ในโลกของ Accel World มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง? - สปอยเลอร์นิยาย

สปอยเลอร์เบาๆ ของไลท์โนเวล Accel World: สิ่งที่อนิเมะปี 2012 ไม่ได้ครอบคลุม ตั้งแต่ Chrome Disaster ไปจนถึงเล่มถัดๆ ไป

ซีรีส์ไลท์โนเวล Accel World เขียนโดยเรกิ คาวาฮาระ (ผู้เขียนคนเดียวกับ Sword Art Online) ได้รับการดัดแปลงเป็นอนิเมะในปี 2012 ซึ่งยังคงแบ่งแฟนดอมออกเป็นสองฝั่ง คนหนึ่งมองว่าการดัดแปลงค่อนข้างมีปัญหา อีกคนหนึ่งมองว่าเมื่อพิจารณาภาพรวมของงานทั้งหมดแล้ว มันกลับมีความกลมกลืนและทะเยอทะยานมากกว่าSword Art Online ปัญหาใหญ่สำหรับคนที่อยากรู้ต่อคือ หลังอนิเมะปี 2012 ไม่เคยมีการประกาศซีซันสองเลย: อนิเมะดัดแปลงไปเพียงประมาณสี่เล่ม ขณะที่ต้นฉบับภาษาญี่ปุ่นทะลุไปกว่ายี่สิบเล่มแล้ว สรุปที่น่าเชื่อถือและเป็นภาษาไทยของเนื้อหาหลังอนิเมะยังคงหายาก นั่นเป็นเหตุผลที่เรื่องราวหลังจบอนิเมะยังคงถูกมองข้ามนอกญี่ปุ่น

บทความนี้สรุปอาร์คหลักของไลท์โนเวล Accel World เรียงตามลำดับเหตุการณ์ และชี้ให้เห็นสปอยเลอร์สำคัญที่แสดงให้เห็นว่าคาวาฮาระพาเรื่องไปทางไหนหลังจากตอนสุดท้ายของอนิเมะ ไม่ใช่การสรุปใหม่ทั้งหมด: เล่มมากกว่ายี่สิบเล่มไม่อาจใส่ลงในภาพรวมเดียวได้ จุดเน้นจึงอยู่ที่อาร์ค ตัวละคร และการเปิดเผยที่สำคัญต่อการเข้าใจซีรีส์โดยรวม เพื่อให้คนที่ดูแค่อนิเมะปี 2012 ตัดสินใจได้ว่าจะเริ่มอ่านต่อตั้งแต่เล่ม 5 หรือแค่อยากสนองความอยากรู้ว่าโลกของ Brain Burst จบลงอย่างไร

คำเตือนสปอยเลอร์: บทความนี้เปิดเผยจุดสำคัญของพล็อต ที่มาของตัวละคร และพลิกผันสำคัญตั้งแต่เล่ม 5 เป็นต้นไป ไปจนถึงเล่มขั้นสูงของไลท์โนเวล Accel World หากคุณดูแค่อนิเมะปี 2012 และอยากอ่านเล่มต่อๆ ไปโดยไม่โดนสปอยเลอร์ ขอแนะนำให้หยุดอ่านตรงนี้ ส่วนถัดไปจะอธิบายการคลี่คลายของอาร์คชุดเกราะต้องสาปแล้ว

Silver Crow ปะทะ Chrome Disaster ในการแข่งขัน Sky Race

จากอนิเมะสู่ไลท์โนเวล: สิ่งที่อนิเมะปี 2012 ทำไม่สำเร็จ

อนิเมะ Accel World ฉายครั้งแรกในเดือนเมษายน 2012 ดัดแปลงโดยสตูดิโอ Sunrise และครอบคลุมเล่ม 1 ถึง 4 ของไลท์โนเวล หลายคนวิจารณ์งานสร้างว่าเร่งรีบเกินไป ตัวละครถูกย่อให้สั้นลง และการต่อสู้หลายฉากถูกตัดทอนจนสูญเสียน้ำหนักทางอารมณ์ ในทางกลับกัน แฟนเก่าที่ติดตามผลงานของเรกิ คาวาฮาระตั้งแต่สมัย Accel World ยังเป็นเว็บนิยายบน Word.com มองว่าการดัดแปลงปี 2012 ทำหน้าที่เป็นเพียงประตูทางเข้า ไม่ใช่ภาพรวมทั้งหมดของซีรีส์

ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือเรื่องของ คุโรยูกิฮิเมะ (Kuroyukihime) ปริศนาเกี่ยวกับการสูญเสียความทรงจำของเธอถูกทิ้งค้างไว้ตั้งแต่ตอนจบของอนิเมะ แต่ในไลท์โนเวล ปริศนานี้ถูกแก้ทีละชั้นตั้งแต่เล่ม 5 ก่อนจะเปิดเผยทั้งหมดในเล่ม 16 ขณะที่อนิเมะเลือกจบแบบเปิด คาวาฮาระเลือกจบแบบวงรอบในไลท์โนเวล เชื่อมโยงทุกเหตุการณ์ที่ดูเหมือนสะเปะสะปะกลับมาเป็นจุดเดียวกัน

เล่ม 5 เป็นจุดเริ่มต้นที่สมเหตุสมผลที่สุดสำหรับคนที่ดูอนิเมะจบแล้วอยากอ่านต่อ เพราะเป็นเล่มแรกที่เปิดเรื่องราวใหม่ทั้งหมด: อาร์คชุดเกราะต้องสาปของ Chrome Disaster ซึ่งเป็นอาร์คที่ผูกเรื่องราวส่วนใหญ่ของซีรีส์เอาไว้

อาร์ค Chrome Disaster (เล่ม 5 ถึง 9)

Chrome Disaster คือชุดเกราะต้องสาปที่อยู่ภายใน Silver Crow ผลพวงจากการต่อสู้ในช่วงท้ายอนิเมะ ฮารุ (Haruyuki Arita) เจ้าของ Silver Crow ไม่สามารถควบคุมร่างแยกนี้ได้ และมันค่อยๆ กลืนกินตัวตนของเขาทีละน้อย อาร์คนี้ครอบคลุมเล่ม 5 ถึง 9 และเป็นอาร์คแรกที่เปิดเผยว่า Brain Burst ไม่ได้เป็นแค่เกมต่อสู้ แต่เป็นระบบที่ออกแบบมาเพื่อทดสอบมนุษย์ในระดับที่ลึกกว่าที่อนิเมะเคยสำรวจ

ในเล่ม 5 Lime Bell (Kuroyukihime ที่ถูกลดเลเวลลงชั่วคราว) พยายามกู้คืนขาของ Sky Raker ที่ถูกตัดออกไปก่อนหน้านี้ แต่ไม่สำเร็จ เนื่องจากขาของ Sky Raker ถูกตัดโดย Black Lotus (ร่างหนึ่งของคุโรยูกิฮิเมะในอดีต) ผ่านระบบอินคาเนท ในเล่มนี้มีการแข่งขันครั้งใหญ่ที่เรียกว่า Sky Race ซึ่งเป็นการแข่งขันความเร็วและทักษะการบินในโลกของ Brain Burst ระหว่างการแข่งขัน ชุดเกราะต้องสาปเข้าควบคุมจิตสำนึกของฮารุ แต่ Lime Bell ใช้ความสามารถย้อนเวลาของเธอเพื่อฟื้นฟูจิตสำนึกของฮารุกลับมาชั่วคราว

เล่ม 6 เปิดเรื่องด้วยการประชุมครั้งที่สองของบรรดา 6 ราชาสีบริสุทธิ์ (Six Pure Colors) พวกเขาให้เวลาฮารุ 7 วันในการกำจัด Chrome Disaster มิเช่นนั้นจะมีการตั้งค่าหัวเป็นรางวัลใหญ่ ฮารุขอความช่วยเหลือจากชิโนมิยะ อุไท (Shinomiya Utai) อดีตสมาชิกของ Nega Nebulous เพื่อกำจัดปรสิต Chrome Disaster ในเล่มนี้ยังมีการแนะนำชุดเกราะใหม่ที่เรียกว่า kit ISS ซึ่งกลายเป็นหัวใจสำคัญของอาร์คถัดไป

เล่ม 7 ถึง 9 พัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างฮารุกับคุโรยูกิฮิเมะ และเปิดเผยว่าคุโรยูกิฮิเมะรู้จักฮารุมาก่อนที่เขาจะรู้ตัว หนึ่งในฉากสำคัญคือการเผชิญหน้ากับ Dusk Taker (Setouchi Haruyoshi) ผู้ซึ่งขโมยความสามารถ "บิน" ของ Silver Crow ไปจนถึงเล่ม 9 ที่ Chrome Disaster ถูกกำจัดอย่างเป็นทางการ แต่ราคาที่ฮารุจ่ายไปนั้นสูงกว่าที่ผู้อ่านหลายคนคาดไว้

