คำที่ได้ยินในอนิเมะมักดูสั้นและคุ้นหู แต่พอใช้ผิดบริบท ความหมายก็เปลี่ยนได้ทันที เช่น otaku ไม่ได้หมายถึงแฟนอนิเมะเพียงอย่างเดียว และ shonen ก็ไม่ใช่ชื่อแนวต่อสู้โดยตรง พจนานุกรมย่อนี้รวบรวมคำสำคัญที่เจอบ่อย พร้อมแยกให้เห็นว่าคำไหนเป็นประเภทผู้อ่าน คำไหนเป็นรูปแบบสื่อ และคำไหนเป็นสแลงของแฟนด้อม
บางคำมีความหมายเฉพาะเมื่อพูดถึงอนิเมะหรือมังงะ ขณะที่บางคำเป็นภาษาญี่ปุ่นทั่วไป การรู้ความต่างเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ช่วยให้ดูเรื่องเดิมได้สนุกขึ้น และไม่เผลอใช้คำแรงหรือเหมารวมคนอื่นโดยไม่ตั้งใจ
สารบัญ 9
คำทั่วไปในโลกอนิเมะและมังงะ
มังงะ (manga / 漫画) คือการ์ตูนญี่ปุ่น ในภาษาญี่ปุ่นคำนี้ใช้เรียกการ์ตูนโดยทั่วไป ไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็นงานที่ส่งออกไปต่างประเทศ
อนิเมะ (anime / アニメ) คือแอนิเมชันญี่ปุ่น ในญี่ปุ่นคำว่า anime ใช้ได้กับแอนิเมชันทุกประเทศ แต่ในภาษาไทยและภาษาอื่นมักใช้เรียกงานจากญี่ปุ่นโดยเฉพาะ
ไลท์โนเวล (light novel) คือนวนิยายที่มักมีภาพประกอบและออกแบบให้อ่านคล่อง กลุ่มผู้อ่านจำนวนมากคุ้นเคยกับมันผ่านงานที่ถูกดัดแปลงเป็นอนิเมะหรือมังงะ
วิชวลโนเวล (visual novel) คือเกมเล่าเรื่องที่ให้ผู้อ่านกดอ่านข้อความ ดูภาพ และบางครั้งเลือกเส้นทางของเรื่องได้ ไม่ใช่นวนิยายเล่มเดียวกันกับไลท์โนเวล
เอโรเกะ (eroge) เป็นชื่อเรียกเกมผู้ใหญ่ ภายใต้คำนี้มีงานหลายรูปแบบ และวิชวลโนเวลบางเรื่องก็อยู่ในกลุ่มนี้
โดจินชิ (dōjinshi / 同人誌) คือสิ่งพิมพ์อิสระที่สร้างโดยบุคคลหรือกลุ่มแฟน อาจเป็นมังงะ นิยาย หรือรวมผลงานต้นฉบับและแฟนเวิร์ก
โอตาคุ (otaku / オタク) ใช้เรียกคนที่หมกมุ่นหรือทุ่มเทกับความสนใจบางอย่าง ในการใช้สากลมักโยงกับอนิเมะและมังงะ แต่ในญี่ปุ่นอาจหมายถึงคนที่คลั่งไคล้เรื่องอื่นได้ด้วย น้ำหนักของคำเปลี่ยนตามผู้พูดและสถานการณ์ จึงไม่ควรใช้เหมารวมว่าโอตาคุทุกคนเหมือนกัน

คำเกี่ยวกับมังงะ
มังงากะ (mangaka / 漫画家) คือผู้สร้างมังงะ อาจรับผิดชอบทั้งเรื่องและภาพ หรือทำงานร่วมกับผู้เขียนบท บรรณาธิการ และผู้ช่วย
ทังโกบง (tankōbon / 単行本) คือเล่มรวมตอนของมังงะที่ตีพิมพ์เป็นหนังสือ เมื่อหลายตอนจากนิตยสารหรือแพลตฟอร์มเดียวกันถูกรวมเป็นเล่ม ผู้อ่านมักเรียกเล่มนั้นว่าทังโกบง
