หลายคนเข้าใจว่าร่มกันแดดเอาไว้บังแดด ส่วนร่มกันฝนเอาไว้กันฝน แต่ความจริงแล้ว ร่มกันแดดมักใช้กันในหมู่ผู้หญิง ส่วนร่มกันฝนเป็นแบบยูนิเซ็กซ์ที่ทุกเพศใช้ร่วมกัน ในภาษาญี่ปุ่นไม่มีการแบ่งแยกระหว่างร่มกันแดดกับร่มกันฝน ทั้งสองเรียกรวมกันว่า kasa [傘]
น่าสนใจที่คำว่า kasa เขียนด้วยคันจิ 笠 ก็ได้ ซึ่งไม่ใช่ร่ม แต่เป็นหมวกโบราณทรงคล้ายร่ม ก่อนจะไปถึงหมวกนั้น ขอเริ่มจากของที่ผมเห็นบ่อยมากในฤดูร้อนที่ญี่ปุ่น: ร่มใส หาซื้อได้ง่ายมาก ผมซื้อมาด้วยตัวเองสักอัน แต่อนิจจา ลืมไว้ที่ญี่ปุ่นเสียแล้ว ร่มแบบนี้มีไว้กัน ฝน เป็นหลัก แต่วัสดุแข็งแรงเกินกว่าที่คนจะเดาจากหน้าตาพลาสติกบาง ๆ

สารบัญ 5
ร่มใสที่กลายเป็นภาพจำของถนนญี่ปุ่น
ร่มพลาสติกใสตามร้านสะดวกซื้อและปากซอยไม่ได้โผล่มาลอย ๆ บริษัท White Rose ซึ่งสืบจากร้านขายเครื่องกันฝนสมัยเอโดะ ทดลองนำแผ่นไวนิลมาคลุมร่มผ้า เพราะสีย้อมตกเมื่อโดนน้ำ ต่อมาพอผ้าไนลอนกันน้ำแพร่หลาย ฝาครอบไวนิลก็หมดความจำเป็น โจทย์จึงพลิกเป็นการขึงไวนิลลงบนซี่ร่มโดยตรง
ร่มไวนิลที่ใช้ได้จริงถือกำเนิดราวปี 1958 ในช่วงแรกยังไม่ใช่สีใสแบบที่เห็นทุกวันนี้ และร้านร่มดั้งเดิมก็ยังมองว่าเป็นของนอกคอก จุดเปลี่ยนอยู่ที่โอลิมปิกโตเกียวปี 1964 เมื่อผู้ซื้อชาวอเมริกันพาร่มแบบนี้ไปนิวยอร์ก ความนิยมสะท้อนกลับมาญี่ปุ่น แล้วค่อยกลายเป็นร่มใสที่มองทะลุโครงได้ เดินในฝนแล้วยังเห็นทางข้างหน้า
ร่มใสราคาถูกพังง่ายจริง ของที่ทำดีมีโครงรับลมได้ ไม่ใช่แค่แผ่นพลาสติกบาง ๆ ที่ทิ้งหลังพายุลูกเดียว
วากาซะ ร่มกระดาษแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น
มาเริ่มกันที่ร่มแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นเลย — วากาซะ (和傘)! วากาซะทำจากซี่ไม้ไผ่และกระดาษวาชิ ต้นกำเนิดมาจากจีน และเคยถูกใช้เป็นเครื่องกันแดด เครื่องราง และสัญลักษณ์ของอำนาจในพิธีทางพุทธศาสนา
วากาซะเข้าสู่ญี่ปุ่นในยุคเฮอัน (794–1185) ในช่วงนั้นยังไม่ใช่ร่มพับได้แบบทุกวันนี้ เรียกกันว่าคินุกาสะ หรือเทนไก ทรงคล้ายหลังคาหรือผ้าคลุม หุบไม่ลง ใช้ในหมู่ขุนนาง โครงสร้างที่เปิด-หุบได้แบบปัจจุบันปรากฏช่วงอะซูจิ-โมโมยามะ ปลายศตวรรษที่ 16 ถึง 17 แล้วแพร่หลายในยุคเอโดะ เมื่อมีการทาน้ำมันบนกระดาษเพื่อกันน้ำ
วากาซะมีความเกี่ยวพันอย่างลึกซึ้งกับเกอิชา และยังคงใช้ในโอกาสพิเศษจนถึงปัจจุบัน ทั้งพิธีชงชา งานแต่ง เทศกาล และการเต้นรำแบบดั้งเดิม แหล่งผลิตที่วงการพูดถึงบ่อยคือกิฟุ รวมถึงเกียวโตและคานาซาวะ

