โทคุซัตสึ (japanisch: tokusatsu) เป็นคำญี่ปุ่นที่แปลว่า “การถ่ายทำด้วยเอฟเฟกต์พิเศษ” มาจากคำว่า toku (特, พิเศษ) กับ satsuei (撮, การถ่ายทำ) ในยุคแรกคำนี้ครอบคลุมทุกงานที่ใช้เทคนิคภาพพิเศษในภาพยนตร์ญี่ปุ่น แต่ในความหมายที่คนทั่วไปรู้จักกันดีทุกวันนี้หมายถึงซีรีส์แอ็กชันไลฟ์ที่มีฮีโร่สวมชุดเกราะ หุ่นยนต์ยักษ์ สัตว์ประหลาด และฉากต่อสู้ที่ใช้เอฟเฟกต์หนัก ๆ ตั้งแต่ก็อตซิลลา อัลตราแมน คาเมนไรเดอร์ ไปจนถึงจัสเปียนและจิไรยะ ซึ่งเป็นที่คุ้นตาในไทยมานาน
ก่อนลงรายละเอียด ขอทิ้งข้อสังเกตเรื่องลิขสิทธิ์ไว้สักหน่อย: แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งเปลี่ยนคลังซีรีส์บ่อย รายชื่อที่เรายกไว้ด้านล่างอ้างอิงสถานะประมาณปี 2024–2025 หากซีรีส์เรื่องใดหายไปจากแพลตฟอร์ม ลองเช็กช่องทางการของค่ายผู้ผลิตหรือช่อง YouTube ทางการที่เปิดให้ดูฟรี จะช่วยได้มาก

โทคุซัตสึคืออะไร
ถ้าจะให้แยกง่าย ๆ โทคุซัตสึในความหมายสมัยใหม่ครอบคลุมสี่แนวหลัก ๆ ที่คนไทยน่าจะเคยเห็นผ่านจอโทรทัศน์หรือแผ่นวีซีดีสมัยก่อน
- ภาพยนตร์ไคจู - หนังสัตว์ประหลาดยักษ์อย่างก็อตซิลลา กาเมร่า และมอธร่า
- ซีรีส์ซูเปอร์ฮีโร่ - อัลตราแมน, คาเมนไรเดอร์ และซีรีส์เมทัลฮีโร่
- ซูเปอร์เซ็นไต - ทีมฮีโร่สีสันสดใสที่รวมร่างเป็นหุ่นยนต์ยักษ์
- ซีรีส์หุ่นยนต์ยักษ์ (เมก้า) - แนวที่เน้นหุ่นยนต์ขนาดใหญ่เป็นพระเอก เช่น มาจินก้า Z หรือโกลดอแร็ก
ทั้งสี่แนวนี้ต่างก็มีรากจากความเชื่อเรื่อง “พลังพิเศษของฮีโร่” ที่ญี่ปุ่นได้แรงบันดาลใจจากซูเปอร์แมนและกัปตันอเมริกาที่เข้ามาฉายในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ก่อนจะถูกนำมาตีความใหม่ในแบบฉบับญี่ปุ่น
ประวัติโทคุซัตสึ
จุดเริ่มต้นของยุคสมัยใหม่ถือกันว่าอยู่ที่ปี 1954 เมื่อภาพยนตร์เรื่อง Gojira (ก็อตซิลลา) ออกฉาย ผลงานของสตูดิโอโทโฮเรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่หนังสัตว์ประหลาด แต่แฝงอยู่กับบริบทของกัมมันตภาพรังสีและความทรงจำของสงคราม จึงกลายเป็นทั้งปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมและต้นแบบของแนวไคจูที่ตามมาอีกหลายสิบปี
ฮีโร่ที่สวมชุดเกราะตัวแรกที่ประสบความสำเร็จในญี่ปุ่นคือ Gekko Kamen (月光仮面) ออกอากาศทางโทรทัศน์ในปี 1958 ตามมาด้วย 7-Color Mask ในปี 1959 และ National Kid ในปี 1960 ซึ่งเป็นหนึ่งในซีรีส์ไคจูตัวแรก ๆ ที่ฉายในไทยด้วย หลังจากนั้นโครงสร้างของฮีโร่ อาวุธ เครื่องจักร และชุดเกราะจึงกลายเป็นลายเซ็นของแนวนี้ไปโดยปริยาย
- อ่านเพิ่มเติม: กาเมร่า - คู่แข่งของก็อตซิลลาที่คนไทยหลายคนน่าจะคุ้นเคย