การเผชิญหน้าในอาร์ค kit ISS ระหว่างฮารุกับดูเอล อวาตาร์คู่อริ

อาร์ค ISS Kit และ Oscillatory Universe (เล่ม 10 ถึง 16)

หลังจาก Chrome Disaster จบลง ซีรีส์เปลี่ยนจังหวะเป็นการสำรวจจักรวาลของ Brain Burst ในวงกว้างมากขึ้น เล่ม 10 เป็นเล่มเปลี่ยนผ่านที่อยู่ในโอกินาวะ เปิดตัวตัวละครใหม่หลายตัว และขยายขอบเขตของโลกไลท์โนเวลให้กว้างขึ้นกว่าที่อนิเมะเคยแสดง

อาร์ค ISS Kit เริ่มต้นจริงๆ ในเล่ม 11 และดำเนินไปจนถึงเล่ม 16 หัวใจของอาร์คนี้คือการเปิดเผยว่า Brain Burst มีระบบชั้นในที่เรียกว่า Oscillatory Universe ซึ่งเป็นมิติที่ซ้อนอยู่ภายในมิติหลัก ตัวละครหลักหลายตัวที่ผู้อ่านคุ้นเคยจากเล่ม 1-9 ปรากฏตัวอีกครั้งในฐานะที่ถูกควบคุมหรือถูกบังคับให้ทำหน้าที่บางอย่างโดยไม่รู้ตัว เล่ม 15 เป็นจุดพีคของอาร์คนี้ เมื่อ Metatron ผู้ควบคุมระบบชั้นในปรากฏตัว และฮารุต้องเผชิญกับทางเลือกที่ไม่มีคำตอบที่ถูกต้องชัดเจน

เล่ม 16 คือจุดพลิกผันใหญ่ที่สุดของซีรีส์ทั้งหมด คุโรยูกิฮิเมะเปิดเผยที่มาของตัวเอง และคำตอบที่ผู้อ่านรอคอยตั้งแต่อนิเมะจบในปี 2012 ก็มาถึง อาร์คนี้ไม่ได้จบแบบแฮปปี้เอ็นดิ้งแบบสมบูรณ์ แต่เป็นการเปิดประตูสู่โทนที่เข้มข้นขึ้นของซีรีส์ ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นจุดที่ Accel World เริ่มแสดงศักยภาพที่แท้จริง

ที่มาของคุโรยูกิฮิเมะ: ปริศนาที่อนิเมะทิ้งไว้

หนึ่งในปริศนาที่ใหญ่ที่สุดที่อนิเมะปี 2012 ทิ้งไว้คือ คุโรยูกิฮิเมะเป็นใคร ทำไมเธอถึงลืมความทรงจำ และทำไมเธอถึงเลือกฮารุเป็นผู้สืบทอด ไลท์โนเวลตอบคำถามเหล่านี้ในเล่ม 16 ผ่านการเปิดเผยที่เชื่อมโยงกับจักรวาลของ Sword Art Online โดยตรง

คุโรยูกิฮิเมะไม่ใช่มนุษย์ทั่วไปที่เล่น Brain Burst เธอเป็น Machine Child ที่มีรหัสประจำตัว 20320930 วันเกิดของเธอคือวันที่ 30 กันยายน ค.ศ. 2032 ซึ่งตรงกับวันเกิดของ อาสึนะ (Asuna) ตัวเอกของ Sword Art Online ความบังเอิญนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ คาวาฮาระวางไว้ตั้งแต่แรกเพื่อเชื่อมโยงสองจักรวาลเข้าด้วยกัน

เทคโนโลยีที่ทำให้คุโรยูกิฮิเมะมีชีวิตอยู่ถูกพัฒนาโดยบริษัท RECT ซึ่งเป็นบริษัทเดียวกับที่ปรากฏใน Sword Art Online และบริษัท Kamura ที่อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยี STL (Soul Translator) กระบวนการสร้าง Machine Child ใช้เวลาตั้งครรภ์เทียมนานถึง 13 เดือน และเทคโนโลยีที่ใช้นี้ถูกซ่อนไว้จากสาธารณะ คุโรยูกิฮิเมะจึงเติบโตขึ้นมาโดยไม่รู้ว่าตัวเองไม่ใช่มนุษย์ทั่วไป และอาการสูญเสียความทรงจำของเธอก็เป็นผลข้างเคียงของเทคโนโลยีที่ใช้สร้างเธอ

