คำว่า doumo [どうも] ฟังสั้นมาก แต่ในบทสนทนาภาษาญี่ปุ่นมันเปลี่ยนน้ำหนักได้ตามประโยคและคนที่เราพูดด้วย บางครั้งเป็นคำขอบคุณ บางครั้งเป็นคำทักทายแบบกันเอง และบางครั้งก็ทำให้ประโยคมีความหมายว่า “ดูเหมือนว่า” หรือ “ไม่รู้ทำไม” นี่เองที่ทำให้ผู้เรียนได้ยินคำเดิมซ้ำ ๆ แล้วรู้สึกว่ามันเหมือนมีหลายบุคลิก
ความลับไม่ได้อยู่ที่การท่องคำแปลคำเดียว แต่คือการดูว่า どうも ยืนอยู่ตรงไหนของประโยค และมีคำอะไรตามหลังมา ลองเริ่มจากความหมายพื้นฐาน แล้วค่อยดูสถานการณ์ที่ใช้บ่อยกัน
สารบัญ 6
ความหมายของคำว่า doumo
どうも ไม่ได้แปลว่า “ขอบคุณ” เสมอไป แม้คนญี่ปุ่นจะใช้คำนี้ในคำว่า どうもありがとうございます บ่อยมากก็ตาม พจนานุกรมญี่ปุ่นอธิบายว่าเป็นคำวิเศษณ์ที่ใช้แสดงความรู้สึกหลายแบบ เช่น ความไม่แน่ใจต่อสาเหตุ การคาดเดาแบบยังไม่มีหลักฐานชัด ความรู้สึกว่า “อย่างไรก็ไม่ได้” และการเน้นคำทักทาย คำขอบคุณ หรือคำขอโทษ
ในด้านที่มาของคำ สามารถแยกเป็น どう และ も ได้ เดิมทีให้ความหมายใกล้กับ “ไม่ว่าจะคิดอย่างไร” หรือ “ลองพิจารณาหลายทางแล้ว” เมื่อใช้ในภาษาปัจจุบัน ความหมายเหล่านั้นยังหลงเหลืออยู่ในประโยคอย่าง どうも分からない ขณะเดียวกัน บริบทของการเกรงใจทำให้คำนี้เชื่อมกับการขอโทษและการขอบคุณในเวลาต่อมา
จำแบบสั้น ๆ: เมื่อ どうも อยู่กับ ありがとう หรือ すみません มันช่วยเพิ่มน้ำหนักของความรู้สึก; เมื่ออยู่ลำพัง มักเป็นคำพูดกันเอง; และเมื่ออยู่ในประโยค มันอาจสื่อว่า “ดูเหมือนว่า”, “ไม่รู้ทำไม” หรือ “อย่างไรก็ไม่”
ใช้ doumo เพื่อขอบคุณหรือขอโทษ
รูปที่คนเริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นพบก่อนคือ どうもありがとうございます ซึ่งเป็นคำขอบคุณที่สุภาพและจริงใจ คำว่า どうも ทำหน้าที่เน้นความรู้สึกของ ありがとうございます ไม่ได้ทำให้ประโยคเป็นทางการขึ้นด้วยตัวมันเอง ดังนั้นระดับความสุภาพจึงมาจากวลีทั้งชุด โดยเฉพาะ ございます
- どうもありがとうございます。
Dōmo arigatō gozaimasu.
ขอบคุณมากครับ/ค่ะ - どうも、ありがとう。
Dōmo, arigatō.
ขอบคุณมากนะ - どうもすみません。
Dōmo sumimasen.
