โทรทัศน์ญี่ปุ่นเป็นที่รู้จักในต่างประเทศจากโฆษณาที่แปลกและตลก และรายการเกมโชว์ก็พาชื่อเสียงนั้นไปไกลกว่าที่คิด ผู้แข่งขันจำนวนมากต้องไขปริศนาในห้องที่น้ำค่อยๆ ท่วม ต้องบิดตัวให้พอดีกับช่องบนกำแพงที่เคลื่อนเข้ามา และต้องยอมถูกพันเป็นมัมมี่เมื่อตอบคำถามผิด
คลิปจำนวนมากที่ถูกแชร์โดยไม่มีชื่อรายการแท้จริงแล้วมาจากรายการวาไรตี้ช่วงดึก ไม่ใช่เกมโชว์ช่วงไพรม์ไทม์ทั้งหมด ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ญี่ปุ่นดูแปลกสำหรับคนนอก แม้ว่ากติกาของเกมจะเข้าใจได้ไม่ยาก
สารบัญ 4
คลาสสิกที่กลายเป็นไวรัล
เททริสมนุษย์ (Brain Wall) เททริสมนุษย์เป็นช่วงหนึ่งของรายการวาไรตี้ทางช่องฟูจิทีวี ชื่อ Tunnels no Minasan no Okage Deshita โดยใช้ชื่อในญี่ปุ่นว่า Brain Wall กำแพงสไตโรโฟมกว้างประมาณ 4 เมตร สูง 2.3 เมตร เคลื่อนเข้าหาผู้แข่งขันพร้อมช่องเจาะรูปทรงแปลกๆ แต่ละทีมมีเวลาไม่กี่วินาทีในการบิดตัวให้ลอดช่อง ใครลอดไม่สำเร็จจะถูกกำแพงดันตกสระน้ำลึก 1.5 เมตรที่อยู่ด้านหลัง ลิขสิทธิ์ของรูปแบบนี้อยู่กับบริษัท Fremantle และถูกนำไปผลิตในกว่า 45 ประเทศในชื่อ Hole in the Wall สำหรับประเทศไทย รายการนี้ถูกทำใหม่ในชื่อ เกมกำแพงซ่า ออกอากาศทางช่อง 7 ตั้งแต่เดือนกันยายน 2554 และมีภาคต่ออย่าง เกมกำแพงซ่า น็อกเอาท์ กับ เกมกำแพงซ่า สไตรค์
ปราสาททาเคชิ (Takeshi's Castle) ช่อง TBS ออกอากาศรายการนี้ระหว่างปี 2529 ถึง 2533 รวม 133 ตอน โดยมีทาเคชิ คิตาโนะ รับบทเป็นเจ้าเมืองที่คอยดูผู้เข้าแข่งขันฝ่าด่านโคลน น้ำ และฉากที่พังถล่มลงมา ในประเทศไทย รายการฉายทางช่อง 5 ช่วงบ่ายวันเสาร์ระหว่างปี 2531 ถึง 2536 ในชื่อ โหด มัน ฮา ก่อนจะกลับมาฉายซ้ำอีกหลายรอบทั้งทางทรูเอ็กไซต์และเอ็มคอตแฟมิลี ต่อมาเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2557 ฉบับไทยที่ผลิตโดยเฮลิโคเนีย เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ร่วมกับ TBS และเดนท์สุ มีเดีย เริ่มออกอากาศทางช่อง 7 ล่าสุดแอมะซอนไพรม์วิดีโอนำกลับมาทำใหม่เมื่อเดือนเมษายน 2566 และตามด้วยเวอร์ชันพากย์ไทยในปลายปีเดียวกัน ที่มาและความเชื่อมโยงกับเกมอย่าง Fall Guys มีเล่าไว้ในบทความปราสาทของทาเคชิ
ห้องสมุดเงียบ (Silent Library) ช่วงนี้มาจากรายการ Downtown no Gaki no Tsukai ya Arahende!! ทางช่องนิปปอนทีวี สมาชิกหกคนนั่งในห้องสมุดจำลองและต้องเงียบให้ได้ ขณะที่หนึ่งในนั้นจั่วการ์ดแล้วได้รับบทลงโทษสารพัดแบบ ซึ่งมักจบด้วยเสียงหัวเราะที่กลั้นไม่อยู่ เอ็มทีวีในสหรัฐฯ นำรูปแบบไปทำฉบับของตัวเองระหว่างปี 2552 ถึง 2554
ควิซที่ต้องจ่ายด้วยร่างกาย
DERO! เกมต้องรอด รายการของช่องนิปปอนทีวีออกอากาศตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2552 ถึงวันที่ 9 มีนาคม 2554 ผู้เข้าแข่งขันถูกขังเป็นทีมในห้องที่มีกับดักต่างกัน เช่น กำแพงมรณะ เพดานมรณะ ห้องกู้ระเบิด และใต้น้ำบาดาล พวกเขาต้องไขปริศนาให้ทันก่อนที่กับดักในห้องจะทำงาน ลิขสิทธิ์ถูกซื้อไปทำฉบับ EXIT! ในสหรัฐฯ รัสเซีย และอียิปต์ ส่วนฉบับไทยออกอากาศทางโมเดิร์นไนน์ทีวีระหว่างปี 2556 ถึง 2557 ในชื่อ เกมต้องรอด Exit!
TORE! และห้องมัมมี่ TORE! ต่อจาก DERO! ในช่องเดียวกัน ออกอากาศระหว่างปี 2554 ถึง 2556 โดยเปลี่ยนบรรยากาศเป็นแนวล่าขุมทรัพย์และเพิ่มห้องใหม่หลายห้อง รวมถึงสุสานมัมมี่ที่ผู้เล่นต้องตอบคำถามขณะถูกเครื่องพันผ้าไว้ จนกลายเป็นฉากที่คนดูจำได้มากที่สุด ฉบับไทยผลิตโดยกันตนา ร่วมกับลักษ์ 666 ออกอากาศทางโมเดิร์นไนน์ทีวีในปี 2557 โดยมีเกียรติศักดิ์ อุดมนาค และวิลลี่ แมคอินทอช เป็นพิธีกร ส่วนที่ประเทศจีนซื้อลิขสิทธิ์ไปทำในชื่อ Crazy Maggie