สันเล่ม คือด้านข้างของหนังสือมังงะ ตำแหน่งที่เห็นชื่อเรื่องเมื่อเรียงเล่มบนชั้น
วันช็อต (one-shot) คือมังงะเรื่องสั้นที่จบในตอนเดียว บางเรื่องใช้เป็นผลงานเดี่ยว บางเรื่องต่อมากลายเป็นต้นแบบของซีรีส์ยาว

คำเกี่ยวกับอนิเมะ
อาร์ก (arc) คือช่วงเรื่องที่มีเป้าหมายหรือความขัดแย้งชุดหนึ่ง เช่น อาร์กการแข่งขันหรืออาร์กตัวร้าย ไม่จำเป็นต้องยาวเท่ากันทุกเรื่อง
ซีซัน (season) อาจหมายถึงชุดตอนที่ออกอากาศในช่วงหนึ่ง หรือฤดูกาลใหม่ของซีรีส์ ขึ้นกับวิธีจัดจำหน่ายของแต่ละผลงาน
ฟิลเลอร์ (filler) คือเนื้อหาที่เพิ่มขึ้นนอกเส้นเรื่องต้นฉบับ โดยคำนี้มักใช้กับอนิเมะที่ดัดแปลงจากมังงะ ผู้ชมบางคนชอบตอนที่ขยายชีวิตตัวละคร ขณะที่บางคนข้ามเพื่อกลับสู่เรื่องหลัก
OVA (Original Video Animation) คืออนิเมะที่ทำเพื่อวางจำหน่ายในรูปแบบวิดีโอโดยตรง ไม่ได้เริ่มจากการออกอากาศทางโทรทัศน์
OAD (Original Animation DVD) มักหมายถึงตอนหรืออนิเมะพิเศษที่แนบมากับฉบับพิเศษของมังงะหรือสินค้าอื่น
เซยู (seiyū / 声優) คือนักพากย์เสียงภาษาญี่ปุ่น ไม่ได้จำกัดเฉพาะงานอนิเมะ เพราะทำงานได้ทั้งเกม โฆษณา ละครเสียง และสื่ออื่น
ไลฟ์แอ็กชัน (live action) คือผลงานที่ใช้ผู้แสดงจริง บางเรื่องดัดแปลงจากมังงะหรืออนิเมะ แต่คำนี้ไม่ได้หมายความว่างานนั้นต้องสร้างในญี่ปุ่น

กลุ่มผู้อ่านและรูปแบบเรื่อง
คำหลายคำในหมวดนี้มักถูกเรียกว่า “แนว” ทั้งที่บางคำบอกกลุ่มผู้อ่านเป้าหมายมากกว่าบอกเนื้อเรื่อง งาน shonen จึงไม่จำเป็นต้องต่อสู้ และงาน shōjo ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นโรแมนติกเสมอไป
โคโดโมะ หรือ โคโดโมมุเกะ (kodomo / 子供) หมายถึงผลงานสำหรับเด็ก
โชเน็น (shōnen / 少年) คือมังงะหรืออนิเมะที่วางกลุ่มผู้อ่านวัยรุ่นชายเป็นหลัก ตัวอย่างเช่น One Piece และ Naruto
โชโจ (shōjo / 少女) คือผลงานที่มีกลุ่มผู้อ่านวัยรุ่นหญิงเป็นหลัก ความรักอาจเป็นส่วนสำคัญ แต่ไม่ใช่กฎของทุกเรื่อง
เซเน็น (seinen / 青年) คือผลงานที่มุ่งสู่ผู้อ่านผู้ใหญ่ชาย ส่วน โจเซ (josei / 女性) มุ่งสู่ผู้อ่านผู้ใหญ่หญิง ทั้งสองคำบอกกลุ่มเป้าหมาย ไม่ได้ใช้ตัดสินว่าเนื้อหา “จริงจัง” กว่าเรื่องอื่น
เมคา (mecha) คือผลงานที่มีหุ่นยนต์หรือเครื่องจักรขนาดใหญ่เป็นองค์ประกอบสำคัญของเรื่อง