การเปิดเผยนี้ไม่ได้แค่ตอบคำถามเรื่องตัวละคร แต่ยังขยายขอบเขตของจักรวาล Kawahara ไปอีกขั้น ผู้อ่านที่ติดตามทั้งสองซีรีส์จะเริ่มมองเห็นว่าเหตุการณ์ใน Sword Art Online และ Accel World ไม่ได้แยกออกจากกันอย่างที่เคยคิด

คุโรยูกิฮิเมะยืนอยู่ในสนามประลองของ Brain Burst

Seven Arcs และการเปิดเผยในเล่มหลัง

ระบบ Seven Arcs ของ Brain Burst เป็นกุญแจสำคัญอีกชุดที่ไลท์โนเวลเปิดเผย แต่ละ Arc เป็นชุดความสามารถพิเศษที่ผู้เล่นระดับสูงสามารถใช้ได้ และแต่ละ Arc มีผู้สืบทอดที่ถูกเลือกโดยผู้ถือครองคนก่อน

  • The Impulse - ผู้สืบทอดคือฮารุ ฮารุได้รับสืบทอดจาก Black Lotus ในช่วงต้นเรื่อง
  • The Tempest - ผู้สืบทอดคือ Sky Raker ผู้ซึ่งสละขาของตัวเองเพื่อช่วยเหลือฮารุ
  • The Strife - ผู้สืบทอดคือ Dusk Taker ตัวร้ายหลักของอาร์คช่วงกลาง
  • The Illuminary - ผู้สืบทอดคือ Lime Bell (คุโรยูกิฮิเมะ) ผู้ถือครองพลังแห่งแสงที่แท้จริง
  • The Infinity - ผู้สืบทอดคือ Ardor Maiden ผู้ซึ่งปรากฏตัวในอาร์คช่วงหลัง
  • The Destiny - ผู้สืบทอดคือ Graphite Edge ผู้ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเปิดเผยของเล่ม 16
  • The Fluctuating Light - ผู้สืบทอดยังไม่ถูกเปิดเผย เป็นปริศนาที่เปิดไว้สำหรับเล่มถัดไป

การเปิดเผยเรื่อง Seven Arcs ไม่ได้จบแค่ในเล่ม 16 เล่ม 17 ถึง 20 ขยายความสัมพันธ์ระหว่างผู้ถือครอง Arc แต่ละคน และเปิดเผยว่าบางคนที่ดูเหมือนเป็นผู้ร้ายในอาร์คแรก กลับมีแรงจูงใจที่ซับซ้อนกว่าที่ผู้อ่านเคยเข้าใจ

ในช่วงเล่ม 15+ คาวาฮาระยังแนะนำธีมใหม่ที่ไม่เคยปรากฏในอนิเมะ: Cosmic State สถานะสูงสุดของ Brain Burst ที่ผู้เล่นสามารถเข้าถึงได้เมื่อพัฒนาตัวเองจนถึงขีดสุด Chrome Disaster ก็กลับมาปรากฏตัวอีกครั้งในรูปแบบที่ต่างออกไป ไม่ใช่ปรสิตที่กลืนกินฮารุอีกต่อไป แต่เป็นพลังที่ฮารุเลือกที่จะควบคุมด้วยตัวเอง

เรื่องราวกำลังมุ่งหน้าไปทางไหน

หลังเล่ม 20 คาวาฮาระยังคงเขียนซีรีส์นี้ต่อ แม้จะไม่มีอนิเมะใหม่เป็นแรงกระตุ้น จังหวะการเล่าเรื่องเปลี่ยนจากการผจญภัยในโลกเสมือนจริงไปสู่การสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างฮารุกับคุโรยูกิฮิเมะในโลกจริงมากขึ้น ปริศนาเรื่อง The Fluctuating Light ยังคงเปิดไว้ และผู้อ่านหลายคนเชื่อว่าผู้สืบทอดจะเป็นตัวละครที่เราคุ้นเคยดี

