Pen Spinning: การควงปากกา 4 ท่าพื้นฐานและวิธีเริ่มฝึก

Pen Spinning: การควงปากกา 4 ท่าพื้นฐานและวิธีเริ่มฝึก

จากปากกาในกระเป๋าดินสอถึงเวทีโลก: ระบบการนับนิ้ว สี่ท่าหลัก และลำดับฝึกที่ไม่ต้องใช้ปากกาแพง

ในห้องเรียนหรือที่โต๊ะทำงาน มีช่วงหนึ่งที่มือว่างแต่สมองยังคิดเรื่องอื่นอยู่ ปากกาค่อย ๆ ถูกหมุนวนระหว่างนิ้วตามจังหวะที่แทบไม่ต้องสั่ง การเคลื่อนไหวแบบนี้มีชื่อเรียกในวงการว่า Pen Spinning หรือการควงปากกา และมีระบบการฝึกที่ชัดเจนกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด

หลายคนเริ่มจากท่าธรรมดาที่ทำไปโดยไม่รู้ตัว แต่คนที่ฝึกจริงจังจะแยกทิศทาง ระยะจับ และจุดปล่อยออกเป็นขั้นตอน เพื่อต่อหลายท่าเป็นชุดเดียวได้ บทความนี้พาไปดูว่าการควงปากกากลายเป็นงานอดิเรกและการแข่งขันได้อย่างไร รู้จักสี่ท่าที่ควรเริ่มก่อน และมีแผนฝึกที่ไม่ต้องซื้อปากกาแพง

ภาพประกอบอนิเมะนักเรียนกำลังควงปากกาในห้องเรียน
สารบัญ 7

Pen Spinning คืออะไร

Pen Spinning คือการหมุนปากกาด้วยนิ้วและควบคุมจังหวะ ให้ปากกาหมุนรอบนิ้วหรือย้ายจากช่องหนึ่งไปอีกช่องหนึ่งตามที่ผู้เล่นตั้งใจ ท่าหนึ่งอาจใช้เวลาต่ำกว่าหนึ่งวินาที แต่การทำซ้ำให้ได้ทุกครั้งต้องอาศัยการประสานงานของกล้ามเนื้อมัดเล็กและการรับรู้ตำแหน่งของนิ้ว ผู้ที่ฝึกจนชำนาญจะถูกเรียกว่า pen spinner

ในวงการนี้ ท่าแต่ละท่ามีชื่อและทิศทางของตัวเอง เมื่อนำหลายท่ามาต่อกันจะเรียกว่า คอมโบ (combo) ผู้เล่นจึงไม่ได้จำแค่ภาพรวมของมือ แต่ต้องรู้ว่าปากกาอยู่ช่องไหน หมุนไปทางใด และจบที่ช่องใด

การควงปากกาถูกจัดอยู่ในกลุ่มงานอดิเรกที่ใช้มือบังคับวัตถุ คล้ายกับ contact juggling ในบางท่า แม้ท่าที่ปล่อยปากกาขึ้นอากาศจะไม่ได้แตะมือตลอดเวลา ผู้เล่นมือใหม่มักกังวลว่าปากกาจะหล่น แต่การหล่นเป็นส่วนหนึ่งของการฝึก และจำนวนครั้งที่หล่นจะลดลงเมื่อนิ้วเริ่มจำจังหวะ

งานอดิเรกที่ใช้มือในญี่ปุ่นมีหลายแบบ ตั้งแต่การพับกระดาษแบบ โอริกามิ ไปจนถึงของเล่นอย่าง ของเล่นญี่ปุ่นยอดนิยม แต่การควงปากกาใช้ของที่มีอยู่ใกล้มือที่สุด

การฝึกยังช่วยเรื่องสมาธิและการควบคุมแรงกดของนิ้ว ซึ่งเป็นพื้นฐานของงานที่ต้องใช้มือละเอียด เช่น การเขียนตัวอักษรเล็กหรือการเล่นเครื่องดนตรี

ประวัติ: จากโต๊ะเรียนถึงเวทีโลก

ญี่ปุ่นมีบันทึกเกี่ยวกับการหมุนปากกาหรือดินสอในห้องเรียนย้อนไปก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง และในทศวรรษ 1970 การหมุนปากกาด้วยท่าพื้นฐานอย่าง ThumbAround กับ Sonic ก็เป็นเรื่องที่พบได้ในมหาวิทยาลัยและโรงเรียนกวดวิชา

