คุณสังเกตเห็นไหมว่าในญี่ปุ่นมีป้ายบอกเวลา 26:00 น., 27:00 น., 28:00 น. หมายความว่าอย่างไร?
มันไม่ใช่ว่านาฬิกาของประเทศนี้มี 30 ชั่วโมงจริง ๆ และก็ไม่ใช่เรื่องล่วงเวลาทำงาน ตัวเลขพวกนี้เป็นการนับต่อหลังเที่ยงคืน เพื่อให้คืนเดียวกันไม่ถูกตัดเป็นสองวันกลางตาราง
สารบัญ 8
ระบบ 30 ชั่วโมงคืออะไร?
ตรงข้ามกับระบบ 24 ชั่วโมง ซึ่งสิ้นสุดวันที่เที่ยงคืน (00:00) ระบบ 30 ชั่วโมง หรือ 30時間制 (sanjū-jikan-sei) จะขยาย “วัน” ไปจนถึง 6 โมงเช้าของวันถัดไป ในรูปแบบนี้ เที่ยงคืนถูกกำหนดเป็น 24:00 และชั่วโมงต่อมาเป็น 25:00, 26:00 ไปจนถึง 30:00 โดยทั่วไปมักเห็นสูงสุดราว 28:00 หรือ 29:00 ตามประเภทบริการ
สิ่งนี้มีประโยชน์ในบริการกลางคืน เช่น การขนส่งทางรถไฟที่ยังวิ่งหลังเที่ยงคืน ดังนั้นขบวนที่ออกเวลา 1:00 น. ในระบบ 24 ชั่วโมง จะโชว์เป็น 25:00 ในระบบนี้
การใช้งานจริง
ตารางรถไฟกลางคืนเคยใช้การนับแบบนี้ชัดเจน ตัวอย่างที่คนพูดถึงบ่อยคือรถไฟ Moonlight Nagara (ムーンライトながら) ซึ่งเคยวิ่งช่วงดึกจากโตเกียวไปโอะงะกิ ตารางเก่าโชว์ถึงช่วง 27:00 (ตี 3) ขบวนสุดท้ายวิ่งเมื่อ 29 มีนาคม 2020 และ JR East กับ JR Central ประกาศยุติอย่างเป็นทางการเมื่อ 22 มกราคม 2021
นอกจากนี้ ป้ายของสถานบันเทิงกลางคืน บาร์ และร้านอาหาร มักแสดงเวลาปิดด้วยการนับแบบนี้ เช่น เปิดถึง 29:00 ซึ่งก็คือ 5:00 น. ของวันถัดไป

ความแตกต่างระหว่างระบบ 24 และ 30 ชั่วโมง
ความแตกต่างหลักระหว่างระบบ 24 และ 30 ชั่วโมงคือวิธีการจัดการกับ “วันใหม่” ในระบบ 24 ชั่วโมง วันจะเปลี่ยนอย่างเป็นทางการที่เที่ยงคืน หรือ 00:00 ในระบบ 30 ชั่วโมง “วันใหม่” จะเริ่มต้นที่ 6 โมงเช้าเท่านั้น ดังนั้นชั่วโมงระหว่างเที่ยงคืนถึง 6 โมงเช้ายังคงเป็นส่วนหนึ่งของ “วันก่อนหน้า” ตัวอย่างเช่น:
- 24:00 ในระบบ 30 ชั่วโมง เทียบเท่ากับ 00:00 ในระบบ 24 ชั่วโมง;
- 25:00 เทียบเท่ากับ 1:00 น. ในระบบ 24 ชั่วโมง;
- 30:00 เทียบเท่ากับ 6:00 น. ของวันถัดไป
ตัวอย่างการเปรียบเทียบ
- 3 มกราคม 06:00 = 2 มกราคม 30:00 ในระบบ 30 ชั่วโมง;
- 3 มกราคม 12:00 = 3 มกราคม 12:00 ในระบบ 24 ชั่วโมง;
- 4 มกราคม 00:00 = 3 มกราคม 24:00 ในระบบ 30 ชั่วโมง
เขียนบนป้าย กับพูดในชีวิตจริง
