วัดเซ็นโซจิ (Senso-ji) คือจุดหมายสำคัญของย่านอาซากุสะและเป็นวัดพุทธที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในโตเกียว หากอยากเริ่มเที่ยวฝั่งตะวันออกของเมืองแบบได้ทั้งบรรยากาศเอโดะ เรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ และมุมถ่ายรูปที่จำได้ทันที ที่นี่มักเป็นคำตอบแรกเสมอ เพราะเดินทางง่าย เดินชมได้ตั้งแต่เช้าจนถึงช่วงไฟประดับยามค่ำ และยังเชื่อมต่อกับถนนนากามิเสะ แม่น้ำสุมิดะ และจุดเด่นอื่นของอาซากุสะได้ในทริปเดียว

สารบัญ 8
วัดเซ็นโซจิมีความสำคัญอย่างไร
แหล่งท่องเที่ยวทางการของญี่ปุ่นระบุว่าเซ็นโซจิก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 628 หลังมีตำนานเล่าว่าชาวประมงพบรูปเคารพพระโพธิสัตว์คันนงในแม่น้ำสุมิดะ จากนั้นจึงสร้างวัดขึ้นเพื่อประดิษฐานรูปเคารพดังกล่าว เรื่องเล่านี้ทำให้วัดไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ถ่ายภาพสวย แต่ยังเป็นศูนย์กลางศรัทธาที่ผูกกับประวัติศาสตร์ของโตเกียวมายาวนาน
จุดที่ควรรู้คืออาคารที่เห็นในปัจจุบันผ่านการบูรณะหลายครั้งตลอดประวัติศาสตร์ และอาคารสีแดงที่คนคุ้นตาก็เป็นเวอร์ชันที่สร้างขึ้นใหม่หลังความเสียหายในสงครามโลกครั้งที่สอง นั่นทำให้การมาเยือนที่นี่มีทั้งบรรยากาศของวัดเก่าและเรื่องราวของการฟื้นตัวของเมืองในยุคสมัยใหม่อยู่พร้อมกัน
สิ่งที่ไม่ควรพลาดภายในเขตวัด
ประตูคามินาริมง
หลายคนจำเซ็นโซจิได้จากโคมแดงยักษ์ที่แขวนอยู่ตรงประตูคามินาริมง หรือ “ประตูสายฟ้า” ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ของอาซากุสะไปแล้ว พอเดินลอดประตูเข้าไปจะเข้าใจทันทีว่าทำไมมุมนี้ถึงถูกถ่ายรูปซ้ำไม่รู้จบ เพราะเป็นภาพเปิดที่บอกอารมณ์ของย่านได้ครบทั้งความคึกคัก ความเก่าแก่ และสีสันแบบโตเกียวฝั่งเก่า
ถนนนากามิเสะ
หลังประตูคามินาริมงคือถนนนากามิเสะที่ทอดยาวประมาณ 250 เมตร เต็มไปด้วยร้านขนม ของฝาก และของใช้สไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม จุดนี้ไม่ใช่แค่ทางผ่านก่อนถึงวัด แต่เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ทั้งหมด ถ้ามีเวลา ลองมาอีกครั้งตอนค่ำเพราะบานประตูร้านที่ปิดแล้วจะเห็นภาพวาดเล่าเรื่องประวัติของเซ็นโซจิในบรรยากาศที่สงบต่างจากช่วงกลางวันอย่างชัดเจน

