คัปปะเป็นหนึ่งในโยไกน้ำที่คนญี่ปุ่นรู้จักดีที่สุด ภาพของเขาผสมความน่ากลัวเข้ากับความน่าขัน ตั้งแต่จานน้ำบนหัว กระดองเต่า ไปจนถึงความชื่นชอบแตงกวาและกีฬาซูโม่ ตำนานสมัยเอโดะเล่าว่าคัปปะลากคนและม้าลงสู่ก้นน้ำ แต่คัปปะก็ขึ้นชื่อเรื่องความสุภาพและความซื่อสัตย์ต่อคำสัญญาเช่นกัน ภาพลักษณ์ที่ขัดกันนี้ทำให้เขากลายเป็นตัวละครประจำในหนังสือการ์ตูน เกม และภาพยนตร์ญี่ปุ่นจนถึงทุกวันนี้
สารบัญ 8
คัปปะคืออะไร ต้นกำเนิดของโยไกน้ำ
คัปปะ (河童) มักถูกจัดให้อยู่ร่วมกับโอนิและเท็นงุในกลุ่ม "สามโยไกที่ยิ่งใหญ่" ของญี่ปุ่น คำว่าโยไก (妖怪) หมายถึงสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติที่ทั้งเจ้าเล่ห์และอันตรายได้ในคราวเดียวกัน ส่วนชื่อคัปปะมาจากคำว่า คาวาวัปปะ (かわわっぱ) ซึ่งเกิดจาก คาวะ (川, แม่น้ำ) รวมกับ วาราวะ (童, เด็ก) จึงแปลได้ว่า "เด็กแห่งสายน้ำ" ในบางท้องที่ยังเรียกเขาว่าคาวาตาโร (河太郎) ชื่อเหล่านี้บอกที่อยู่ของคัปปะได้เป็นอย่างดี นั่นคือแม่น้ำ ทะเลสาบ และหนองน้ำทั่วประเทศญี่ปุ่น

ลักษณะภายนอกและโครงสร้างทางกายภาพ
รูปร่างของคัปปะผสมลักษณะของสัตว์น้ำหลายชนิดเข้าด้วยกัน แต่ภาพที่คนญี่ปุ่นนึกถึงมากที่สุดคือตัวขนาดเท่าเด็ก ผิวสีเขียวหรือสีน้ำตาลอมเขียวและลื่นเหมือนสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ บนหลังมีกระดองเหมือนเต่า มือและเท้ามีพังผืด ส่วนใบหน้ามีจะงอยปากแหลมคล้ายนกหรือกบ สิ่งที่ขาดไม่ได้คือจานน้ำ (皿, ซาระ) บนหัวที่กักน้ำไว้เสมอ น้ำในจานคือแหล่งพลังของคัปปะ ถ้าน้ำหกหรือจานแห้ง เขาจะอ่อนแรงลงทันที
ตำนานยังเล่าถึงพละกำลังมหาศาลของคัปปะ เขาลากม้าหรือวัวลงสู่ก้นแม่น้ำได้ และในเรื่องเล่าที่น่าขนลุกที่สุด คัปปะจะดึงชิริโคดามะ (尻子玉) ซึ่งเป็นอวัยวะในจินตนาการที่เชื่อกันว่าอยู่ในทวารหนักของเหยื่อออกมา ผู้ถูกดึงจะหมดเรี่ยวแรงหรือเสียชีวิต ภาพนี้ปรากฏในภาพพิมพ์ชื่อ "คาวาตาโรดึงชิริโคดามะ" จากหนังสือรวมภาพปี 1788

ธรรมชาติสองด้านของคัปปะ จากอันตรายถึงขี้เล่น
แม้ตำนานยุคเก่าจะเล่าถึงด้านดุร้ายของคัปปะ แต่เรื่องเล่าส่วนใหญ่กลับวาดภาพเขาว่าเป็นตัวป่วนจอมแก่นที่ชอบความสนุกและให้คำมั่นสัญญาเสมอ คัปปะหลงใหลการประลองกำลัง โดยเฉพาะซูโม่ เขาท้ามนุษย์แข่งบ่อยครั้ง และเมื่อแพ้ก็เสียใจอย่างมาก
การเอาชนะคัปปะด้วยความเคารพ
วิธีเอาชนะคัปปะที่รู้จักกันดีที่สุดคือการใช้มารยาท เมื่อมนุษย์โค้งคำนับ คัปปะซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความสุภาพจะโค้งตอบทันที น้ำในจานบนหัวจึงหกและพลังของเขาหมดไป เหลือเพียงร่างที่ขยับแทบไม่ได้ ในตำนานหลายเรื่อง มนุษย์ใช้จังหวะนี้ต่อรองให้คัปปะสัญญาว่าจะเลิกก่อกวน และในหลายพื้นที่ เขากลายเป็นผู้ช่วยมนุษย์ด้วยการจับปลามาฝากทุกวัน หรือสอนตำรับยาสมุนไพรและวิชาจัดกระดูกเพื่อตอบแทน