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดเมื่อ Hideaki Kondoh เปิดเว็บไซต์เกี่ยวกับการควงปากกาแห่งแรกในวันที่ 1 ธันวาคม 1997 เขารวบรวมชื่อท่าและวิธีอธิบายการเคลื่อนไหวไว้ในที่เดียว ซึ่งกลายเป็นฐานของชื่อท่าที่ใช้กันทั่วโลกจนถึงทุกวันนี้

จากสหรัฐฯ Fernando Kuo หรือ Kam เปิดเว็บไซต์ Pentix ในเดือนมกราคม 2000 เพื่อทำฐานข้อมูลและกระดานคุยเรื่องการควงปากกา ในปี 2003 กระดานของเกาหลีใต้ชื่อ PenDolSa กลายเป็นชุมชนขนาดใหญ่แห่งแรกของวงการ ต่อมาในวันที่ 19 มกราคม 2004 Kam เปิด Universal Pen Spinning Board (UPSB) ที่รวมผู้เล่นจากหลายประเทศไว้ในฟอรัมเดียว

การแข่งขันระดับโลกครั้งแรกคือ World Tournament ในปี 2007 มีผู้เล่นราว 80 คนจาก 8 ชุมชนเข้าร่วม และผู้ชนะเป็นนักควงปากกาชาวเกาหลี ในปีเดียวกัน สมาคม Pen Spinning ของญี่ปุ่นก่อตั้งขึ้นในเดือนกรกฎาคม

ปี 2008 มีการแข่งขันระดับประเทศครั้งแรกที่ญี่ปุ่น ผู้ส่งคลิปเข้าร่วม 276 คน ผ่านเข้ารอบสุดท้าย 16 คน และผู้ชนะคือ Ryuki Omura นักเรียนมัธยมปลายวัย 16 ปี ในการแข่งขันที่โตเกียวเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2008 จากนั้นใน World Cup 2008 ซึ่งเป็นการแข่งแบบทีมประเทศ 10 ทีม ญี่ปุ่นคว้าแชมป์ไปครอง

ในประเทศไทย ชุมชน ThaiSpinner เผยแพร่วิดีโอสอนจาก PenDolSa โดยได้รับอนุญาตจากทางเกาหลีใต้ และชื่อ THPSC ปรากฏในรายชื่อชุมชนนักควงปากกานานาชาติ การแลกเปลี่ยนคลิปและคำศัพท์ภาษาอังกฤษทำให้ท่าเดียวกันถูกเรียกชื่อเหมือนกันในหลายประเทศ

การนับนิ้วและช่องว่าง

ก่อนฝึกท่าแรก ผู้เล่นต้องรู้ภาษากลางของวงการ นิ้วทั้งห้าถูกแทนด้วยตัวอักษรและตัวเลข โดยนับจากนิ้วโป้งไปหานิ้วก้อย

  • T คือนิ้วโป้ง
  • 1 คือนิ้วชี้
  • 2 คือนิ้วกลาง
  • 3 คือนิ้วนาง
  • 4 คือนิ้วก้อย

ช่องว่างระหว่างนิ้วใช้สัญลักษณ์ของนิ้วสองนิ้วเรียงกัน เช่น 12 คือช่องระหว่างนิ้วชี้กับนิ้วกลาง, 23 คือระหว่างนิ้วกลางกับนิ้วนาง และ T1 คือระหว่างนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ ชื่อท่ามักมีช่องเริ่มและช่องจบต่อท้าย เช่น Sonic 23-12 หมายถึงปากกาเริ่มที่ช่อง 23 แล้วจบที่ช่อง 12

ท่าที่หมุนตามทิศปกติจะต่อท้ายด้วย Normal ส่วนท่าที่หมุนย้อนทิศจะต่อท้ายด้วย Reverse ผู้เริ่มต้นควรฝึก Normal ให้จับจังหวะได้ก่อน แล้วค่อยกลับด้าน เพราะสมองต้องสร้างแผนการเคลื่อนไหวใหม่เมื่อสลับทิศ

ภาพประกอบการควงปากกา การนับช่องนิ้ว และปากกาดัดแปลงหลายแบบ

สี่ท่าพื้นฐานที่ควรเริ่ม

ท่าพื้นฐานทั้งสี่ไม่ต้องใช้ปากกาดัดแปลง และเป็นฐานของคอมโบส่วนใหญ่ในภายหลัง ลำดับที่แนะนำคือ ThumbAround, Charge, Sonic และ Fingerpass เพราะสองท่าแรกสร้างความคุ้นเคยกับการหมุนรอบนิ้วและจังหวะ

