Monster Parents ในญี่ปุ่น: モンペ ไม่ใช่แค่พ่อแม่ที่ปกป้องลูกเกินเหตุ

Monster Parents ในญี่ปุ่น: モンペ ไม่ใช่แค่พ่อแม่ที่ปกป้องลูกเกินเหตุ

ความต่างจาก helicopter parent และสิ่งที่โรงเรียนทำจริงเมื่อเจอข้อเรียกร้องเกินขอบเขต

ในญี่ปุ่นมีคำเรียกผู้ปกครองแบบหนึ่งว่า Monster Parents (モンスターペアレント) ซึ่งครูมักย่อเป็น モンペ หรือ モンペア ฟังดูคล้ายพ่อแม่ที่ปกป้องลูกเกินเหตุ แต่ในห้องพักครูความหมายแคบและหนักกว่านั้น คือผู้ปกครองที่ยื่นข้อร้องเรียนและคำขอแบบไร้เหตุผลต่อโรงเรียน จนงานสอนทั้งวันสะดุด

ครูไม่ได้กลัวแค่ตารางเรียนที่บ้านที่เข้มงวด แต่กลัวโทรศัพท์ดึก บันทึกในสมุดติดต่อ และข้อเรียกร้องที่ทำให้เด็กคนอื่นในห้องกลายเป็นแค่ฉากหลัง เด็กญี่ปุ่นจำนวนมาก เดินไปโรงเรียนเองตั้งแต่อายุยังน้อย แต่พ่อแม่บางคนกลับไปปะทะที่หน้าห้องครู ไม่ใช่ที่บ้าน จุดตัดนี้เองที่ทำให้คำนี้กลายเป็นประเด็นสังคม ไม่ใช่คำด่าเล่น ๆ

สารบัญ 5

モンペ คืออะไร ไม่ใช่ helicopter parent

ในโลกตะวันตก พ่อแม่ที่วนรอบตัวลูกตลอดเวลา มักถูกเรียกว่า helicopter parent ภาพคือใบพัดที่ลอยเหนือหัว แม้กระทั่งตอนสัมภาษณ์งาน ในญี่ปุ่นคำว่า Monster Parents ชี้ไปที่โรงเรียนเป็นหลัก ไม่ใช่ตารางชีวิตของลูกที่บ้าน

モンペ คือผู้ปกครองที่ยื่นข้อเรียกร้องหรือคำร้องเรียนแบบไร้เหตุผลต่อโรงเรียนหรือคณะกรรมการการศึกษาซ้ำ ๆ ไม่ใช่พ่อแม่ที่แค่กังวลเรื่องลูก และไม่ใช่ทุกคนที่ปกป้องลูกเกินเหตุ

พจนานุกรมดิจิทัลไดจิเซ็นของโชงากุคังนิยามคำนี้ตรง ๆ ว่าเป็นการเปรียบผู้ปกครองกับสัตว์ประหลาด เพราะยื่นเรื่องต่อโรงเรียนซ้ำแล้วซ้ำอีก ถ้าคำขอยังอยู่ในขอบเขตสามัญสำนึกและมีเหตุผลชัดเจน คำนี้ใช้ไม่ได้ ตรงกันข้าม บางครั้งโรงเรียนก็แปะป้าย モンペ ให้ผู้ปกครองที่แค่ขอความช่วยเหลือเรื่องกลั่นแกล้ง ซึ่งทำให้คำนี้เองกลายเป็นปัญหา

ภาพการ์ตูนแม่โกรธร้องใส่ผู้ใหญ่ข้าง ๆ ภาพเด็กนั่งบนบ่าผู้ปกครองที่ยิ้ม

เลยอย่าปนสองภาพนี้เข้าด้วยกัน พ่อแม่ที่บังคับตารางเรียน ห้ามเล่น กำหนดอาชีพให้ลูก อาจกดดันลูกจริง แต่ถ้ายังไม่เอาโรงเรียนเป็นเป้าของคำร้องไร้เหตุผล ครูญี่ปุ่นจะไม่เรียกคนนั้นว่า モンペ เป็นหลัก

