สวนอนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมะ: โดมปรมาณู พิพิธภัณฑ์ และจุดสำคัญ

สวนอนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมะ: โดมปรมาณู พิพิธภัณฑ์ และจุดสำคัญ

นาฬิกาที่หยุด 8:15 น. โดมที่รอดใกล้จุดศูนย์กลาง และสวนที่ฮิโรชิมะสร้างขึ้นเพื่อไม่ให้เรื่องนี้เหลือแค่ตัวเลข

นาฬิกาหลายเรือนในฮิโรชิมะหยุดที่ 8:15 น. ของวันที่ 6 สิงหาคม 1945 ไม่ใช่ของตกแต่งในพิพิธภัณฑ์ แต่เป็นของใช้จริงที่แรงระเบิดของลิตเติลบอย (Little Boy) ทำให้เข็มเดินต่อไม่ได้

สวนอนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมะไม่ได้ปูทับที่ว่างเปล่า แต่วางทับย่านนากาจิมะที่เคยมีบ้าน ร้าน และโรงเรียน คนมาที่นี่ไม่ใช่เพื่อเก็บวิวเมืองใหม่ให้ครบ แต่เพื่อเดินตามแนวจากพิพิธภัณฑ์ผ่านเปลวไฟสันติภาพไปยังโดมปรมาณู แล้วค่อยเห็นว่ามรดกโลกที่ขึ้นทะเบียนในปี 1996 คือซากอาคารหลังนั้น ไม่ใช่สวนทั้งผืน

จักรยานสามล้อที่ไหม้เกรียมและแบบจำลองเมืองฮิโรชิมะในพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพ
สารบัญ 7

ระเบิดในยามรุ่งอรุณที่ฮิโรชิมะ

เช้าวันที่ 6 สิงหาคม 1945 เวลา 8:15 น. กองทัพอากาศสหรัฐฯ ทิ้งระเบิดปรมาณูลิตเติลบอยจากเครื่องบิน B-29 เป้าหมายที่เล็งไว้คือสะพานไอโออิ (Aioi-bashi) ซึ่งมีรูปตัว T โดดเด่นจากฟ้า แรงระเบิดเกิดเหนือพื้นดินราว 600 เมตร ไม่ใช่ที่พื้นถนนตรง ๆ

ภายในไม่กี่วินาที ย่านกลางเมืองกลายเป็นซาก ความร้อน คลื่นกระแทก และรังสีทำลายอาคารในรัศมีหลายกิโลเมตร คาดว่ามีผู้เสียชีวิตในวันนั้นราว 70,000 คน และภายในสิ้นปี 1945 ตัวเลขผู้เสียชีวิตมักถูกประเมินราว 140,000 คน ตัวเลขนี้ไม่ใช่จุดจบของเรื่อง เพราะโรคจากรังสีและการสูญเสียยังตามผู้รอดชีวิตที่ชาวเมืองเรียกว่าฮิบาคุชะไปอีกหลายสิบปี

อาคารที่ยังตั้งอยู่ใกล้จุดศูนย์กลางได้กลายเป็นภาพที่โลกจำได้ในชื่อโดมปรมาณู (Genbaku-Dōmu) โครงเหล็กและผนังที่เหลืออยู่ไม่ได้ถูกสร้างใหม่ให้สวย แต่ถูกเก็บไว้ให้เห็นว่าอาวุธลูกเดียวทำอะไรกับเมืองได้บ้าง

สวนอนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมะ

สวนอนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมะ (Hiroshima Heiwa Kinen Kōen) เปิดอย่างเป็นทางการในปี 1954 ใจกลางเขตนากะ พื้นที่ราว 120,000 ตารางเมตร ผังสวนและพิพิธภัณฑ์ออกแบบโดยสถาปนิกเคนโซ ทังเงะ (Kenzō Tange) ซึ่งต่อมาได้รับรางวัลพริตซ์เกอร์สาขาสถาปัตยกรรมในปี 1987

ทุกวันที่ 6 สิงหาคม มีพิธีรำลึกอย่างเป็นทางการที่สวนนี้ นายกเทศมนตรีฮิโรชิมะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ผู้รอดชีวิต และแขกจากหลายประเทศมาร่วมกัน ข้อความประจำปีถูกส่งออกไปในฐานะเมืองที่เคยถูกอาวุธนิวเคลียร์โจมตี ไม่ใช่ในฐานะจุดท่องเที่ยวทั่วไป