ความสัมพันธ์กับแตงกวา
แตงกวาเป็นของโปรดของคัปปะจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของตำนาน ในยุคเอโดะ ชาวเมืองที่เชื่อเรื่องนี้ซื้อแตงกวามาโยนลงแม่น้ำเพื่อเอาใจคัปปะและขอให้ปลอดภัยจากการจมน้ำ บางคนเขียนชื่อสมาชิกในครอบครัวลงบนแตงกวาก่อนลอยลงน้ำ เพื่ออธิษฐานว่าลูกหลานจะไม่ถูกดึงชิริโคดามะ แตงกวาผูกพันกับคัปปะมากจนซูชิแตงกวาที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า "คัปปะมากิ" (カッパ巻き)
นอกจากแตงกวา คัปปะยังผูกพันกับตำนานการแพทย์ บันทึกเก่าแก่ชิ้นหนึ่งคือ "ไซบันไคดันจิกกี" (西播怪談実記) ปี 1754 เล่าว่าคัปปะในแคว้นฮาริมะถูกซามูไรฟันแขนขาดและขอชีวิตด้วยการมอบตำรับยาจัดกระดูกให้มนุษย์ ตระกูลแพทย์หลายตระกูลในญี่ปุ่นจึงอ้างว่ายาที่สืบทอดกันมานั้นได้มาจากคัปปะ

คัปปะในวัฒนธรรมป๊อป จากวายร้ายถึงมาสคอตที่น่ารัก
จากตำนานพื้นบ้าน คัปปะกลายเป็นตัวละครประจำวัฒนธรรมสมัยใหม่ที่มักถูกวาดให้เป็นมิตรหรือตลกขบขัน เมืองต่าง ๆ ทั่วญี่ปุ่นใช้เขาเป็นสัญลักษณ์และมาสคอต เช่นที่เมืองฟุกุซากิ จังหวัดเฮียวโงะ มีคัปปะชื่อกาตาโรกับกาจิโรที่โผล่ขึ้นจากสระในสวนสาธารณะสึจิกาวะยามะเป็นรอบ ๆ ส่วนโรงกลั่นสาเกคิซากุระ (黄桜) ในย่านฟุชิมิ เกียวโต ใช้คัปปะเป็นมาสคอตจนเป็นที่รู้จักทั่วญี่ปุ่นผ่านโฆษณาทางโทรทัศน์ตั้งแต่ปี 1955 และตามริมแม่น้ำหลายสายยังมีป้ายเตือนเด็ก ๆ ให้ระวังคัปปะ
การอ้างอิงในอนิเมะ มังงะ และเกม
คัปปะทิ้งร่องรอยไว้ในอนิเมะ มังงะ และเกมอิเล็กทรอนิกส์หลายเรื่อง ตัวอย่างที่ชัดเจนได้แก่:
- โปเกมอน: Lotad และ Lombre รวมถึง Ludicolo ในสายวิวัฒนาการเดียวกัน มีต้นแบบจากคัปปะ มีทั้งจานน้ำบนหัวและจะงอยปากคล้ายเต่า
- ดิจิมอน: Shawujinmon และ Sagomon อ้างอิงจากซัวเจ๋ง ตัวละครในวรรณกรรมจีนเรื่องไซอิ๋วที่ถูกสาปให้กลายเป็นครึ่งมนุษย์ครึ่งคัปปะ
- ภาพยนตร์: Kappa no Kū to Natsuyasumi (河童のクゥと夏休み) ปี 2007 กำกับโดยฮาระ เคย์อิจิ เล่าถึงคัปปะชื่อคูที่ฟื้นคืนชีพในโตเกียวสมัยใหม่
คัปปะยังปรากฏในเกมอย่าง Harvest Moon: Friends of Mineral Town เขาอาศัยอยู่ในทะเลสาบและโผล่ขึ้นมาทุกครั้งที่ผู้เล่นโยนแตงกวาลงไป ถ้าโยนติดต่อกัน 10 วันจะได้รับ Power Berry เป็นรางวัล ในภาค More Friends of Mineral Town เขายังเป็นคู่สมรสลับที่ต้องไขเงื่อนไขพิเศษมากมาย จะเห็นได้ว่าแม้อยู่ในเกมสมัยใหม่ คัปปะก็ยังต้องใช้แตงกวาเป็นกุญแจสำคัญเสมอ

คัปปะระหว่างตำนานกับความทันสมัย
คัปปะเป็นตัวอย่างของตำนานที่อยู่ต่อได้เพราะปรับเปลี่ยนไปตามยุค สมัยเอโดะคนญี่ปุ่นกลัวเขาถึงขั้นโยนแตงกวาลงแม่น้ำพร้อมเขียนชื่อลูกหลานเพื่อขอให้ปลอดภัยจากน้ำ ทุกวันนี้ญี่ปุ่นยังเก็บสิ่งที่เชื่อกันว่าเป็นซากมัมมี่คัปปะไว้ตามวัดและพิพิธภัณฑ์หลายแห่ง เช่นที่วัดซุยริวจิในโอซากะและโรงกลั่นสาเกในเมืองอิมาริ จังหวัดซากะ แม้ผู้เชี่ยวชาญจะยังไม่ยืนยันว่าเป็นของจริง
บนถนนมิซึกิ ชิเงรุในเมืองซากาอิมินาติ จังหวัดทตโตริ ซึ่งเต็มไปด้วยรูปปั้นโยไกจากฝีมือมิซึกิ ชิเงรุ ก็มีรูปปั้นคัปปะรวมอยู่ด้วย และสำนวน 河童の川流れ (คัปปะโนะคาวานางาเระ) ที่ว่าแม้คัปปะผู้ว่ายน้ำเก่งก็ยังถูกน้ำพัด ยังใช้เตือนใจว่าคนเก่งก็พลาดได้เช่นกัน






ชุมชน
ความคิดเห็น
0 ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็นที่เผยแพร่ในภาษานี้
ส่งความคิดเห็น