มือถือปากกาสีน้ำเงินกำลังหมุนเหนือสมุดที่วางอยู่บนโต๊ะ
  1. ThumbAround Normal: จับปากกาแบบเดียวกับตอนเขียน โดยให้นิ้วกลางดันปากกาให้หมุนรอบนิ้วโป้งหนึ่งรอบ แล้วรับปากกาที่ช่อง T1 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือออกแรงจากข้อมือมากเกินไปจนปากกาบินออกจากมือ ลองลดแรงดันและปล่อยให้นิ้วกลางทำหน้าที่นำ
  2. Charge Normal: ปากกาหมุนเป็นวงกรวยอยู่ในช่องนิ้วเดียว มักใช้ช่อง 12 โดยเมื่อมองฝ่ามือ ปากกาจะหมุนตามเข็มนาฬิกาในมือขวาและทวนเข็มนาฬิกาในมือซ้าย ท่านี้เป็นฐานของ Sonic และเป็นท่าที่มือกลองคุ้นเคยจากการหมุนไม้กลอง
  3. Sonic Normal: ปากกาเริ่มที่ช่อง 23 หมุนเป็นวงกรวยด้านหลังนิ้วกลางหนึ่งรอบ แล้วย้ายไปจบที่ช่อง 12 โดยไม่ใช้นิ้วโป้ง ชื่อ Sonic ตั้งโดย Hideaki Kondoh เพราะท่าดูเร็วกว่า ThumbAround ส่วนคำว่า supersonic เป็นความเข้าใจผิดที่ได้ยินบ่อย
  4. Fingerpass Normal: ปากกาหมุนครึ่งรอบจากช่องหนึ่งไปอีกช่องตามลำดับ 12, 23 และ 34 แล้วกลับขึ้นมาอีกด้านของมือ ท่าดูเรียบง่าย แต่ช่วงระหว่างนิ้วนางกับนิ้วก้อยเป็นจุดที่ทำให้นักฝึกส่วนใหญ่ติด เพราะต้องผ่อนแรงจับให้พอดี
ห้าภาพตัวอย่างท่า ThumbAround, Sonic, Combos, Fingerpass และ Charge

คลิปหรือ GIF ช่วยให้เห็นเส้นทางของปากกา แต่การดูอย่างเดียวยังไม่พอ ให้เลือกท่าเดียว จับปากกาช้า ๆ แล้วสังเกตว่าปากกาผ่านนิ้วไหนก่อน จากนั้นเร่งความเร็วเมื่อเส้นทางเริ่มนิ่ง

เลือกปากกาก่อนเริ่ม

ปากกาธรรมดาใช้ฝึกได้ ไม่จำเป็นต้องซื้อปากกาดัดแปลงทันที สิ่งที่ควรดูคือความยาวและความสมดุล ปากกาที่เหมาะกับมือส่วนใหญ่ยาวประมาณ 18 ถึง 20 เซนติเมตร และมีจุดศูนย์ถ่วงใกล้กลางแท่ง

ปากกาดัดแปลงหรือ Mod เกิดจากการนำชิ้นส่วนของปากกาหลายด้ามมาประกอบกัน เพื่อให้ได้น้ำหนักและความยาวที่ต้องการ ชื่อที่ได้ยินบ่อยในวงการมี Buster CYL, RSVP MX และ Dr. KT แต่ละรุ่นมีน้ำหนักและความยาวต่างกัน

ถ้าอยากลองทำเอง เริ่มจากปากกาที่มีด้ามกลม ปลอกสองด้าน และยางจับปากกาเพื่อถ่วงน้ำหนัก ให้ความยาวรวมอยู่ในช่วง 18 ถึง 20 เซนติเมตร แล้วหมุนช้า ๆ เพื่อดูว่าปลายทั้งสองข้างหนักเท่ากันหรือไม่ ปากกาที่หนักเกินไปอาจทำให้มือใหม่พึ่งแรงเหวี่ยงมากกว่าการควบคุมนิ้ว

อีกเรื่องที่ควรคิดคือความสะอาด ปากกาที่มีปลายหมึกเปิดอาจทำรอยเปื้อนเมื่อหล่นบ่อย ใช้ปากกาที่ปิดปลายหรือเช็ดปลายให้แห้งก่อนฝึก และหลีกเลี่ยงการยืมปากกาของคนอื่นโดยไม่ถาม

แผนฝึก 30 วันสำหรับมือใหม่

การฝึกวันละ 10 ถึง 15 นาทีมักได้ผลกว่าการซ้อมยาว ๆ สัปดาห์ละครั้ง เพราะนิ้วต้องสร้างความจำจากการทำซ้ำบ่อย ๆ แผนด้านล่างแบ่งเป็นสี่ช่วง สัปดาห์ละหนึ่งท่า แต่ละช่วงไม่ต้องรีบผ่าน