ในสวนมีอนุสรณ์หลายจุด แต่ละจุดเล่าคนละมุมของวันนั้น ที่คนมักแวะเป็นชุดเดียวกัน ได้แก่:

  • โดมปรมาณู (Genbaku-Dōmu) — ซากหอส่งเสริมอุตสาหกรรมจังหวัดที่รอดใกล้จุดศูนย์กลาง
  • อนุสรณ์ผู้เสียชีวิตจากระเบิดปรมาณู — ซุ้มหินที่เก็บทะเบียนรายชื่อผู้เสียชีวิตที่ระบุตัวตนได้
  • เปลวไฟสันติภาพ (Heiwa no Honō) — จุดตั้งแต่ปี 1964 และจะดับเมื่ออาวุธนิวเคลียร์หมดไปจากโลก
  • อนุสาวรีย์สันติภาพเด็ก (Genbaku no Ko no Zō) — ระลึกถึงเด็กที่เสียชีวิตจากระเบิดและผลของรังสี รวมถึงเรื่องของซาดาโกะ ซาซากิ
  • ระฆังสันติภาพ (Heiwa no Kane) — ผู้เข้าชมตีระฆังเพื่อสวดขอสันติภาพ ไม่ใช่อนุสาวรีย์เด็ก
โดมปรมาณูด้านซ้ายและอนุสาวรีย์สันติภาพเด็กพร้อมนกกระเรียนกระดาษด้านขวา

โดมปรมาณู (Genbaku-Dōmu)

โดมปรมาณูเดิมเป็นหอแสดงสินค้าจังหวัดฮิโรชิมะ (広島県物産陳列館) ออกแบบโดยสถาปนิกชาวเช็ก Jan Letzel สร้างเสร็จในปี 1915 ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นหอส่งเสริมอุตสาหกรรมจังหวัดฮิโรชิมะ (広島県産業奨励館) อาคารสไตล์ตะวันตกสามชั้นมียอดโดมทองแดง จึงถูกเรียกติดปากว่าโดมเมื่อเหลือแต่โครงหลังระเบิด

จุดศูนย์กลางของการระเบิดอยู่ห่างจากโดมในแนวราบราว 160 เมตร ไม่ใช่ 600 เมตรอย่างที่มักสับสนกับความสูงของการระเบิดในอากาศ คนส่วนใหญ่ในบริเวณใกล้เคียงเสียชีวิตทันที แต่โครงโดมและผนังบางส่วนยังยืนอยู่ เพราะแรงระเบิดมาเกือบจากด้านบน

ในปี 1996 ยูเนสโกขึ้นทะเบียน อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมะ (โดมปรมาณู) เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ไม่ใช่สวนทั้งผืน พื้นที่ที่ขึ้นทะเบียนมีเพียงบริเวณโดมราว 0.4 เฮกตาร์ สวนรอบนอกเป็นพื้นที่กันชนและพื้นที่รำลึก โครงสร้างถูกยึดให้คงสภาพซาก ไม่ได้บูรณะให้กลับเป็นอาคารสมบูรณ์

พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมะ

พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมะ (Hiroshima Heiwa Kinen Shiryōkan) เปิดในปี 1955 ที่ขอบด้านใต้ของสวน ทังเงะออกแบบอาคารให้ลอยเหนือพื้น ตอนนี้แบ่งเป็นอาคารหลักกับอาคารตะวันออก อาคารหลักพาเข้าสู่ข้าวของของผู้ประสบภัย อาคารตะวันออกวางบริบทก่อนและหลังวันนั้น

ของที่คนจำได้หลังออกจากห้องนิทรรศการมักไม่ใช่สถิติ แต่เป็นของใช้ที่หยุดในวินาทีนั้น:

  • จักรยานสามล้อที่ไหม้เกรียม ของเด็กชายคนหนึ่ง ซึ่งกลายเป็นวัตถุที่ผู้เข้าชมจำได้มากที่สุดชิ้นหนึ่ง
  • นาฬิกาที่เข็มค้างที่ 8:15 น.
  • กระเป๋านักเรียนและเสื้อผ้า ของเด็กที่ออกจากบ้านไปโรงเรียนในเช้าวันนั้น
  • แบบจำลองเมืองฮิโรชิมะ ก่อนและหลังการทิ้งระเบิด
  • คำให้การของฮิบาคุชะ ทั้งลายลักษณ์อักษร ภาพถ่าย และสื่อเสียง

