การจราจรในญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องความเป็นระเบียบ แต่ความลับไม่ได้อยู่ที่ถนนสวยอย่างเดียว แก่นจริงคือคนขับส่วนใหญ่ยอมชะลอรถ เคารพป้าย และให้ทางคนเดินเท้าก่อนเสมอ ถ้าคุณกำลังวางแผนเช่ารถเที่ยวญี่ปุ่น หรือแค่อยากเข้าใจว่าทำไมถนนที่นั่นดูไหลลื่นกว่าหลายประเทศ บทสรุปนี้จะช่วยให้เห็นภาพเร็วขึ้น
กฎพื้นฐานที่ต้องจำมีไม่กี่ข้อ: ญี่ปุ่นขับรถชิดซ้าย พวงมาลัยอยู่ขวา เลี้ยวผ่านไฟแดงไม่ได้ถ้าไม่มีลูกศรเขียว จำกัดความเร็วบนถนนทั่วไปมักอิงป้ายที่ติดไว้ และถ้าไม่มีป้าย รถยนต์ทั่วไปต้องยึดเพดาน 60 กม./ชม. บนถนนธรรมดา กับ 100 กม./ชม. บนทางด่วนเป็นหลัก

สารบัญ 4
กฎถนนในญี่ปุ่นที่ควรรู้ก่อนจับพวงมาลัย
สิ่งแรกที่คนต่างชาติพลาดบ่อยคือจังหวะการขับชิดซ้าย เพราะทุกอย่างจะสลับจากหลายประเทศทันที ทั้งตำแหน่งพวงมาลัย กระจก และการเลี้ยวตามแยก เวลาขับในเมืองจึงต้องใจเย็นกว่าปกติ โดยเฉพาะบนถนนแคบหรือซอยที่มีจักรยานและคนเดินเท้าใช้ร่วมกัน
- ขับรถชิดซ้าย และใช้เลนขวาบนทางด่วนเพื่อแซงเท่านั้น
- เมื่อไฟแดง รถที่ตรงไป เลี้ยวซ้าย หรือเลี้ยวขวาต้องหยุดทั้งหมด เว้นแต่มีลูกศรเขียวอนุญาต
- คนเดินเท้าและจักรยานมีสิทธิ์ก่อนที่ทางม้าลาย คนขับต้องหยุดให้ข้าม
- ป้าย 止まれ หมายถึงต้องหยุดสนิท ไม่ใช่แค่ชะลอรถ
- ป้าย 徐行 ใช้เตือนให้ขับช้าเป็นพิเศษในจุดที่มองเห็นยากหรือมีความเสี่ยง
อีกจุดที่ควรจำคือเวลาเลี้ยวขวาที่สี่แยก รถทางตรงจากฝั่งตรงข้ามยังมาก่อน และถ้ามีคนกำลังจะข้ามถนน คุณก็ยังต้องรอเหมือนเดิม ใครที่อยากจำสัญลักษณ์บนถนนให้แม่นขึ้น สามารถดูต่อได้ในบทความเรื่อง ป้ายจราจรและป้ายในญี่ปุ่น ซึ่งช่วยมากเวลาเจอป้ายภาษาญี่ปุ่นครั้งแรก
ทำไมการจราจรในญี่ปุ่นถึงดูเป็นระเบียบ
ภาพรวมของถนนญี่ปุ่นไม่ได้เร็วเสมอไป ตรงกันข้าม หลายเมืองขับกันช้าพอสมควรเพราะมีไฟจราจรเยอะ ทางแยกถี่ และถนนท้องถิ่นจำนวนมากค่อนข้างแคบ แต่ความช้ากลับทำให้การไหลของรถคาดเดาง่ายขึ้น คนขับไม่เร่งแทรกโดยไม่จำเป็น และเสียงแตรก็ไม่ได้ดังพร่ำเพรื่อเหมือนในประเทศที่การแย่งทางเป็นเรื่องปกติ
กฎยังถูกบังคับใช้อย่างจริงจังด้วย ญี่ปุ่นเข้มมากกับเรื่องเมาแล้วขับ การใช้โทรศัพท์ระหว่างขับ และการไม่หยุดในจุดบังคับหยุด ถ้าคุณสนใจว่าทำไมเรื่องนี้ถูกมองหนักมาก ลองอ่านต่อที่บทความ ทำไมญี่ปุ่นถึงจริงจังกับเมาแล้วขับ แล้วจะเห็นชัดว่าความปลอดภัยบนถนนไม่ได้มาจากมารยาทอย่างเดียว แต่มีทั้งกฎหมายและแรงกดดันทางสังคมหนุนอยู่พร้อมกัน