มาโฮโชโจ (mahō shōjo) คือเรื่อง “สาวน้อยเวทมนตร์” ที่ตัวละครใช้พลังพิเศษหรือการแปลงร่าง ตัวอย่างที่คนรู้จักคือ Sailor Moon และ Cardcaptor Sakura
ฮาเร็ม (harem) ใช้เรียกเรื่องที่ตัวละครหนึ่งคนรายล้อมด้วยผู้มีโอกาสเป็นคู่รักหลายคน ถ้าศูนย์กลางเป็นผู้หญิงและรายล้อมด้วยผู้ชาย มักเรียกว่า reverse harem
ยูริ (yuri) เป็นคำที่ใช้กับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างผู้หญิง ส่วน BL (Boys’ Love) เป็นคำร่วมสมัยที่ใช้กว้างสำหรับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างผู้ชาย คำว่า yaoi และ shōnen-ai ยังพบในแฟนด้อม แต่ความหมายและการใช้ต่างกันไปตามยุคและชุมชน

คำสแลงและลักษณะตัวละคร
คาวาอิ (kawaii / かわいい) แปลได้ประมาณว่า “น่ารัก” แต่ขอบเขตของคำกว้างกว่าความน่ารักแบบเด็กเล็ก ใช้ชมของ คน สไตล์ หรือท่าทางได้ตามบริบท
บิโชโจ (bishōjo / 美少女) หมายถึงหญิงสาวหน้าตาน่ารักหรือสวยงาม และมักใช้เป็นคำบรรยายประเภทตัวละครในสื่อป๊อป
ชิบิ (chibi) ในงานวาดมักหมายถึงการทำตัวละครให้หัวโต ตัวเล็ก และแสดงอารมณ์ชัดขึ้น คำนี้มีบริบทอื่นในภาษาญี่ปุ่น จึงไม่ควรใช้เรียกคนจริงแบบไม่ระวัง
โมเอะ (moe / 萌え) คือความรู้สึกเอ็นดูหรือหลงใหลที่แฟน ๆ มีต่อตัวละคร คุณลักษณะ หรือสถานการณ์บางอย่าง ไม่ได้เป็นคำพ้องกับ “น่ารัก” ทุกครั้ง
โอมาเกะ (omake / おまけ) คือของแถมหรือเนื้อหาเสริม เช่น ตอนสั้น มุกท้ายเล่ม หรือฉากพิเศษ
สึนเดเระ (tsundere / ツンデレ) คือภาพจำของตัวละครที่ภายนอกดูเย็นชา แข็ง หรือปากร้าย แต่ค่อยเผยด้านอ่อนโยนออกมา ส่วน ยันเดเระ (yandere / ヤンデレ) เริ่มจากความรักหรือความผูกพันที่รุนแรงจนกลายเป็นการครอบงำหรืออันตรายในเรื่องแต่ง คำเหล่านี้เป็นคำบรรยายตัวละคร ไม่ใช่คำวินิจฉัยคนจริง
คำเรียกและคำลงท้ายชื่อ
คำลงท้ายชื่อภาษาญี่ปุ่น บอกระยะห่าง ความสุภาพ และความสัมพันธ์ได้มากกว่าที่คำแปลไทยคำเดียวจะครอบคลุม
-ซัง (-san) เป็นคำลงท้ายสุภาพที่ใช้ได้กว้างเมื่อยังไม่แน่ใจระดับความสนิท
-จัง (-chan) ให้ความรู้สึกใกล้ชิดหรือเอ็นดู มักใช้กับเด็ก คนสนิท หรือชื่อเล่น แต่ไม่ได้ใช้กับทุกคนได้ตามใจ
-คุง (-kun) ใช้กับเด็กผู้ชาย เพื่อนร่วมชั้น หรือผู้ใต้บังคับบัญชาในบางบริบท การใช้กับผู้หญิงก็พบได้ในสถานการณ์เฉพาะ