มือถือและนาฬิกาข้อมือของคนญี่ปุ่นยังเป็น 1:00 น. ตามปกติ ไม่มีใครเดินถามเพื่อนว่า “เจอกัน 26 นาฬิกาไหม” ในบทสนทนาประจำวัน การสำรวจของ NHK ปี 2003 ก็พบว่ามีคนเพียงราวร้อยละ 1 ที่บอกว่าคำว่า 25 นาฬิกาเข้าใจง่ายกว่าการพูดตามเข็มนาฬิกา
ตัวเลขเกิน 24 จึงเป็นเรื่องของตารางและป้าย ไม่ใช่ภาษาพูด ใช้ตอนอยากเก็บความรู้สึกว่าเป็นคืนศุกร์ต่อไป แม้นาฬิกาจะข้ามไปวันเสาร์แล้ว เช่น รายการวิทยุหรืออนิเมะดึกที่ลงว่าศุกร์ 25:00 คือเสาร์ตี 1 แต่ยังอยู่ในช่องของคืนศุกร์
วันที่บนตั๋วอาจไม่ตรงกับนาฬิกา
จุดที่คนเดินทางพลาดบ่อยไม่ใช่การลบ 24 แต่เป็นวันที่พิมพ์บนตั๋วหรือตารางออกอากาศ ถ้าขบวนออก 23:40 ของวันที่ 3 แล้วถึงปลายทาง 25:20 วันที่ของบริการยังเป็นวันที่ 3 แม้คุณจะขึ้นรถหลังเที่ยงคืนตามนาฬิกาข้อมือ
ตอนจองที่นั่งหรือดูตารางอนิเมะ จึงต้องดูว่าตัวเลขนั้นเป็นคืนของวันไหน ไม่ใช่แค่ว่ากี่โมง ถ้าสับสนเรื่อง การขึ้นรถไฟในญี่ปุ่น หรือ คำประกาศบนชานชาลา ตารางแบบนี้ยิ่งต้องอ่านคู่กับวันที่ของขบวน
ระบบนี้ใช้ที่ไหน?
ระบบ 30 ชั่วโมงมีการใช้ในหลายพื้นที่ในญี่ปุ่น:
- การขนส่ง: ผู้ให้บริการรถไฟอย่าง JR ใช้การนับนี้กับขบวนดึก เพื่อไม่ให้ผู้โดยสารสับสนว่าเป็นวันเดียวกันของตารางหรือวันใหม่ของปฏิทิน
- ความบันเทิง: บาร์ คลับ และร้านที่เปิดถึงเช้าเขียนเวลาทำการต่อเนื่องจนถึง 26:00 หรือ 29:00 แทนการสลับเป็น 2:00 หรือ 5:00 ของวันถัดไป
- รายการทีวีและอนิเมะ: คนที่เปิดตารางออกอากาศญี่ปุ่นอาจสะดุดเมื่อเห็นอนิเมะฉาย 28:00 ซึ่งคือตี 4 ของวันถัดไป แต่ยังอยู่ในช่องของคืนนั้น
- ดาราศาสตร์: นักสังเกตการณ์ใช้การนับต่อเนื่องตอนเฝ้าท้องฟ้าทั้งคืน เพื่อไม่ให้วันที่ในบันทึกกระโดดกลางการสังเกต หอดูดาวแห่งชาติของญี่ปุ่นก็เคยอธิบายข้อดีแบบเดียวกันเมื่อประสานงานกับกล้องโทรทรรศน์ในฮาวาย
เรื่องนี้คนละเรื่องกับ เขตเวลาญี่ปุ่น (JST) ที่เร็วกว่าไทย 2 ชั่วโมงทั้งปี นาฬิกาในมือถือยังเป็น 24 ชั่วโมงตามปกติ ตัวเลข 25:00 โผล่บนตาราง ไม่ใช่บนหน้าปัด
ข้อพิจารณาสุดท้าย
ระบบ 30 ชั่วโมงไม่ได้ทำให้วันในญี่ปุ่นยาวขึ้น และไม่ได้ใช้ทั่วทุกป้าย ถ้าคุณอยู่ญี่ปุ่นแล้วเจอ 26:00 หรือ 28:00 ให้ลบ 24 ออก แล้วถามต่อว่าตารางนั้นยังนับเป็นคืนเดิมหรือยัง นั่นคือจุดที่ตัวเลขแปลก ๆ นี้ทำงานจริง
ชุมชน
ความคิดเห็น
0 ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็นที่เผยแพร่ในภาษานี้
ส่งความคิดเห็น