บนทางด่วนก็มีรายละเอียดต่างจากถนนทั่วไปอยู่บ้าง เส้นทางส่วนใหญ่มีค่าผ่านทาง และบางด่านเป็นเลน ETC สำหรับรถที่ติดอุปกรณ์ชำระเงินอัตโนมัติเท่านั้น ถ้าเช่ารถแล้วไม่มีบัตรหรืออุปกรณ์ ETC ต้องเข้าช่องทั่วไป ไม่อย่างนั้นจะเข้าด่านผิดเลนได้ง่าย

สภาพถนนในญี่ปุ่นไม่ได้เหมือนกันทุกเมือง
ถนนในโตเกียว โอซาก้า หรือโยโกฮาม่ากับถนนในเมืองเล็กให้ความรู้สึกต่างกันพอสมควร ย่านกลางเมืองจะมีป้ายชัด ช่องทางชัด และระบบนำทางค่อนข้างช่วยได้มาก แต่ในเขตชุมชนหรือเมืองชนบท คุณอาจเจอซอยแคบ รถสวนกันลำบาก และบางเส้นทางมืดกว่าที่คิดในเวลากลางคืน
อีกเรื่องที่ทำให้นักท่องเที่ยวงงคือหลายพื้นที่ไม่ได้อ้างอิงที่อยู่ด้วยชื่อถนนแบบตรงไปตรงมาเหมือนบางประเทศ แผนที่มักพึ่งเลขบล็อก เลขอาคาร และหมุดปลายทางมากกว่า เพราะแบบนี้การขับรถในญี่ปุ่นจึงไม่ได้วัดกันที่ความเร็วอย่างเดียว แต่ต้องอ่านป้าย ดูแผนที่ และเผื่อเวลาหลงทางไว้เล็กน้อย
ถึงอย่างนั้น ถนนญี่ปุ่นก็ยังเดินทางสบายสำหรับคนที่ชอบออกนอกเส้นทางหลัก คุณจะเจอร้านสะดวกซื้อ ตู้กดอัตโนมัติ จุดพักรถ และลานจอดแบบหยอดเหรียญกระจายอยู่ค่อนข้างดี เพียงแต่ถ้าเข้าเมืองใหญ่จริง ๆ รถไฟมักคุ้มกว่ารถยนต์ เพราะค่าทางด่วน ค่าจอด และความหนาแน่นของการจราจรอาจทำให้ขับเองไม่ประหยัดอย่างที่คิด
ข้อควรระวังก่อนเช่ารถขับเที่ยวในญี่ปุ่น
ก่อนออกรถจริง ควรเช็กให้ครบว่ารถคันนั้นเติมน้ำมันแบบไหน ใช้ ETC ได้หรือไม่ จุดจอดอยู่ตรงไหน และต้องคืนรถพร้อมน้ำมันระดับใด เส้นทางที่มีทางรถไฟตัดผ่านก็ต้องจำไว้ด้วยว่าในญี่ปุ่นมีหลายจุดที่กฎหมายบังคับให้หยุดก่อนข้ามราง ไม่ใช่แค่ชะลอผ่านเหมือนที่บางคนคุ้นเคย
ถ้าสรุปให้สั้นที่สุด การจราจรในญี่ปุ่นน่าเอาเป็นตัวอย่างเพราะผู้ใช้ถนนส่วนใหญ่ยอมทำตามกติกาเล็ก ๆ อย่างจริงจัง ตั้งแต่หยุดที่ป้าย 止まれ ไปจนถึงการให้ทางคนเดินเท้า พอทุกคนคาดเดาการเคลื่อนที่ของกันและกันได้ ถนนก็เลยดูสงบ ปลอดภัย และใช้งานง่ายกว่าที่หลายคนจินตนาการไว้ก่อนเดินทาง
ชุมชน
ความคิดเห็น
0 ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็นที่เผยแพร่ในภาษานี้
ส่งความคิดเห็น