อาคารหลัก เจดีย์ห้าชั้น และประตูโฮโซมง
เมื่อพ้นนากามิเสะเข้ามาด้านใน พื้นที่ของวัดจะเปิดกว้างขึ้นและเห็นองค์ประกอบสำคัญหลายจุดพร้อมกัน ทั้งอาคารหลัก เจดีย์ห้าชั้น และประตูโฮโซมงที่เก็บพระคัมภีร์ไว้ บริเวณนี้เหมาะกับการเดินช้า ๆ มากกว่าการรีบถ่ายรูปแล้วออก เพราะยิ่งมองนานจะยิ่งเห็นความต่างของสัดส่วนอาคาร เส้นหลังคา และรายละเอียดแบบพุทธญี่ปุ่นที่ทำให้เซ็นโซจิดูสง่างามแม้จะมีผู้คนหนาแน่น
ศาลเจ้าอาซากุสะ
ถัดจากเขตวัดยังมีศาลเจ้าอาซากุสะ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อยกย่องสามบุคคลที่เกี่ยวข้องกับจุดกำเนิดของเซ็นโซจิ ได้แก่ ฮาจิโนะ นากาโตโมะ และพี่น้องชาวประมงฮิโนคุมะ หากอยากเห็นความเชื่อแบบญี่ปุ่นที่อยู่ร่วมกันทั้งพุทธและชินโตในพื้นที่เดียว การเดินต่อมาจุดนี้จะช่วยให้ภาพของอาซากุสะสมบูรณ์ขึ้นมาก
บรรยากาศการไหว้พระและช่วงเวลาที่น่าไป
เซ็นโซจิเป็นวัดที่มีชีวิตจริง ไม่ได้มีไว้สำหรับนักท่องเที่ยวอย่างเดียว ที่อาคารหลักยังมีผู้คนมาสักการะ ขอพร และเสี่ยงเซียมซีอยู่ตลอดวัน จึงควรเผื่อเวลาให้มากกว่าการแวะถ่ายรูปหน้าประตู หากอยากได้ภาพสวยและเดินสบาย ช่วงเช้าจะคนยังไม่แน่นมาก ส่วนช่วงเย็นจนถึงค่ำให้บรรยากาศอีกแบบเพราะทางการท่องเที่ยวญี่ปุ่นระบุว่ามีการเปิดไฟประดับทุกคืนตั้งแต่พระอาทิตย์ตกจนถึงราว 23.00 น.
การเดินทางก็สะดวกมาก จากสถานีอาซากุสะของ Tokyo Metro, Toei Asakusa Line, Tobu Skytree Line หรือ Tsukuba Express สามารถเดินถึงวัดได้ภายในประมาณ 5 นาที จึงเหมาะทั้งกับคนที่มาเที่ยวโตเกียวครั้งแรกและคนที่อยากกลับมาซึมซับบรรยากาศย่านเก่าแบบไม่ต้องวางแผนซับซ้อน

เที่ยวเซ็นโซจิแล้วไปต่อที่ไหนดี
ถ้าอยากต่อทริปโดยยังไม่ออกจากโซนเดิม การเดินเลียบแม่น้ำสุมิดะไปชมวิวของ Tokyo Skytree เป็นตัวเลือกที่เข้ากับบรรยากาศมาก เพราะได้เห็นเส้นขอบฟ้าของโตเกียวตัดกับย่านเก่าในมุมเดียวกัน ส่วนใครอยากเปลี่ยนอารมณ์จากประวัติศาสตร์ไปสู่ภาพเมืองสมัยใหม่ ก็ขยับไป โอดะอิบะ ต่อได้ง่ายในวันเดียว
สรุปแบบตรงไปตรงมา ถ้าคุณสนใจโตเกียวในมุมที่ยังเห็นรากของเมือง เซ็นโซจิคือสถานที่ที่ไม่ควรถูกลดเหลือแค่เช็กลิสต์หน้าประตูคามินาริมง ลองเผื่อเวลาสำหรับการเดินดูรายละเอียดของวัด แวะชิมของบนถนนนากามิเสะ และสังเกตว่าความเก่าแก่ของอาซากุสะยังอยู่ร่วมกับจังหวะชีวิตของเมืองใหญ่ได้อย่างเป็นธรรมชาติแค่ไหน
ชุมชน
ความคิดเห็น
0 ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็นที่เผยแพร่ในภาษานี้
ส่งความคิดเห็น