6 เคล็ดลับแบบญี่ปุ่นที่ทำให้ผมดูหนาขึ้น

6 เคล็ดลับแบบญี่ปุ่นที่ทำให้ผมดูหนาขึ้น

ความหนาจากยีน กับความเงาจากนิสัย ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

เดินถนนในญี่ปุ่นแล้วจะเห็นผมดำตรงเส้นเดียวกัน แต่หลายคนดูหนาและเงาเป็นเส้น ๆ จนคนนอกสรุปเร็วว่าต้องมีผลิตภัณฑ์ลับ ทั้งที่ความหนาของเส้นผม กับความรู้สึกว่าผมหนา ไม่ได้เป็นคำเดียวกัน

เส้นผ่านศูนย์กลางส่วนใหญ่ถูกกำหนดมาตั้งแต่เกิด แต่นิสัยอย่างน้ำมันสึบากิหรือการล้างปิดท้ายด้วยเซ็นฉะ ช่วยลดการขาดและกดคิวติเคิลให้เรียบ จนผมดูแน่นขึ้น รู้ข้อนี้ก่อน ช้อนน้ำมันดอกเคมีเลียหนึ่งช้อนถึงจะมีความหมาย

สารบัญ 7

ก่อนอื่น อะไรทำให้เส้นผมดูหนา?

ในกรณีส่วนใหญ่ ความหนาของเส้นผมถูกกำหนดมาตั้งแต่กำเนิด ในประชากรเอเชียตะวันออก มักพบความแปรผันของยีน EDAR ที่สัมพันธ์กับเส้นผมที่หนากว่าและตรงกว่า แต่เวลา ทรงผม การย้อม ดัด และความร้อน ก็ยกคิวติเคิลขึ้นได้ จนเส้นเดิมดูบางและหมดแรง

การดูแลไม่ได้เปลี่ยนเส้นผ่านศูนย์กลางที่รูขุมขนสร้างขึ้น สิ่งที่เปลี่ยนได้คือความเสียหาย ความเงา ผมชี้ฟู และความรู้สึกว่าผมแน่น

ดังนั้นคำว่า “ทำให้ผมหนาแบบญี่ปุ่น” จึงไม่ใช่การพลิกพันธุกรรม แต่เป็นนิสัยที่ทำให้ผมดูเรียบและมีน้ำหนัก คล้ายกับเคล็ดลับที่ทำให้ผมตรงแบบผู้หญิงญี่ปุ่น หกข้อด้านล่างตั้งอยู่บนข้อนี้ ไม่ใช่สูตรมหัศจรรย์

คอลลาจทรงผมผู้หญิงญี่ปุ่น ทั้งหน้าม้า ผมตรงยาว และผมสั้น

เคล็ดลับที่ 1: เพิ่มวิตามินบีในมื้ออาหาร

ข้าว ผัก อาหารทะเล และผลไม้ ขึ้นโต๊ะญี่ปุ่นบ่อย และพาวิตามินบี 6 กับบี 12 มาด้วย เส้นผมเป็นโปรตีนเคราติน การกินวิตามินเดี่ยว ๆ จึงสู้มื้อที่มีโปรตีนไม่ไหว

ชุดที่ทำง่ายที่บ้านคือข้าว ทูน่า มันฝรั่ง และผักโขม ไม่ใช่สูตรลับของญี่ปุ่น แต่เป็นอาหารประจำวันที่ไม่ปล่อยให้ขาด อาหารญี่ปุ่นที่คนกินจริง ก็วนอยู่แถวนี้ ถ้าจะซื้ออาหารเสริม ไม่ควรเพิ่มขนาดเองโดยไม่ดูมื้อก่อน