วากาซะมีสีสัน ลวดลาย และสัญลักษณ์ที่หลากหลาย ร่มสีม่วงมักถูกใช้โดยเกอิชาและเป็นสัญลักษณ์ของอายุยืน นักเต้นมักเลือกใช้สีชมพู คนวัยกลางคนนิยมสีเขียวหรือสีแดง ผู้สูงอายุใช้สีน้ำเงินเข้ม ส่วนสีขาวนั้นสงวนไว้สำหรับงานศพ
บังกาซะ จาโนเมะกาสะ และฮิกาสะ
ใต้คำว่าวากาซะยังแยกชนิดได้ชัด บังกาซะ (番傘) เป็นร่มกันฝนของคนทั่วไป ซี่หนา จำนวนซี่น้อย ด้ามไม้ไผ่จับแน่น กระดาษทาน้ำมันแล้วใช้ในวันที่ฝนตกได้ จาโนเมะกาสะ (蛇の目傘) มีวงสีตรงกลางคล้ายตางูเมื่อกางออก โครงละเอียดกว่า เกอิชานิยมถือ ฮิกาสะ (日傘) เป็นร่มกันแดด ไม่ทาน้ำมัน ปล่อยให้กระดาษวาชิโปร่งแสง กระจายแสงให้นุ่ม ไม่ได้ทำมาสำหรับฝน
ยังมีไมกาสะสำหรับเวทีเต้นรำญี่ปุ่นและคาบูกิ บางคันใช้ผ้าไหมโปร่งจนผู้ชมมองเห็นนักเต้นด้านหลังร่มได้ วากาซะทุกวันนี้จึงอยู่ระหว่างงานฝีมือ ของประกอบฉาก และของที่ระลึก มากกว่าของใช้เดินตลาดทุกเช้า
kasa อีกแบบ: หมวก 笠
ถ้าเห็นพระเดินคลุมหน้าด้วยหมวกทรงเห็ด หรือชาวนาใส่หมวกกรวยในนา นั่นก็คือ kasa เช่นกัน แต่เขียน 笠 ไม่ใช่ 傘 เมื่อคำอื่นมาประกบข้างหน้า เสียงมักเปลี่ยนเป็น -gasa
- สุเกกาซะ (菅笠) — หมวกกรวยสานจากต้นกก กันทั้งแดดและฝนในงานไร่นา
- จินกาซะ (陣笠) — หมวกสนามของซามูไรและอาชิงารุ ทำจากเหล็ก หนัง ไม้ หรือกระดาษ มักมีตราประจำตระกูล
- ทาคูฮัตสึกาซะ (托鉢笠) — หมวกพระภิกษุทรงชามหรือเห็ด คลุมถึงครึ่งหน้า บังสายตาทั้งสองทางระหว่างเดินบิณฑบาต
รูปทรงคล้ายร่มไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ทั้งหมวกและร่มทำหน้าที่บังฟ้า ภาษาจึงเก็บไว้ในคำอ่านเดียวกัน แค่คันจิคนละตัว
ความคิดสร้างสรรค์ของชาวญี่ปุ่นกับร่ม
เมื่อพูดถึงการประดิษฐ์ของใช้ในชีวิตประจำวัน ญี่ปุ่นชอบดัดของเดิมจนเลยเส้นที่คนอื่นหยุด ร่มบางรุ่นมีลวดลายซ่อนที่จะปรากฏเมื่อผ้าเปียกน้ำ บางรุ่นมีแผ่นกันลมคลุมศีรษะโดยไม่บดบังการมองเห็น มีแม้แต่ร่มที่เปิดและหุบกลับด้าน

ชาวญี่ปุ่นพยายามทำให้ชีวิตง่ายขึ้นด้วยร่มที่ผูกติดแขนได้โดยไม่ต้องถือ มีหมวก-ร่ม และยังมีหมวกที่นั่งทับเหมือนเก้าอี้ได้อีกด้วย
- ร่มซามูไร — ร่มธรรมดาที่มีรูปทรงคล้ายดาบคาตานะ
- ร่มโคเกชิ — ตามชื่อเลย คือร่มที่มีตุ๊กตาโคเกชิติดอยู่ที่ด้ามจับ
- เวจิตาเบรลลา (Vegetabrella) — ร่มที่เลยเส้นไปไกลจนดูเหมือนสลัด
ร่มสุดฉาว — โครงการชื่อ The Million Girls ซึ่งอยากโปรโมทภาพ “ญี่ปุ่นสุดแปลก” เคยทำร่มชื่อ Upskirt Umbrella ด้านในของผ้าร่มเป็นมุมมองขาและกางเกงในนักเรียนมัธยมสไตล์อนิเมะ ไม่ใช่ของใช้ทั่วไปบนถนน แต่เป็นตัวอย่างว่าเส้นของเล่นกับเส้นของใช้ในญี่ปุ่นอยู่ใกล้กันจนน่าขัน

ถ้าเจอสองคนโผล่จากซี่ร่มเดียวกันบนทางเท้า เรื่องนั้นมีชื่อเรียกต่างหาก: ไอไอกาซะ (aiaigasa) ไม่ใช่แค่กันฝน แต่เป็นท่าที่ภาษาญี่ปุ่นเก็บไว้ในคำเดียว
ชุมชน
ความคิดเห็น
0 ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็นที่เผยแพร่ในภาษานี้
ส่งความคิดเห็น