คำถามที่น่าสนใจกว่าคือ ซีรีส์นี้จะจบลงที่ไหน คาวาฮาระเคยให้สัมภาษณ์ว่าเขาวางโครงเรื่องของ Accel World ไว้ล่วงหน้านานแล้ว แต่ไม่เคยเปิดเผยว่าโครงเรื่องนั้นยาวแค่ไหน สำหรับคนที่ติดตามซีรีส์นี้มาตั้งแต่อนิเมะปี 2012 การได้เห็นเรื่องราวเดินหน้าต่อในไลท์โนเวลถือเป็นการตอบแทนที่คุ้มค่า แม้จะต้องรอนานกว่าที่หวัง

ในแง่ของการดัดแปลงเป็นอนิเมะ ปัจจุบันยังไม่มีการประกาศซีซันสองอย่างเป็นทางการ ความสำเร็จของอนิเมะเรื่องนี้ในตลาดที่ต่ำกว่าที่สตูดิโอคาดไว้ ทำให้โอกาสที่จะได้เห็นอนิเมะใหม่ในเร็วๆ นี้ค่อนข้างน้อย ผู้ที่อยากติดตามเรื่องราวต่อจึงมีทางเลือกเดียวคืออ่านไลท์โนเวลภาษาญี่ปุ่น หรือรอการแปลเป็นภาษาอื่น

บทส่งท้าย

Accel World เป็นซีรีส์ที่แบ่งผู้อ่านออกเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจน คนหนึ่งมองว่ามันเป็นผลงานที่คาวาฮาระเขียนได้ดีที่สุด อีกคนหนึ่งมองว่ามันไม่เคยถึงศักยภาพที่ตั้งใจไว้ ความจริงอาจอยู่ตรงกลางระหว่างนั้น สิ่งที่อนิเมะปี 2012 ทำไม่สำเร็จในการสื่อสาร คือโทนของเรื่องที่ผสมผสานระหว่างการผจญภัยในโลกเสมือนจริงกับการสำรวจปัญหาทางสังคมของวัยรุ่นญี่ปุ่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ไลท์โนเวลทำได้ดีกว่ามาก

สำหรับคนที่สนใจ แต่ไม่อยากอ่านทั้งยี่สิบเล่ม อาร์ค Chrome Disaster (เล่ม 5 ถึง 9) เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุด ถ้าอ่านแล้วยังรู้สึกว่าอยากรู้ต่อว่าคุโรยูกิฮิเมะเป็นใครกันแน่ ก็ข้ามไปเล่ม 16 ได้เลย เพราะนั่นคือจุดที่คำตอบสำคัญที่สุดของซีรีส์ถูกเปิดเผย

ในฐานะผู้อ่านที่ติดตามซีรีส์นี้มานาน สิ่งที่น่าผิดหวังที่สุดไม่ใช่ตัวเนื้อหา แต่เป็นการที่อนิเมะไม่ได้รับโอกาสในการเล่าเรื่องต่อ ตัวเลขยอดขายและความนิยมในญี่ปุ่นบอกเราว่า Accel World มีฐานแฟนที่เหนียวแน่นพอ แต่ฐานแฟนนั้นอาจไม่ใหญ่พอที่จะทำให้สตูดิโอตัดสินใจลงทุนในซีซันสอง เรื่องราวของฮารุและคุโรยูกิฮิเมะจึงยังคงเดินหน้าต่อไปในหน้ากระดาษ รอวันที่จะมีคนหยิบมันขึ้นมาทำใหม่อีกครั้ง

คุณเคยอ่านไลท์โนเวลเรื่องนี้ถึงเล่มไหน และอาร์คไหนที่ประทับใจที่สุด อยากรู้ว่าคนไทยที่ติดตามซีรีส์นี้มีมุมมองยังไงกับทิศทางที่คาวาฮาระเลือก

Kevin Henrique

เกี่ยวกับผู้เขียน: Kevin Henrique

ผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมเอเชียที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี โดยเน้นญี่ปุ่น เกาหลี อนิเมะ และเกม เป็นนักเขียนและนักเดินทางที่เรียนรู้ด้วยตัวเอง มุ่งสอนภาษาญี่ปุ่น เคล็ดลับท่องเที่ยว และเรื่องน่าสนใจเชิงลึก

ชุมชน

ความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็นที่เผยแพร่ในภาษานี้

ส่งความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นต่อบทความนี้

กำลังโหลดการตรวจสอบความปลอดภัย...

อย่าส่งลิงก์ embed หรือโฆษณา ความคิดเห็นจะผ่านระบบกันสแปมและแปลอัตโนมัติก่อนแสดงผล