นิทรรศการบางส่วนโชว์ร่องรอยร่างกายและข้าวของที่ถูกความร้อนเปลี่ยนรูป เด็กเล็กและคนที่ไม่พร้อมอาจต้องเลือกห้องหรือข้ามบางจุด มีคำอธิบายหลายภาษา แต่บรรยากาศในห้องนิทรรศการถาวรคือความเงียบ ไม่ใช่จุดเซลฟี

อาคารพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมะและซุ้มอนุสรณ์ผู้เสียชีวิตที่จัดแกนให้เห็นโดมปรมาณู

อนุสาวรีย์สำคัญในสวน

ถ้าเดินจากพิพิธภัณฑ์ตรงไปทางเหนือ จะเห็นแกนที่ทังเงะวางไว้ชัด ๆ ซุ้มอนุสรณ์ผู้เสียชีวิตจากระเบิดปรมาณูเป็นหินโค้งรูปฮานิวะ ด้านในมีหีบหินเก็บทะเบียนรายชื่อผู้เสียชีวิตที่ระบุตัวตนได้ เมืองฮิโรชิมะเพิ่มชื่อใหม่ทุกวันที่ 6 สิงหาคม จารึกบนหินอ่านว่า «ขอให้หลับอย่างสงบ เพราะเราจะไม่ทำความผิดซ้ำอีก»

มองผ่านซุ้มนี้จะเห็นเปลวไฟสันติภาพแล้วต่อไปถึงโดมปรมาณู เปลวไฟถูกจุดเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 1964 และจะดับก็ต่อเมื่ออาวุธนิวเคลียร์หมดไปจากโลก ไม่ใช่ไฟประดับสวน

อนุสาวรีย์สันติภาพเด็ก สร้างเสร็จวันที่ 5 พฤษภาคม 1958 สูงรวมราว 9 เมตร รูปเด็กหญิงชูนกกระเรียนกระดาษอยู่บนฐาน แรงบันดาลใจสำคัญมาจากซาดาโกะ ซาซากิ ซึ่งรอดจากระเบิดตอนอายุ 2 ขวบ แล้วเสียชีวิตด้วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวในปี 1955 เพื่อนร่วมชั้นระดมทุนสร้างอนุสาวรีย์นี้ให้เด็กทุกคนที่ไม่ได้โตขึ้น นกกระเรียนพับกระดาษที่กองรอบฐานมาจากผู้เยี่ยมชมทั่วโลก

ระฆังสันติภาพ อยู่คนละจุด ผู้เข้าชมตีระฆังได้ อย่าสับสนกับอนุสาวรีย์เด็ก นอกสวนยังมีสะพานสันติภาพ (Heiwa Ōhashi) ที่ทังเงะออกแบบเป็นทางเข้าออก ไม่ใช่อนุสรณ์หลักในลิสต์เดียวกับโดม

ใกล้สวนยังมีหออนุสรณ์สันติภาพแห่งชาติสำหรับผู้เสียชีวิตจากระเบิดปรมาณู ซึ่งเก็บคำให้การและชื่อผู้เสียชีวิตแยกจากพิพิธภัณฑ์ ถ้าอยากฟังเรื่องผู้ที่อยู่ทั้งฮิโรชิมะและนางาซากิ เรื่องของ สึโตมุ ยามากูจิ ผู้รอดชีวิตจากทั้งสองเมือง ช่วยเติมภาพที่สถิติในสวนไม่ได้เล่า

แกนสวนอนุสรณ์สันติภาพฮิโรชิมะจากซุ้มอนุสรณ์ไปยังโดมปรมาณู คู่กับภาพเมืองฮิโรชิมะที่ฟื้นตัวแล้ว

ข้อมูลเชิงปฏิบัติสำหรับผู้เข้าชม

สวนเข้าได้ทั้งวันโดยไม่เสียค่าเข้าชม พิพิธภัณฑ์คิดค่าเข้าชมและมีเวลาเปิด-ปิดตามฤดู ตัวเลขด้านล่างอิงข้อมูลทางการล่าสุด ควรเช็กเว็บพิพิธภัณฑ์อีกครั้งก่อนเดินทาง เพราะรอบเช้า-เย็นบางช่วงจองตั๋วออนไลน์เท่านั้น

ช่วงเวลาเปิดพิพิธภัณฑ์
มีนาคม–กรกฎาคม และกันยายน–พฤศจิกายน7:30–19:00 น.
สิงหาคม7:30–20:00 น. (วันที่ 5 และ 6 สิงหาคมถึง 21:00 น.)
ธันวาคม–กุมภาพันธ์7:30–18:00 น.
วันปิด30–31 ธันวาคม และช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ตอนเปลี่ยนนิทรรศการ