ผู้ชายผมปอมเมด ผู้หญิงหมวกชมพู และผู้หญิงใส่วิกคอสเพลย์

เคล็ดลับที่ 2: สระบ่อยได้ แต่ต้องมีน้ำมันสึบากิ

ในเมืองญี่ปุ่น คนสระผมทุกวันมีเยอะ ความชื้นสูงและวันเดินทางยาว ทำให้เช็ดน้ำมันกับฝุ่นของหนังศีรษะวันต่อวันง่ายกว่า แต่จำนวนครั้งสระไม่ได้ทำให้เส้นผมหนาขึ้น ถ้าสระบ่อยโดยไม่เติมความชุ่มชื้น ผมจะแห้ง แล้วผมแห้งจะดูบาง

คู่ที่มาด้วยกันจึงเป็นน้ำมันดอกเคมีเลีย ภาษาญี่ปุ่นเรียก สึบากิ (椿) มีกรดโอเลอิกสูง กดคิวติเคิลให้เรียบ และทำให้ปลายที่แตกจากความร้อนหรือการเสียดสีชี้ฟูน้อยลง ทาบาง ๆ ดีกว่าทาหนัก

  • อุ่นน้ำมันสึบากิหนึ่งช้อนโต๊ะบนฝ่ามือ
  • ทาบาง ๆ จากกลางเส้นถึงปลาย บนผมที่ยังหมาด ถ้าหนังศีรษะมัน ให้เลี่ยงโคน
  • รอ 20–30 นาที แล้วล้างด้วยน้ำอุ่น

หาสึบากิยาก ใช้น้ำมันมะกอกแทนได้ เนื้อและกลิ่นต่างกัน และพูดว่า “สรรพคุณเดียวกัน” ไม่ตรงนัก จุดสำคัญคือข้างนิสัยสระทุกวันต้องมีฟิล์มน้ำมันบาง ๆ ไว้ชั้นหนึ่ง

ออนเซ็นแบบผสมในญี่ปุ่น คนพันผ้าขนหนูขาวบนหัวแน่นทั้งบ่อ

เคล็ดลับที่ 3: ล้างปิดท้ายด้วยเซ็นฉะ

ไม่ใช่การเทชาอะไรก็ได้ลงหัว แต่เป็นการล้างรอบสุดท้ายด้วยเซ็นฉะ (煎茶) ที่เย็นแล้ว แทนนินและคาเทชินในชาเขียวช่วยเก็บน้ำมันกับคราบบนหนังศีรษะ และทำให้ผิวเส้นดูตึงขึ้น สีที่ดูชัดขึ้นไม่ใช่การย้อม แต่เป็นคิวติเคิลที่นอนเรียบจนแสงกระเจิงน้อยลง

  • ชงเซ็นฉะไม่เข้มเกินไป แล้วปล่อยให้เย็นสนิท ห้ามใช้ชาที่ยังร้อน
  • หลังสระและบำรุงแล้ว ใช้น้ำชาที่เหลือล้างตามความยาวเส้น
  • ราดน้ำเปล่าตามอีกครั้ง แล้วซับด้วยผ้าขนหนู

มัทฉะที่เหลือกากไม่สะดวกสำหรับล้างผม เซ็นฉะที่กรองใบออกจัดการง่ายกว่า หนังศีรษะแพ้ง่ายหรือเพิ่งย้อม ควรลองจุดเล็กก่อน ชนิดชาญี่ปุ่นตั้งแต่เซ็นฉะถึงโฮจิฉะ ช่วยเลือกใบที่ชงดื่มได้อยู่แล้ว ไม่ต้องซื้อชาเฉพาะสำหรับผม

ผู้หญิงใส่ยูกาตะคนชาในถ้วย บนเสื่อทาทามิ

เคล็ดลับที่ 4: นอนให้พอ และลดการเสียดสี

ข้อนี้ไม่ใช่สูตรทาผม แต่เป็นกิจวัตร ช่วงเติบโตของเส้นผมอิงจังหวะการนอนและฮอร์โมน การอดนอนแล้วยังทาน้ำมันอย่างเดียว จึงอยู่ได้ไม่นาน