อัลตราแมนและฮีโร่ยักษ์
ในปี 1963 ผู้กำกับเอจิ สึบุรายะ (Eiji Tsuburaya) ผู้สร้างเอฟเฟกต์ของ Gojira ก่อตั้ง Tsuburaya Productions และในปี 1966 เขาผลิตซีรีส์ทีวีเรื่องแรกของสตูดิโอคือ Ultra Q ก่อนจะตามมาด้วย Ultra Seven (1967) และ Ultraman ซีรีส์ฮีโร่ยักษ์ที่มี 39 ตอนและกลายเป็นชื่อที่คนทั้งเอเชียรู้จัก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะซีรีส์อัลตราแมนเคยถูกนำมาฉายในไทยทางสถานีโทรทัศน์หลายแห่งตั้งแต่ยุค 70s
ในช่วงเดียวกัน โทเอะ (Toei) ก็เปิดตัว Giant Robo (1967) และซีรีส์สีเรื่องแรกของแนวนี้อย่าง Kamen no Ninja Akakage (นินจาแดง) ที่ลงทุนเอฟเฟกต์พอตัว จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของฮีโร่ยักษ์ที่เรียกกันว่า Kyodai Heroes และเป็นรากฐานสำคัญของคาเมนไรเดอร์ที่จะตามมา

คาเมนไรเดอร์และซูเปอร์เซ็นไต
ปี 1970 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะเอจิ สึบุรายะเสียชีวิตลง แต่ในปีเดียวกันนั้นเอง โชทาโร อิชิโนโมริ (Shotaro Ishinomori) นักเขียนการ์ตูนผู้อยู่เบื้องหลัง Skull Man ก็หันมาสร้างซีรีส์ฮีโร่ของโทเอะที่ชื่อ Kamen Rider (仮面ライダー) ออกอากาศปี 1971 พล็อตเรื่องเล่าถึงชายครึ่งมนุษย์ครึ่งตั้กแตนที่ขี่มอเตอร์ไซค์ต่อสู้องค์กรชั่วร้าย ดูเรียบง่าย แต่กลายเป็นซีรีส์ที่มีความยาวถึง 98 ตอน และต่อยอดเป็นแฟรนไชส์ที่ยังเดินสายการผลิตมาจนถึงปัจจุบัน
หลังจากนั้นโทเอะเปิดทางให้อิชิโนโมริสร้างซีรีส์ในจักรวาลเดียวกันอีกหลายเรื่อง เช่น Kamen Rider V3 (1973), Jinzou Ningen Kikaider (人造人間キカイダー) และ Akumaizer 3 ส่วน P-Productions ก็เข้ามาทำตลาดด้วย Magma Taishi (1966) และ Spectreman (1971) ซึ่งเป็นที่รู้จักในไทยผ่านการฉายซ้ำหลายรอบ
ก้าวสำคัญของแนวเซ็นไตเกิดขึ้นในปี 1975 เมื่อโทเอะและอิชิโนโมรีเปิดตัว Himitsu Sentai Goranger ซีรีส์นักรบห้าสี 84 ตอน และถือเป็นต้นกำเนิดของแนวซูเปอร์เซ็นไตอย่างเป็นทางการ ต่อมาในปี 1978 Battle Fever J ซึ่งเป็นผลงานร่วมกับ Marvel Comics ได้เพิ่มหุ่นยนต์ยักษ์เข้ามาเป็นอาวุธไฮไลต์ ทำให้แนวนี้ถูกเรียกเต็ม ๆ ว่า “ซูเปอร์เซ็นไต” ตั้งแต่บัดนั้น

ยุคเมทัลฮีโร่
เข้าสู่ทศวรรษ 1980 แนวฮีโร่สวมชุดเกราะเริ่มแยกย่อยออกไปอีก โทเอะเปิดตัวแฟรนไชส์ Uchuu Keiji Gavan (1982) ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของแนว “เมทัลฮีโร่” อย่างเป็นทางการ มีชุดเกราะโลหะ ยานอวกาศ ดาบ และอาวุธเลเซอร์เป็นจุดขายหลัก ตามมาด้วย Uchuu Keiji Sharivan (1983) และ Uchuu Keiji Shaider (1984) ที่คนไทยหลายคนน่าจะเคยดูซ้ำผ่านช่องเคเบิลท้องถิ่น
