ข่าวเกี่ยวกับการจับหน้าอกในญี่ปุ่นมักถูกแชร์ต่อด้วยน้ำเสียงตกใจหรือขำขัน แต่ถ้ามองให้ลึกกว่านั้น ประเด็นหลักไม่ได้อยู่ที่ความแปลกเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่คำถามเรื่องความยินยอม การใช้เรือนร่างของผู้หญิงเป็นเครื่องมือเรียกความสนใจ และวิธีที่ข่าวไวรัลทำให้คนมองสังคมญี่ปุ่นแบบเหมารวมเกินจริง
บทความนี้จึงไม่ได้ชวนให้ตื่นเต้นกับพฤติกรรมสุดโต่ง แต่ชวนมองว่าเหตุการณ์อย่าง Oppai Bokin และ Free Oppai ถูกพูดถึงอย่างไร เหตุใดจึงมีคนคัดค้านหนัก และเราควรระวังแค่ไหนเมื่อเจอเรื่องเล่าที่อ้างว่าเป็น “วัฒนธรรมญี่ปุ่น”
สารบัญ 3
Oppai Bokin: งานระดมทุนที่ถูกวิจารณ์อย่างหนัก
Oppai Bokin เป็นกิจกรรมระดมทุนที่เชื่อมกับรายการผู้ใหญ่ของญี่ปุ่น โดยเปิดให้ผู้เข้าร่วมที่บรรลุนิติภาวะบริจาคเงินแล้วสัมผัสหน้าอกของนักแสดงหนังผู้ใหญ่ได้ จุดประสงค์ที่ถูกประกาศคือการสนับสนุนงานรณรงค์เกี่ยวกับโรคเอดส์ ทำให้กิจกรรมนี้ถูกมองว่าอยู่กึ่งกลางระหว่างการกุศล การตลาด และความบันเทิงสำหรับผู้ใหญ่
ข้อมูลที่ถูกรายงานในสื่อญี่ปุ่นระบุว่า งานช่วงปลายปี 2015 มีผู้เข้าร่วมกว่า 7,000 คน และยอดบริจาคเกิน 6 ล้านเยน ตัวเลขนี้ทำให้ชื่อของงานแพร่กระจายไปไกล แต่ก็ยิ่งกระตุ้นเสียงวิจารณ์ว่า การเอาร่างกายผู้หญิงมาเป็นจุดขายของการกุศลนั้นเหมาะสมจริงหรือไม่ ต่อให้ผู้เข้าร่วมทุกฝ่ายยินยอมก็ตาม

ฝ่ายที่ปกป้องกิจกรรมมองว่าเป็นการบริจาคโดยสมัครใจและเกิดขึ้นในพื้นที่ควบคุมได้ แต่ฝ่ายคัดค้านชี้ว่า มันทำให้ประเด็นสุขภาพสาธารณะกลายเป็นโชว์ และตอกย้ำมุมมองแบบชายเป็นศูนย์กลาง ข้อถกเถียงนี้จึงสำคัญกว่าแค่คำถามว่า “กล้าทำได้อย่างไร” เพราะมันสะท้อนว่าความยินยอมเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่พอ หากโครงสร้างของกิจกรรมยังเอื้อให้เรือนร่างของผู้หญิงถูกใช้เป็นเครื่องมือเรียกคนดู
Free Oppai ที่ชิบูย่า: ไวรัลที่ทำให้คำถามยิ่งคมขึ้น
อีกกรณีที่ถูกแชร์อย่างกว้างขวางคือคลิป Free Oppai ที่ชิบูย่าในปี 2017 โดยหญิงสาวคนหนึ่งถือป้ายเชิญให้คนแปลกหน้ามาสัมผัสหน้าอกของเธอ คลิปนี้กลายเป็นไวรัลอย่างรวดเร็ว เพราะภาพที่เห็นขัดกับสิ่งที่คนส่วนใหญ่คาดหวังจากพื้นที่สาธารณะ และยิ่งทำให้ญี่ปุ่นถูกเล่าในฐานะประเทศของ “เรื่องประหลาด” อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม การเอาคลิปแบบนี้ไปอธิบายทั้งสังคมญี่ปุ่นย่อมง่ายเกินไป ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นในโลกออนไลน์ก็ไม่ได้มีแต่คนเชียร์ หลายคนตั้งคำถามถึงความเหมาะสม ผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของผู้หญิง และเส้นแบ่งระหว่างการแสดงออกส่วนตัวกับการทำให้การแตะเนื้อต้องตัวกลายเป็นความบันเทิงกลางที่สาธารณะ ประเด็นนี้เชื่อมโยงโดยตรงกับคำถามเรื่อง ความยินยอมทางเพศในญี่ปุ่น ซึ่งซับซ้อนกว่าคลิปไวรัลไม่กี่นาทีมาก
ถ้ามองในเชิงวัฒนธรรมสื่อ เหตุการณ์แบบนี้ยังใกล้กับแนวคิดของ แฟนเซอร์วิส ที่ใช้ความยั่วยุหรือความล่อแหลมเพื่อดึงความสนใจ แต่เมื่อย้ายจากหน้าจอไปอยู่กลางถนน น้ำหนักทางสังคมย่อมเปลี่ยนไปทันที เพราะคนดูไม่ได้อยู่ในบริบทของความบันเทิงอย่างเดียวอีกต่อไป
ไม่ใช่เรื่องเฉพาะของญี่ปุ่น และไม่ใช่ทุกเรื่องจะเชื่อได้ทั้งหมด
ข่าวลักษณะนี้ไม่ได้มีแค่ในญี่ปุ่น หลายประเทศก็มีเรื่องเล่าหรือกิจกรรมไวรัลที่ใช้ความโป๊หรือความท้าทายทางเพศเป็นเครื่องมือเรียกความสนใจ แต่ความจริงข้อนี้ควรพาเราไปสู่ข้อสรุปที่ระมัดระวังกว่าเดิม นั่นคืออย่าใช้ข่าวไม่กี่ชิ้นมาตัดสินทั้งประเทศ และอย่ารีบเหมารวมว่าพฤติกรรมสุดขั้วเท่ากับค่านิยมหลักของสังคมนั้น
ตัวอย่างชัดเจนคือเรื่องเล่าเกี่ยวกับ “เทศกาลจับหน้าอก” ในยูนนาน ประเทศจีน ซึ่งถูกอ้างซ้ำบ่อยในเว็บไซต์แนวไวรัล บางแหล่งเรียกมันว่าเป็นตำนานท้องถิ่นหรือเรื่องเล่าพื้นบ้าน ขณะที่บางรายงานระบุว่ารัฐบาลท้องถิ่นเคยปฏิเสธข่าวในรูปแบบที่แพร่กระจายออนไลน์ เพราะมีส่วนที่ถูกแต่งเติมหรือบิดเบือน นั่นทำให้เรื่องนี้ควรถูกมองอย่างระวัง ไม่ใช่หยิบมาใช้เป็นหลักฐานตายตัวว่าธรรมเนียมดังกล่าวมีอยู่จริงตามที่เล่ากันทุกเวอร์ชัน

ท้ายที่สุด สิ่งที่น่าสนใจกว่าความช็อกคือบทสนทนาที่ข่าวเหล่านี้เปิดขึ้นมา เรากำลังพูดถึงเสรีภาพ การยินยอม การตลาด และภาพจำของญี่ปุ่นไปพร้อมกัน หากอ่านด้วยสายตาที่วิจารณ์ได้มากขึ้น เราจะเห็นว่าประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องตลกสั้น ๆ จากอินเทอร์เน็ต แต่เป็นตัวอย่างของการที่ข่าวไวรัลสามารถบิดภาพของทั้งสังคมได้ง่ายเพียงใด
ชุมชน
ความคิดเห็น
0 ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็นที่เผยแพร่ในภาษานี้
ส่งความคิดเห็น