คำนี้มาจากไหน และละครปี 2008

Monster Parents เป็นคำอังกฤษแบบญี่ปุ่น (和製英語) ที่ โยอิจิ มุโคยามะ (向山洋一) อดีตครูประถม ตั้งขึ้นราวปี 2007 เขาใช้คำนี้เรียกผู้ปกครองที่ยื่นข้อเรียกร้องแปลกและไม่เป็นธรรมในโรงเรียน จนครูรับมือไม่ทัน คำติดปากเร็วมาก และถูกพูดถึงในฮ่องกงด้วย

ปี 2008 คันไซทีวีและฟูจิทีวีสร้างละครชื่อเดียวกัน 11 ตอน ออกอากาศระหว่างต้นกรกฎาคมถึงต้นกันยายน เรียวโกะ โยเนะคุระ รับบททนายความ ทาคามุระ อิสึกิ (高村樹季) ที่ถูกดึงไปช่วยโรงเรียนประถมซึ่งโดนผู้ปกครองรุมร้องเรียน ละครไม่ได้สอนวิธีเลี้ยงลูก แต่ฉายภาพครูที่ถูกกดด้วยเรื่องเล็กจนกลายเป็นคดี

พอละครดัง คำว่า Monster Parents เลยไม่ได้อยู่แค่ในวงการศึกษา มันกลายเป็นคำที่คนเอเชียจำได้ แม้หลายคนจะยังเข้าใจว่าหมายถึงพ่อแม่เผด็จการที่บ้าน

ข้อร้องเรียนที่ครูเจอจริง

ตัวอย่างที่ถูกเล่าซ้ำในข่าวและในห้องครูมักฟังดูไม่น่าเชื่อ บางคนไม่อยากให้ลูกเข้า กิจกรรมทำความสะอาดหรือชมรมหลังเลิกเรียน เพราะมองว่าโรงเรียนเอาลูกไปใช้แรงงาน บางคนโกรธจัดเพราะลูกมีรอยขีดข่วนเล็ก ๆ หลังเล่นกับเพื่อน แล้วเรียกให้โรงเรียนรับผิดชอบค่ารักษา

มีเรื่องแมลงกัดต่อยที่กลายเป็นเรื่องร้องเรียน มีคำขอให้ครูไปรับลูกถึงบ้านทุกเช้า ให้ตรวจพยากรณ์อากาศแล้วสั่งให้พกร่ม และให้เปลี่ยนครูประจำชั้นเพราะสำเนียงหรือใบหน้า งานพวกนี้ไม่ได้อยู่ในหน้าที่สอน แต่กินเวลาเตรียมบท ดูแลเด็กคนอื่น และพักของครู

ครูสองคนในสูทเผชิญหน้าในห้องทำงาน เทียบกับฉากมังงะที่พ่อพูดกับลูกสาวว่า My Darling Daughter

อย่าคิดว่าพฤติกรรมแบบนี้จบที่ประถม พ่อแม่บางคนยังยื่นเรื่องแม้ลูกจะโตแล้ว และบางคนไม่พูดกับครูตรง ๆ แต่ยกเรื่องขึ้นไปที่ผู้อำนวยการหรือคณะกรรมการการศึกษา เพื่อกดจากข้างบนลงมาที่ห้องเรียน

โตเกียวรับมืออย่างไร ตั้งแต่คู่มือปี 2010 ถึงแนวทางปี 2026

ราวปี 2010 ทางการกรุงโตเกียวจัดทำคู่มือรับมือผู้ปกครองประเภทนี้ และแจกให้ครูและเจ้าหน้าที่โรงเรียนรัฐกว่า 60,000 คน เพราะข้อเรียกร้องที่ล้นขอบเขตดันระดับความเครียดของครูขึ้นสูง

ปัญหาไม่ได้หายไป ในปี 2025 คณะกรรมการการศึกษาแห่งมหานครโตเกียวเปิดผลสำรวจครูโรงเรียนรัฐประมาณ 12,000 คน พบว่าประมาณร้อยละ 20 เคยเจอคำพูดหรือท่าทีที่เกินบรรทัดฐานสังคม และกว่า 1,000 คนในกลุ่มนั้นบอกว่าภาระงานล้นจนต้องทำล่วงเวลา