ในช่วงเวลาเดียวกัน คาเมนไรเดอร์ก็ยังเดินหน้าผลิตต่อ เช่น Kamen Rider Super-1 (1980) และ Kamen Rider ZX (1984) ส่วนแนวซูเปอร์เซ็นไตปลายยุค 80 มี Dengeki Sentai Changeman (1985), Choushinsei Flashman (1986) และที่สำคัญคือ Taiyou Sentai Sun Vulcan (1981) ที่หลายคนอาจจำชื่อเพี้ยน ๆ ว่า “ซันวูลแคน” ได้
ปี 1985 เป็นปีที่แฟน ๆ ชาวไทยหลายคนจดจำ เพราะเป็นปีที่ Kyojuu Tokusou Juspion (巨獣特捜ジャスピオン) หรือ “จัสเปียน” ออกอากาศ แม้เรตติ้งในญี่ปุ่นจะไม่ถึงเป้าของโทเอะ แต่ซีรีส์เรื่องนี้กลายเป็นวัฒนธรรมป๊อปที่เติบโตต่อในละตินอเมริกา เอเชีย และในไทยเอง จนกลายเป็นหนึ่งในชื่อที่คนไทยนึกถึงเป็นลำดับแรกเมื่อพูดถึงโทคุซัตสึ

โทคุซัตสฝั่งซูเปอร์เซ็นไตที่โดดเด่น
นอกจากชื่อดังอย่าง Changeman และ Flashman แล้ว ช่วงปลายทศวรรษ 1980 ยังมีซีรีส์อีกหลายเรื่องที่เคยฉายในไทย ทั้ง Goggle Five (นักรบยักษ์ก็อกเกิลไฟว์), Maskman (ผู้พิทักษ์แสง), Jiraiya (นินจามหัศจรรย์จิไรยะ, 1988), Metalder, Solbrain, Kamen Rider Black RX, อัลตราแมนชุดต่าง ๆ รวมถึง Ryukendo และ Madan Senki Ryukendo หลายเรื่องในจำนวนนี้ถูกนำมาฉายซ้ำบนช่องเคเบิลท้องถิ่นและแพลตฟอร์มออนไลน์จนกลายเป็นความทรงจำร่วมของแฟนยุค 90
ขณะเดียวกัน ฝั่งคาเมนไรเดอร์ก็เดินหน้าต่อเนื่องจนถึง Kamen Rider Kuuga (2000) ที่ถือเป็นการรีบูตแฟรนไชส์ และตามมาด้วยซีรีส์ยุค 2000s อย่าง Ex-Aid, Build หรือ Zero-One ส่วนฝั่งอัลตราแมนก็มี Ultraman Zero และ Ultraman Orb (2016) ที่แฟน ๆ ในไทยติดตามทั้งช่องทางทีวีและสตรีมมิ่ง ส่วนซูเปอร์เซ็นไตก็ยังเดินสายการผลิตต่อมาจนถึง Uchu Sentai Kyuranger และล่าสุดอย่าง King-Ohger (2023) ที่แฟนไทยติดตามผ่านซับไตเติล
อีกเรื่องที่หลายคนน่าจะสงสัยคือพาวเวอร์เรนเจอร์ จริง ๆ แล้วเป็นเวอร์ชันดัดแปลงของอเมริกาที่ใช้ฟุตเทจจากซูเปอร์เซ็นไตของญี่ปุ่น เริ่มจาก Kyoryu Sentai Zyuranger (1992) เป็นซีรีส์ญี่ปุ่นต้นฉบับ แล้วนำไปซ้อนเสียงพากย์ใหม่เป็นภาษาอังกฤษ รายละเอียดตรงนี้เราขอแยกไปเล่าในบทความอีกชิ้น
ช่องทางดูโทคุซัตสึออนไลน์
ถามว่าปัจจุบันดูโทคุซัตสึออนไลน์ได้ที่ไหน คำตอบสั้น ๆ คือมีตัวเลือกเยอะขึ้นมากเมื่อเทียบกับสิบปีก่อน ทั้งแพลตฟอร์มสากลและช่องทางเฉพาะทางของค่ายญี่ปุ่นเอง แต่คลังแต่ละที่จะต่างกันไปตามภูมิภาคและลิขสิทธิ์ที่เจรจาได้
Crunchyroll