  • วันที่ 1 ถึง 7: ฝึก ThumbAround Normal วันละ 10 นาที นับจำนวนครั้งที่รับปากกาได้จาก 20 ครั้ง ไม่ต้องสนความเร็ว
  • วันที่ 8 ถึง 14: เพิ่ม Charge Normal ในช่อง 12 ฝึกให้ปากกาหมุนต่อเนื่องโดยไม่ต้องออกแรงจากข้อมือ
  • วันที่ 15 ถึง 21: เริ่ม Sonic Normal จากช่อง 23 ไป 12 โดยให้ปากกาผ่านด้านหลังนิ้วกลาง
  • วันที่ 22 ถึง 30: ฝึก Fingerpass Normal ทีละช่วง 12 ถึง 23 และ 23 ถึง 34 แล้วค่อยต่อทั้งเส้น

ระหว่างฝึก ให้ถ่ายคลิปสั้น ๆ ไว้ดูย้อนหลัง จะเห็นว่าปากกาเอียงหรือมือเกร็งตรงไหน การฝึกบนพื้นนุ่มหรือโต๊ะที่มีผ้ารองช่วยลดเสียงและการกระเด็นของปากกา และควรหยุดเมื่อนิ้วเริ่มเมื่อย เพื่อไม่ให้เกิดการเกร็งสะสม

อย่าเปรียบเวลาของตัวเองกับคลิปในโซเชียลมีเดีย เพราะคลิปที่ดูง่ายมักผ่านการตัดต่อและเลือกครั้งที่สมบูรณ์แล้ว ท่าอย่าง ThumbAround อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าจะทำได้ติดกัน 20 ครั้ง และ Fingerpass มักใช้เวลานานกว่านั้น

การแข่งขันและมารยาทในวงการ

การแข่งขัน Pen Spinning ส่วนใหญ่จัดออนไลน์ ผู้เล่นส่งคลิปตามโจทย์และกรรมการให้คะแนนจากความยาก ความคิดสร้างสรรค์ ความสมบูรณ์ และการเรียบเรียงคอมโบ รายการใหญ่มีสองแบบคือ World Tournament สำหรับผู้เล่นเดี่ยว และ World Cup สำหรับทีมประเทศ ซึ่งผลัดกันจัดปีเว้นปี

เพราะการให้คะแนนขึ้นอยู่กับกรรมการ คะแนนของคลิปเดียวกันจึงอาจต่างกันได้ ผู้เล่นมักแลกความคิดเห็นกันในชุมชนมากกว่ายึดตัวเลขคะแนนเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ยังมีงานพบปะและ battle เล็ก ๆ ที่ผู้เล่นสองคนส่งคลิปมาแข่งกัน

มารยาทพื้นฐานไม่ต่างจากงานอดิเรกอื่น ถ้าจะยืมปากกาคนอื่นให้ถามก่อน เลี่ยงการเล่นในที่เงียบหรือระหว่างเรียน และระวังไม่ให้ปากกาโดนหน้าคนอื่น ชุมชนอย่าง ThaiSpinner และกลุ่มผู้เล่นรุ่นใหม่ยังรวมตัวกันผ่านโซเชียลมีเดีย

เมื่อฝึกจนทำ ThumbAround, Charge และ Sonic ได้ติดกัน การดูคลิปแข่งจะเปลี่ยนไป เพราะคุณจะอ่านชื่อท่าและเห็นว่าผู้เล่นย้ายช่องนิ้วตรงไหน ฉันแนะนำให้เริ่มจากปากกาหนึ่งด้ามที่ปิดปลาย ตั้งเวลา 10 นาที และนับจำนวนครั้งที่รับได้ วันแรกอาจได้ไม่ถึงห้าครั้ง แต่ตัวเลขนั้นจะบอกความคืบหน้าได้ดีกว่าความรู้สึกว่าวันนี้มือไม่ดี

แหล่งที่มาและลิงก์ที่เป็นประโยชน์

เกี่ยวกับผู้เขียน

Kevin Henrique

ผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมเอเชียที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี โดยเน้นญี่ปุ่น เกาหลี อนิเมะ และเกม เป็นนักเขียนและนักเดินทางที่เรียนรู้ด้วยตัวเอง มุ่งสอนภาษาญี่ปุ่น เคล็ดลับท่องเที่ยว และเรื่องน่าสนใจเชิงลึก

ชุมชน

ความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็นที่เผยแพร่ในภาษานี้

ส่งความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นต่อบทความนี้

กำลังโหลดการตรวจสอบความปลอดภัย...

อย่าส่งลิงก์ embed หรือโฆษณา ความคิดเห็นจะผ่านระบบกันสแปมและแปลอัตโนมัติก่อนแสดงผล