นใจในวันเดียว หยิบประโยคสั้นๆ แล้วสลับชิ้นเวลา สถานที่ และกรรมดูว่าความหมายยังอยู่ไหม เพราะคำช่วยยังชี้หน้าที่เดิม นั่นต่างหากที่เป็นกล้ามเนื้อของโครงสร้างญี่ปุ่น
ชุมชน
ความคิดเห็น
0 ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็นที่เผยแพร่ในภาษานี้
ส่งความคิดเห็น