คู่มือเที่ยวเบปปุ: ออนเซ็น 7 นรก บ่อทราย และซาฟารี

คู่มือเที่ยวเบปปุ: ออนเซ็น 7 นรก บ่อทราย และซาฟารี

เบปปุไม่ได้มีดีแค่ออนเซ็น แต่ยังมีนรกทั้ง 7 บ่อทรายร้อน อาหารไอน้ำ และกิจกรรมเสริมที่ทำให้เที่ยว 1 ถึง 2 วันได้คุ้มมาก

ถ้าคุณกำลังมองหาเมืองญี่ปุ่นที่เที่ยวแล้วได้ทั้งออนเซ็นจริงจัง จุดชมวิวแปลกตา และกิจกรรมที่ไม่ซ้ำกัน เบปปุคือคำตอบที่คุ้มมากในคิวชู เมืองนี้ไม่ได้มีแค่บ่อน้ำร้อนสำหรับแช่ แต่ยังมี Jigoku Meguri หรือ “นรกทั้ง 7” บ่อทรายร้อน และทริปเสริมอย่างซาฟารีหรือสวนลิงที่ทำให้เที่ยว 1 ถึง 2 วันได้แบบไม่รู้สึกซ้ำเลย

เสน่ห์ของเบปปุอยู่ตรงความรู้สึกว่าเมืองทั้งเมืองหายใจด้วยไอน้ำร้อน คุณจะเห็นไอพุ่งขึ้นตามตรอก หลังคาโรงอาบน้ำ และย่านออนเซ็นเก่าแก่ โดยเฉพาะแถวคันนาวะ เพราะฉะนั้นคนที่ถามว่า “เบปปุควรแวะไหม?” คำตอบสั้น ๆ คือควร โดยเฉพาะถ้าคุณอยากได้บรรยากาศญี่ปุ่นที่มีทั้งการพักผ่อนและภาพธรรมชาติแบบดิบ ๆ อยู่ในที่เดียว

วิวเมืองเบปปุที่มีไอน้ำลอยขึ้นจากย่านออนเซ็น
สารบัญ 7

อะไรทำให้เบปปุต่างจากเมืองออนเซ็นอื่น?

เบปปุไม่ได้มีออนเซ็นเด่นอยู่แค่จุดเดียว แต่เป็นเครือของย่านน้ำพุร้อน 8 แห่งที่มักเรียกรวมกันว่า Beppu Hatto แต่ละย่านให้อารมณ์ไม่เหมือนกัน บางจุดเหมาะกับการแช่น้ำเงียบ ๆ บางจุดเด่นเรื่องบ่อทราย บางจุดมีภาพไอน้ำพวยพุ่งจนกลายเป็นเอกลักษณ์ของเมืองไปแล้ว

อีกอย่างที่ควรรู้คือ “นรก” ของเบปปุไม่ใช่ออนเซ็นสำหรับลงแช่ แต่เป็นจุดชมภูมิประเทศใต้พิภพที่ร้อนเกินไปสำหรับอาบน้ำ ถ้าคุณเข้าใจความต่างระหว่างจุดชมกับจุดแช่ตั้งแต่แรก แพลนเที่ยวจะง่ายขึ้นมาก และไม่เสียเวลาเดินทางผิดแบบนักท่องเที่ยวมือใหม่

ถ้ายังไม่คุ้นกับมารยาทการลงบ่อรวมของญี่ปุ่น แนะนำให้อ่านบทความเรื่อง วิธีอาบน้ำในออนเซ็นญี่ปุ่น ก่อน จะช่วยให้เข้าห้องอาบน้ำได้มั่นใจกว่าเดิมมาก

Jigoku Meguri: ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดของเบปปุ

สำหรับคนมาเบปปุครั้งแรก Jigoku Meguri คือจุดที่ควรเริ่ม เพราะนี่คือสิ่งที่ทำให้เมืองนี้ต่างจากเมืองออนเซ็นทั่วไปอย่างชัดเจน บ่อแต่ละแห่งมีสี อุณหภูมิ และบรรยากาศต่างกันจนรู้สึกเหมือนกำลังดูธรรมชาติเล่นกับแร่ธาตุและไอน้ำต่อหน้าต่อตา