ความอึดและความกล้า
คินนิกุบันซึเกะ และซาซูเกะ (SASUKE) ทางช่อง TBS เริ่มจากรายการคินนิกุบันซึเกะที่ทดสอบพลังกายของผู้เข้าแข่งขัน ก่อนจะแยกออกมาเป็นซาซูเกะในปี 2540 ผู้เข้าแข่งขัน 100 คนต้องฝ่าด่านสี่ด่านที่สตูดิโอมิโดริยามะ จังหวัดโยโกฮาม่า และมีเพียงไม่กี่คนที่พิชิตครบทุกด่านตลอดการแข่งขันกว่า 40 ครั้ง รูปแบบนี้ถูกซื้อไปทำในชื่อ Ninja Warrior และมีฉบับท้องถิ่นราว 20 ประเทศ สำหรับประเทศไทย รายการออกอากาศทางช่อง 5 ในปี 2552 ในชื่อ เกมหิน พลังนินจา และกลับมาฉายอีกครั้งทางโมเดิร์นไนน์ทีวีพร้อมกับ American Ninja Warrior
สึซูนุ! เด็นปะ โชเน็น และนาสบิ รายการเรียลลิตี้ของช่องนิปปอนทีวีท้าทายให้โทโมอากิ ฮามัตสึ หรือนาสบิ อยู่คนเดียวโดยไม่สวมเสื้อผ้าในอพาร์ตเมนต์ และเอาชีวิตรอดด้วยของรางวัลที่ชนะจากการส่งชิงโชคในนิตยสาร เขาใช้เวลา 335 วันกว่าจะคว้าเงินรางวัล 1 ล้านเยนครบ และถูกบันทึกโดย Guinness World Records ว่าเป็นเวลาที่ยาวนานที่สุดในการดำรงชีวิตจากของรางวัลแข่งขัน เรื่องราวนี้ถูกนำไปทำเป็นสารคดี The Contestant ในปี 2566

ทำไมคลิปถึงดูแปลกกว่ารายการ
คลิปจำนวนมากที่ถูกแชร์ในชื่อเกมโชว์ญี่ปุ่นแท้จริงแล้วมาจากรายการตลกช่วงดึกที่ความอับอายสำคัญกว่ารางวัล ตัวอย่างที่วนกลับมาเสมอคือการปีนบันไดที่ทาน้ำสบู่ การล้วงมือเข้าไปในกล่องที่เต็มไปด้วยงูกับแมงมุม และการวิ่งหนีกิ้งก่าที่มีคนสวมชุด เนื่องจากคลิปเหล่านี้ถูกตัดขาดจากชื่อรายการและพิธีกร ช่วงเวลาสั้นๆ ไม่กี่นาทีจึงกลายเป็นตัวแทนของโทรทัศน์ทั้งประเทศ

สาเหตุของความเข้าใจผิดนั้นตรงไปตรงมา ญี่ปุ่นผลิตรายการวาไรตี้จำนวนมาก และมุกเดียวกันสามารถผ่านหลายรายการก่อนจะไปถึงผู้ชมต่างประเทศ รูปแบบที่รอดจากการเดินทางมักมีกติกาทางกายที่อธิบายได้ในประโยคเดียว เช่น กำแพงที่มีช่องให้ลอด หรือห้องที่ค่อยๆ ท่วมด้วยน้ำ
จากกำแพงของ Brain Wall ถึงห้องมัมมี่ของ TORE! รายการเหล่านี้ใช้สูตรเดียวกันคือ กติกาง่ายๆ ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัด และกล้องที่พร้อมจับจังหวะผิดพลาด สูตรนี้เองที่พา Hole in the Wall, Ninja Warrior, Silent Library และ Exit! ข้ามพรมแดนออกไป พร้อมกับฉบับไทยที่คนดูบ้านเรายังจดจำได้
ชุมชน
ความคิดเห็น
0 ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็นที่เผยแพร่ในภาษานี้
ส่งความคิดเห็น