ขอโทษจริง ๆ / ขอบคุณที่ลำบากให้
ถ้ามีคนช่วยเรื่องเล็กน้อย เช่น จับประตูให้หรือส่งของที่ตกให้ どうも คำเดียวอาจใช้แทนคำขอบคุณสั้น ๆ ได้ น้ำเสียงและความสัมพันธ์สำคัญมาก จึงเหมาะกับเพื่อน คนรู้จัก หรือบทสนทนาที่ไม่เป็นพิธี หากเป็นลูกค้า ผู้ใหญ่ หรือสถานการณ์งานที่ต้องรักษาระยะ ควรใช้ ありがとうございます หรือ どうもありがとうございます ให้ชัดกว่า
คำนี้ยังเข้ากับคำขอโทษได้ เพราะการขอบคุณและการขอโทษในภาษาญี่ปุ่นมักมีจุดร่วมคือการรับรู้ว่าอีกฝ่ายต้องออกแรงหรือได้รับความลำบาก เช่น どうも失礼しました หมายถึง “ต้องขอโทษจริง ๆ” ไม่ใช่คำลาแทน さようなら
![Doumo [どうも] ในบทสนทนาภาษาญี่ปุ่น ผู้โดยสารรอรถไฟในญี่ปุ่น](https://cdn.skdesu.com/uploads/2017/02/esperar-trem.webp)
ถ้าต้องการจำวลีขอบคุณแบบเต็ม สามารถดูบทความ วิธีพูดขอบคุณที่เป็นทางการที่สุด เพิ่มเติมได้ เพราะ どうもありがとう กับ どうもありがとうございます ให้ความรู้สึกใกล้กัน แต่ใช้กับคนและสถานการณ์ต่างกัน
doumo ในคำทักทายสั้น ๆ
เมื่อพบคนคุ้นเคย どうも อาจทำหน้าที่คล้ายคำทักทายสั้น ๆ โดยไม่ต้องระบุช่วงเวลา เช่น เช้าหรือเย็น ความหมายที่แน่นอนมาจากสถานการณ์มากกว่าคำแปลตรงตัว ตัวอย่างเช่น 昨日はどうも ที่พูดหลังงานหรือหลังได้รับความช่วยเหลือ อาจสื่อว่า “เมื่อวานขอบคุณนะ” แม้ผู้พูดจะละส่วนที่เหลือไว้
การละคำแบบนี้ฟังเป็นธรรมชาติระหว่างคนที่รู้บริบทเดียวกัน แต่ไม่ใช่ทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับการพบครั้งแรกหรือการสนทนาทางธุรกิจ ถ้าไม่แน่ใจ ให้เลือกคำทักทายหรือคำขอบคุณที่ครบกว่า จะสื่อเจตนาได้ชัดและสุภาพกว่า
dōmo ในประโยคและบทสนทนา
นอกเหนือจากคำทักทาย どうも ยังทำงานเป็นคำวิเศษณ์ในประโยค นี่คือส่วนที่มักทำให้คำแปลว่า “ขอบคุณ” ใช้ไม่ได้เลย ให้สังเกตคำที่ตามหลังและอารมณ์ของทั้งประโยค
- この文の意味がどうもよく分からない。
Kono bun no imi ga dōmo yoku wakaranai.
ไม่รู้ทำไม ฉันถึงไม่ค่อยเข้าใจความหมายของประโยคนี้ - このごろどうも体の調子がよくないんです。
Kono goro dōmo karada no chōshi ga yokunain desu.
ช่วงนี้ไม่รู้ทำไม ร่างกายถึงไม่ค่อยสบาย - どうも雨が降りそうだ。
Dōmo ame ga furi-sō da.
ดูเหมือนฝนจะตก - どうも納得できない。
Dōmo nattoku dekinai.
คิดอย่างไรก็ยังรับไม่ได้
ในสองตัวอย่างแรก どうも ชี้ไปที่เหตุผลที่อธิบายไม่ชัด จึงแปลได้ว่า “ไม่รู้ทำไม” หรือ “รู้สึกว่า” ตัวอย่างเรื่องฝนเป็นการคาดเดาที่ยังไม่ยืนยัน ส่วน どうも納得できない ให้ความรู้สึกว่าคิดหรือพยายามแล้วก็ยังไม่ยอมรับ ความหมายจึงควรเปลี่ยนตามประโยค ไม่ควรยึดคำแปลเดียว
ต่างจาก arigatou และ sumimasen อย่างไร
ありがとう บอกความขอบคุณโดยตรง ส่วน すみません เป็นคำขอโทษที่ใช้เพื่อแสดงความเกรงใจเมื่ออีกฝ่ายเสียเวลาหรือลำบากได้ด้วย どうも ไม่ได้แทนที่สองคำนี้ทุกครั้ง แต่ช่วยเน้นวลีที่ตามหลัง หรือย่อความรู้สึกไว้ในคำพูดกันเอง
เพราะฉะนั้น หากต้องการสื่อสารให้ชัดในช่วงแรกของการเรียน ให้เลือก ありがとうございます เมื่อขอบคุณ และ すみません เมื่อขอโทษก่อน แล้วค่อยสังเกตว่าเจ้าของภาษาใช้ どうも เสริมในบริบทใด การฟังน้ำเสียงและระยะห่างระหว่างผู้พูดสำคัญพอ ๆ กับการจำคำศัพท์
การออกเสียงและการเขียน
เขียนเป็นฮิรางานะว่า どうも และมักถอดเสียงเป็น dōmo หรือ doumo ทั้งสองแบบชี้ไปที่คำเดียวกัน ตัว ō ในการถอดเสียงแสดงเสียงสระยาว ส่วนการเขียนภาษาญี่ปุ่นยังคงเป็น どうも
เมื่อเจอ doumo ครั้งต่อไป อย่ารีบแปลว่า “ขอบคุณ” ให้มองทั้งประโยคก่อน คำสั้น ๆ นี้อาจกำลังแสดงความซาบซึ้ง การขอโทษ คำทักทาย หรือความรู้สึกที่ยังอธิบายไม่ได้ และนั่นคือเสน่ห์ของมันในภาษาญี่ปุ่น
ชุมชน
ความคิดเห็น
0 ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็นที่เผยแพร่ในภาษานี้
ส่งความคิดเห็น