ค่าเข้าชมนิทรรศการถาวรอยู่ที่ 200 เยนสำหรับผู้ใหญ่ (นักศึกษาขึ้นไป) 100 เยนสำหรับนักเรียนมัธยมปลาย นักเรียนมัธยมต้นลงไปเข้าฟรี ผู้มีอายุ 65 ปีขึ้นไปเข้าได้ 100 เยนเมื่อแสดงหนังสือเดินทาง เข้าชมห้องนิทรรศการถาวรได้ถึง 30 นาทีก่อนปิด

จากสถานีฮิโรชิมะไปสวนไม่ใช่เดิน 15 นาที ระยะทางราว 2 กิโลเมตร รถรางฮิโรชิมะเด็นเท็ตสึใช้เวลาประมาณ 15–20 นาที ลงป้ายเก็นบาคุโดมุ-มาเอะ (Genbaku Dome-mae) แล้วถึงโดมทันที วางแผนอย่างน้อย 2–3 ชั่วโมงถ้าเข้าพิพิธภัณฑ์ด้วย เดินสวนอย่างเดียวใช้เวลาสั้นกว่า แต่แกนอนุสรณ์ควรถูกเดินให้ครบ

ที่นี่เป็นสถานที่ไว้อาลัย ไม่สูบบุหรี่ในสวน ไม่ใช้แฟลชในพิพิธภัณฑ์ และไม่ส่งเสียงดังในห้องจัดแสดง ถ้าเป็น ทริปญี่ปุ่นครั้งแรก จุดนี้ควรอยู่ในวันที่สมองยังไม่ล้าจากห้าง เพราะห้องนิทรรศการหนักกว่าที่คำว่า «พิพิธภัณฑ์» ทำให้คิด

ใกล้ ๆ ยังมีพิพิธภัณฑ์สันติภาพโรงเรียนประถมฮอนกาวะ ซึ่งเคยเป็นโรงเรียนที่อยู่ใกล้จุดศูนย์กลาง และสะพานไอโออิที่เป็นเป้าหมายเดิมของภารกิจ ถ้าต่อทริปในจังหวัดเดียวกัน ศาลเจ้าอิตสึกูชิมะบนเกาะมิยาจิมะ เป็นมรดกโลกอีกแห่งของฮิโรชิมะ คนละน้ำเสียงกับโดมปรมาณู แต่ช่วยให้เห็นว่าจังหวัดนี้ไม่ได้ถูกย่อเหลือแค่วันที่ 6 สิงหาคม

ความหมายของสวนสันติภาพในวันนี้

สวนนี้ทำงานสองอย่างพร้อมกัน ทั้งเก็บซากวันที่เมืองถูกทำลาย และสอนว่าการไม่ทำซ้ำไม่ได้อยู่ที่คำสวยบนป้าย แต่ที่คนยังมาเดิน ดูของจริง และฟังฮิบาคุชะขณะที่รุ่นนั้นเหลือน้อยลงทุกปี

ฮิโรชิมะเรียกงานนี้ว่าการศึกษาเพื่อสันติภาพ (heiwa kyōiku) ข้อความสั้นที่สวนส่งออกไปคือ «No More Hiroshimas» ไม่ใช่คำโฆษณาท่องเที่ยว ถ้าไปญี่ปุ่นแล้วแวะที่นี่ จงเผื่อเวลาให้เงียบหลังออกจากพิพิธภัณฑ์ ภาพโดมบนโปสการ์ดจำง่าย ของในตู้กระจกจำยากกว่า และนั่นคือเหตุผลที่สวนนี้ยังต้องมี

แหล่งที่มาและลิงก์ที่เป็นประโยชน์

เกี่ยวกับผู้เขียน

Kevin Henrique

ผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมเอเชียที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี โดยเน้นญี่ปุ่น เกาหลี อนิเมะ และเกม เป็นนักเขียนและนักเดินทางที่เรียนรู้ด้วยตัวเอง มุ่งสอนภาษาญี่ปุ่น เคล็ดลับท่องเที่ยว และเรื่องน่าสนใจเชิงลึก

ชุมชน

ความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็นที่เผยแพร่ในภาษานี้

ส่งความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นต่อบทความนี้

กำลังโหลดการตรวจสอบความปลอดภัย...

อย่าส่งลิงก์ embed หรือโฆษณา ความคิดเห็นจะผ่านระบบกันสแปมและแปลอัตโนมัติก่อนแสดงผล