  • Umi Jigoku เด่นที่สุดด้วยน้ำสีฟ้าเข้มที่ถ่ายรูปขึ้นมาก
  • Oniishibozu Jigoku มีโคลนเดือดสีเทาที่ดูคล้ายหัวพระโกนผม
  • Kamado Jigoku เหมาะกับคนอยากดูหลายบ่อในจุดเดียว
  • Oniyama Jigoku เป็นจุดที่ขึ้นชื่อเรื่องจระเข้และพลังความร้อนใต้พิภพ
  • Shiraike Jigoku บรรยากาศนิ่งกว่า สีของน้ำก็ดูต่างจากจุดอื่น
  • Chinoike Jigoku หรือบ่อเลือด มีสีแดงที่สะดุดตาที่สุดในเส้นทาง
  • Tatsumaki Jigoku เป็นบ่อแบบไกเซอร์ที่ควรเผื่อจังหวะเวลาให้ดี

ถ้ามีเวลาไม่มาก อย่าฝืนเก็บทุกจุดแบบรีบวิ่งผ่าน เพราะเบปปุเที่ยวสนุกกว่าเมื่อค่อย ๆ เดิน ดูไอน้ำ ฟังเสียงเดือด และแวะกินอะไรแถวย่านคันนาวะมากกว่าการเช็กชื่อให้ครบเฉย ๆ

Umi Jigoku บ่อน้ำสีฟ้าชื่อดังในเบปปุ

ออนเซ็นที่ควรลองจริง ๆ ในเมือง

ถ้าต้องเลือกชื่อเดียวไว้จำ Takegawara Onsen มักเป็นตัวเลือกแรกที่แนะนำได้ง่ายที่สุด เพราะให้ความรู้สึกคลาสสิกแบบเบปปุชัดเจน ทั้งตัวอาคารไม้เก่าแก่ อ่างน้ำร้อน และบรรยากาศที่ต่างจากสปาสมัยใหม่แบบคนละเรื่อง

จุดเด่นอีกอย่างคือที่นี่มี บ่อทรายร้อน ซึ่งหลายคนยกให้เป็นประสบการณ์ที่จำง่ายที่สุดอย่างหนึ่งในทริป คุณจะเปลี่ยนเป็น ชุดยูกาตะ แล้วนอนให้เจ้าหน้าที่กลบทรายอุ่นลงบนตัว ความรู้สึกไม่เหมือนการแช่น้ำธรรมดา และเป็นเสน่ห์ที่ทำให้เบปปุไม่ซ้ำกับเมืองออนเซ็นอื่น

ถ้าคุณอยากจัดทริปให้ผ่อนคลายกว่านี้ การนอนเรียวกังดี ๆ สักคืนก็เข้ากับเบปปุมาก ลองดูตัวเลือกในบทความ เรียวกังพร้อมออนเซ็นส่วนตัว เผื่ออยากได้บรรยากาศสงบกว่าโรงอาบน้ำสาธารณะ

อาคารเก่าแก่ของ Takegawara Onsen ในเมืองเบปปุ

อาหารไอน้ำร้อนก็เป็นส่วนหนึ่งของทริป

หลายคนรู้จักเบปปุเพราะออนเซ็นกับนรกทั้ง 7 แต่สิ่งที่ทำให้เมืองนี้น่าอยู่ขึ้นอีกคือวัฒนธรรมกินแบบ jigoku mushi หรือการใช้ไอน้ำร้อนมานึ่งอาหาร คุณเลยไม่ได้แค่ดูไอน้ำ แต่ยังได้ชิมอาหารที่ผูกกับภูมิประเทศของเมืองจริง ๆ ด้วย

นี่คือเหตุผลที่เบปปุเหมาะกับคนที่ไม่ได้อยากแช่น้ำทั้งวัน คุณสามารถเดินเล่น ถ่ายรูป กินอาหารร้อน ๆ แวะอาบน้ำ หรือเลือกแค่บางกิจกรรมก็ยังรู้สึกว่าทริปคุ้มและมีเอกลักษณ์ชัดเจน