เซ็นไป (senpai / 先輩) คือรุ่นพี่หรือผู้มีประสบการณ์มากกว่าในโรงเรียน ชมรม หรือที่ทำงาน ส่วนรุ่นน้องคือ kōhai
-ซามะ (-sama) สุภาพกว่า -san และใช้เมื่อแสดงความเคารพอย่างมาก เช่น เรียกลูกค้าหรือบุคคลที่ยกย่อง
โอนีจัง / โอนีซัง ใช้เรียกพี่ชายในระดับความสนิทและความสุภาพที่ต่างกัน ส่วน โอเนจัง / โอเนซัง ใช้เรียกพี่สาว การได้ยินคำเหล่านี้ในอนิเมะจึงไม่ได้แปลว่าตัวละครทุกคนเป็นญาติกันเสมอไป
คำในแฟนด้อม
ฟุโจชิ (fujoshi) ใช้เรียกแฟนผู้หญิงของงาน BL หรือ yaoi และ ฟุดันชิ (fudanshi) ใช้เรียกแฟนผู้ชายของงานประเภทเดียวกัน ทั้งสองคำมีที่มาของคำที่เล่นความหมาย จึงควรใช้เมื่อผู้พูดหรือชุมชนยอมรับคำนี้
คอสเพลย์ (cosplay) คือการแต่งกายและแสดงเป็นตัวละครจากอนิเมะ มังงะ เกม หรือสื่ออื่น ไม่ใช่แค่การใส่ชุดเหมือนตัวละครเท่านั้น เพราะหลายคนให้ความสำคัญกับงานฝีมือ การโพสท่า และการตีความบุคลิกด้วย
สแกนเลชัน (scanlation) คือคำที่ใช้เรียกกระบวนการสแกน แปล และเรียบเรียงมังงะโดยแฟน ๆ คำนี้อธิบายกิจกรรมในแฟนด้อม ไม่ได้บอกว่าแต่ละการเผยแพร่มีสิทธิ์ใช้งานหรือไม่
ดนตรีที่ได้ยินบ่อย
J-pop คือคำรวมเพลงป๊อปญี่ปุ่น และ J-rock ใช้กับเพลงร็อกญี่ปุ่น ส่วน K-pop และ K-rock หมายถึงเพลงป๊อปและร็อกจากเกาหลี คำเหล่านี้บอกบริบทอุตสาหกรรมและภาษาได้คร่าว ๆ แต่ศิลปินหนึ่งคนอาจผสมแนวดนตรีได้มากกว่าหนึ่งแบบ
คำเกี่ยวกับเนื้อหาผู้ใหญ่
เอคจิ (ecchi) มักใช้ในแฟนด้อมกับงานที่มีมุกหรือภาพชวนวาบหวิว แต่ไม่ใช่งานลามกโดยตรง ส่วน เฮ็นไต (hentai) ในการใช้นอกญี่ปุ่นมักหมายถึงสื่อสำหรับผู้ใหญ่ ขณะที่ในภาษาญี่ปุ่นทั่วไปคำนี้มีความหมายกว้างและอาจใช้ในเชิงดูหมิ่นได้
โลลิคอน (lolicon) เป็นคำเรียกแนวหรือรสนิยมในสื่อที่เกี่ยวข้องกับตัวละครเด็กหรือดูเป็นเด็ก จึงเป็นคำที่อ่อนไหวและไม่ควรนำไปใช้แบบล้อเล่น ส่วน ยูริ และ BL เป็นคำบอกประเภทความสัมพันธ์ ไม่ได้เป็นคำเดียวกับหมวดเนื้อหาผู้ใหญ่เสมอไป
ศัพท์โอตาคุเปลี่ยนตามเวลาและชุมชนเสมอ หากไม่แน่ใจ ให้ฟังว่าคนในพื้นที่นั้นใช้คำอย่างไร และแยกความหมายในงานแต่งออกจากการเรียกคนจริง นั่นช่วยให้คุยเรื่องอนิเมะและมังงะได้สนุกโดยไม่หลุดบริบท
ชุมชน
ความคิดเห็น
0 ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็นที่เผยแพร่ในภาษานี้
ส่งความคิดเห็น