ในญี่ปุ่นมีคนใช้ปลอกหมอนไหม แต่การยัดลาเวนเดอร์แห้งลงไปแล้วหวังว่าผมจะหนาขึ้น ไม่ใช่นิสัยทั่วไป ผ้าไหมหรือซาตินทำหน้าที่เรียบกว่านั้น คือเสียดสีน้อยกว่าผ้าฝ้าย จึงฉีกคิวติเคิลตอนพลิกตัวน้อยลง แม้ไม่ใส่สมุนไพร การมัดหลวมและไม่นอนผมเปียกก็ยังได้ผลกว่า

ผู้หญิงชุดขาวหลับตา นอนในป่าที่มีมอส

เคล็ดลับที่ 5: น้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลไม่ใช่เคล็ดลับญี่ปุ่น

การล้างด้วยน้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลถูกใช้ในหลายประเทศเพื่อเก็บน้ำมันและรังแคบนหนังศีรษะ หลักฐานว่าบ้านญี่ปุ่นผสมน้ำส้มสายชูลงแชมพูแล้วส่งต่อกันมาเป็นสูตรประจำตระกูลนั้นอ่อน สินค้าญี่ปุ่นบางตัวใส่ส่วนหมักหรือน้ำส้มสายชู กับ “เคล็ดลับที่คนญี่ปุ่นทำกัน” ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

ถ้าจะใช้ อย่าเทของเข้มข้นลงหนังศีรษะตรง ๆ เจือน้ำส้มสายชูหนึ่งถึงสองช้อนชาในน้ำหนึ่งถ้วย ล้างสั้น ๆ หลังสระ แล้วล้างน้ำตามอีกครั้ง คำแนะนำให้ผสมน้ำมันตำแยทำโลชั่นหน้า ไม่เกี่ยวกับเส้นผ่านศูนย์กลางของผม และกระตุ้นผิวได้ง่าย

เคล็ดลับที่ 6: ใช้หวีไม้สึเกะ

การหวีบ่อยสำคัญน้อยกว่าว่าหวีด้วยอะไร ในญี่ปุ่นใช้หวีไม้สึเกะ (黄楊, つげ) ที่แกะจากไม้บ็อกซ์วูดมานาน ไฟฟ้าสถิตน้อยกว่าพลาสติก และซี่เรียบจึงไม่ยกคิวติเคิลง่าย

คำว่าหวีออร์แกนิกสำคัญน้อยกว่าลายไม้เรียบและปลายซี่ไม่คม ผมเปียกถ้าดึงแรง วัสดุอะไรก็ขาดได้ รอให้หมาด แล้วค่อย ๆ ไล่จากปลายขึ้นมา งานนี้ใกล้การรักษาเส้นเดิมมากกว่าการทำให้เส้นใหม่หนาขึ้น

การทำให้ผมดูหนาพลาดตอนไปหวังปาฏิหาริย์ ปล่อยความหนาที่ยีนกำหนดไว้ แล้วใช้น้ำมันสึบากิ เซ็นฉะ และหวีสึเกะให้เส้นนั้นเสียหายน้อยลง ใกล้กับสิ่งที่ญี่ปุ่นทำต่อกันจริง เคล็ดลับความงามอย่างอื่นของผู้หญิงญี่ปุ่น เป็นชั้นที่วางทับ ไม่ใช่จุดตั้งต้น

แหล่งที่มาและลิงก์ที่เป็นประโยชน์

เกี่ยวกับผู้เขียน

Kevin Henrique

ผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมเอเชียที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี โดยเน้นญี่ปุ่น เกาหลี อนิเมะ และเกม เป็นนักเขียนและนักเดินทางที่เรียนรู้ด้วยตัวเอง มุ่งสอนภาษาญี่ปุ่น เคล็ดลับท่องเที่ยว และเรื่องน่าสนใจเชิงลึก

ชุมชน

ความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็นที่เผยแพร่ในภาษานี้

ส่งความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นต่อบทความนี้

กำลังโหลดการตรวจสอบความปลอดภัย...

อย่าส่งลิงก์ embed หรือโฆษณา ความคิดเห็นจะผ่านระบบกันสแปมและแปลอัตโนมัติก่อนแสดงผล