ซาฟารีและสวนลิงทำให้เบปปุเที่ยวได้กว้างขึ้น

สิ่งที่หลายคนไม่คาดคือเบปปุไม่ได้มีอารมณ์เดียวทั้งทริป ตอนเช้าคุณอาจเดินดูไอน้ำและโรงอาบน้ำเก่า พอบ่ายก็เปลี่ยนไปทำกิจกรรมอีกแบบได้เลย

African Safari เป็นทริปเสริมที่เหมาะกับครอบครัวหรือคนที่อยากเพิ่มอะไรสนุก ๆ นอกแนวออนเซ็น ส่วน Takasakiyama Monkey Park ก็เหมาะกับคนที่อยากดูสัตว์แบบไปง่ายและยังต่อจากเส้นทางท่องเที่ยวหลักได้ไม่ยาก สองที่นี้ไม่ควรแย่งความสำคัญจากออนเซ็นหรือ Jigoku Meguri แต่ถ้าคุณมีเวลา 2 วัน มันช่วยให้เบปปุไม่จำกัดอยู่แค่การแช่น้ำ

ควรเผื่อเวลากี่วันสำหรับเบปปุ?

ถ้าเวลาน้อยมาก 1 วันก็พอเก็บไฮไลต์หลักได้ โดยเน้นนรกทั้ง 7 กับออนเซ็นเด่นสักแห่ง แต่ถ้าจัดได้ 2 วันจะลงตัวกว่า เพราะคุณจะไม่ต้องรีบเกินไป และยังมีเวลาสำหรับบ่อทราย อาหารไอน้ำ หรือทริปเสริมอย่างซาฟารี

  • วันแรก: Jigoku Meguri, เดินเล่นคันนาวะ, กินอาหารไอน้ำ แล้วปิดวันด้วยการแช่ออนเซ็น
  • วันที่สอง: Takegawara Onsen, บ่อทรายร้อน, แล้วค่อยเลือกซาฟารีหรือสวนลิง

คำแนะนำที่ใช้ได้จริงคืออย่ายัดทุกอย่างไว้ในครึ่งวันแรก เบปปุเป็นเมืองที่เที่ยวสบายกว่าตอนคุณเผื่อเวลาให้การเดินทางด้วยรถบัส การแวะกิน และการพักระหว่างจุดชมต่าง ๆ

สรุป: เบปปุเหมาะกับใคร?

เบปปุเหมาะมากกับคนที่อยากเห็นญี่ปุ่นในมุมที่มีทั้งการพักผ่อนและพลังของธรรมชาติอยู่พร้อมกัน คุณจะได้ออนเซ็นจริง นรกใต้พิภพที่ดูตื่นตา โรงอาบน้ำเก่าแก่ อาหารไอน้ำ และกิจกรรมเสริมที่ทำให้ทริปไม่จำเจ

ถ้าคุณชอบเมืองที่มีเอกลักษณ์ชัด เดินทางแล้วได้ทั้งภาพจำและประสบการณ์ที่จับต้องได้ เบปปุคือหนึ่งในจุดแวะที่คุ้มที่สุดของคิวชู

แหล่งที่มาและลิงก์ที่เป็นประโยชน์

เกี่ยวกับผู้เขียน

Kevin Henrique

ผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมเอเชียที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี โดยเน้นญี่ปุ่น เกาหลี อนิเมะ และเกม เป็นนักเขียนและนักเดินทางที่เรียนรู้ด้วยตัวเอง มุ่งสอนภาษาญี่ปุ่น เคล็ดลับท่องเที่ยว และเรื่องน่าสนใจเชิงลึก

ชุมชน

ความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็นที่เผยแพร่ในภาษานี้

ส่งความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นต่อบทความนี้

กำลังโหลดการตรวจสอบความปลอดภัย...

อย่าส่งลิงก์ embed หรือโฆษณา ความคิดเห็นจะผ่านระบบกันสแปมและแปลอัตโนมัติก่อนแสดงผล