แนวทางร่างที่ตามมาจึงไม่ใช่คำขวัญ แต่เป็นขั้นตอนปฏิบัติ การพูดคุยกับผู้ปกครองจำกัดราว 30 นาทีหลังเลิกเรียนในวันธรรมดา ยืดได้ถึงหนึ่งชั่วโมงตามสถานการณ์ บันทึกเสียงได้หลังแจ้งล่วงหน้า ครั้งที่หนึ่งและสองมีครูหลายคนอยู่ด้วย ครั้งที่สามให้ผู้บริหารรับ ครั้งที่สี่มีนักจิตวิทยาและทนายร่วม และตั้งแต่ครั้งที่ห้าทนายรับเรื่องแทน ถ้ามีวาจารุนแรง โรงเรียนเพิ่มคน ถ้ามีความรุนแรงหรือไม่ยอมออกจากที่ ให้แจ้งตำรวจ แผนนี้มีเป้าหมายให้ใช้จริงตั้งแต่ปีการศึกษา 2026 เป็นต้นไป

จุดสำคัญของแนวทางนี้คือแยกเรื่องพัฒนาการของเด็กออกจากข้อเรียกร้องสุดโต่ง คณะกรรมการย้ำว่าไม่ได้ตั้งใจปิดการปรึกษาที่สร้างสรรค์ แค่ไม่ให้ครูคนเดียวแบกเรื่องที่กลายเป็นกดดันส่วนตัว

ร้องเรียนที่สมเหตุสมผลไม่ใช่ モンペ

พ่อแม่ที่ปกป้องเกินเหตุและเข้มงวดมีอยู่ทุกประเทศ แต่วันนี้ญี่ปุ่นมีคำเฉพาะสำหรับคนที่เอาโรงเรียนเป็นเป้าของคำขอที่ไม่มีทางทำให้ทุกคนในห้องเท่ากันได้ คำนี้จึงมีประโยชน์เมื่อใช้อย่างระวัง และอันตรายเมื่อใช้เป็นป้ายด่าผู้ปกครองที่แค่ถามเรื่องความปลอดภัยของลูก

ถ้าลูกถูกกลั่นแกล้ง ถูกทำร้าย หรือระบบโรงเรียนผิดจริง การยื่นเรื่องมีเหตุผล ไม่ใช่การเป็นสัตว์ประหลาด สิ่งที่ครูญี่ปุ่นชี้เป็น モンペ คือการยื่นเรื่องซ้ำโดยไม่มีเหตุ เป็นเรื่องนอกอำนาจ หรือบังคับให้ทั้งโรงเรียนหมุนตามลูกคนเดียว

ผมได้ไอเดียจะเขียนเรื่องนี้ตอนดูพ่อของเอรินะใน Shokugeki no Souma อาซามิ นาคิริ ครอบงำลูกและกดสถาบันไปพร้อมกัน คนดูเลยจำภาพพ่อมอนสเตอร์ได้ง่าย แม้คำ モンペ ในข่าวครูญี่ปุ่นจะแคบกว่าตัวละครนั้น คุณเคยเจอผู้ปกครองที่โรงเรียนรับมือไม่ไหวบ้างไหม

แหล่งที่มาและลิงก์ที่เป็นประโยชน์

เกี่ยวกับผู้เขียน

Kevin Henrique

ผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมเอเชียที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี โดยเน้นญี่ปุ่น เกาหลี อนิเมะ และเกม เป็นนักเขียนและนักเดินทางที่เรียนรู้ด้วยตัวเอง มุ่งสอนภาษาญี่ปุ่น เคล็ดลับท่องเที่ยว และเรื่องน่าสนใจเชิงลึก

ชุมชน

ความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็นที่เผยแพร่ในภาษานี้

ส่งความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นต่อบทความนี้

กำลังโหลดการตรวจสอบความปลอดภัย...

อย่าส่งลิงก์ embed หรือโฆษณา ความคิดเห็นจะผ่านระบบกันสแปมและแปลอัตโนมัติก่อนแสดงผล