Crunchyroll เป็นแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งอนิเมะที่คนไทยรู้จักดี นอกจากอนิเมะแล้วยังมีซีรีส์โทคุซัตสึของ Tsuburaya Productions ให้รับชมหลายเรื่อง ทั้ง Ultraman ภาคใหม่ ๆ, Ultraman Geed, Ultraman X, Ultraman Nexus, Ultraman Tiga, Ultraman Mebius และ Ultra Galaxy ภาคภาพยนตร์ ส่วนใหญ่มีซับไตเติลภาษาอังกฤษ และบางเรื่องมีพากย์เสียงภาษาอื่นให้เลือก ข้อดีคือดูผ่านเว็บและแอปได้ทั้งบนมือถือและทีวี และมักมีทดลองใช้ฟรีในช่วงแรก
Prime Video
ใน Prime Video คลังโทคุซัตสึค่อนข้างหนา โดยเฉพาะคลาสสิกของโทเอะที่หลายคนน่าจะเคยดูทางฟรีทีวี เช่น Kyojuu Tokusou Juspion (จัสเปียน), Sekai Ninja Sen Jiraiya (จิไรยะ), Kidou Keiji Jiban (ตำรวจเหล็กจิบัน), National Kid, Bishoujo Kamen Poitrine และ Dengeki Sentai Changeman นอกจากนี้ยังมี Kamen Rider Amazons ซีรีส์สายดาร์กที่แฟนคาเมนไรเดอร์ยุคใหม่ติดตาม และ Ultraman Orb ที่ฉายในไทยไปก่อนหน้านี้ การเข้าถึงขึ้นกับแพ็กเกจ Prime ของแต่ละประเทศ บางชื่ออาจไม่มีในไทยในช่วงเวลาหนึ่ง ควรเช็กในแอปก่อนสมัคร
Netflix
Netflix ไม่ค่อยเน้นโทคุซัตสึไลฟ์แอ็กชันคลาสสิกของญี่ปุ่นเท่าไหร่ แต่มีอนิเมะ Ultraman (เวอร์ชันอนิเมะที่ฉายในไทยช่วงปี 2019-2022), Godzilla หลายภาค และคอลเล็กชันพาวเวอร์เรนเจอร์เวอร์ชันอเมริกันจำนวนมาก ตั้งแต่ Mighty Morphin ไปจนถึง Dino Fury คนที่อยากเริ่มจากพาวเวอร์เรนเจอร์ก่อนเพราะคุ้นเคย แล้วค่อยย้อนกลับไปหาซูเปอร์เซ็นไตต้นฉบับเป็นอีกช่องทางที่เข้าถึงง่าย
Bilibili
สำหรับคนที่พออ่านภาษาจีนได้หรือไม่ได้เลย Bilibili เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะมีโทคุซัตสึคลาสสิกหลายเรื่องอัปโหลดโดยแฟนคลับ โดยเฉพาะซีรีส์ที่เคยฉายในจีนแผ่นดินใหญ่ เช่น Jiraiya, Juspion, Changeman และ Flashman มักมีซับจีนกำกับ ใช้ฟรีได้แต่ต้องสมัครสมาชิกหากอยากดูความละเอียดสูง
YouTube
ช่อง YouTube ทางการของค่ายญี่ปุ่นเป็นอีกช่องทางที่ฟรีและถูกลิขสิทธิ์ ช่อง Ultraman Official ของ Tsuburaya Productions และช่อง Toei Tokusatsu World Official มีตอนเก่า ๆ บางส่วนปล่อยให้ดูฟรี นอกจากนี้ยังมีช่องของดาราและผู้จัดแฟนคลับที่รวมคลิปคลาสสิกพร้อมบรรยายภาษาไทย ซึ่งช่วยให้คนที่ไม่ถนัดอังกฤษหรือญี่ปุ่นเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
ก่อนจะจบ เราขอเสริมเรื่องลิขสิทธิ์สักนิด เพราะเป็นประเด็นที่หลายคนถามบ่อย การดูจากแพลตฟอร์มทางการช่วยให้นักสร้างสรรค์และค่ายญี่ปุ่นมีรายได้กลับไปพัฒนาผลงานต่อ ส่วนเว็บที่อัปโหลดโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นมีความเสี่ยงทั้งด้านมัลแวร์และการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าเลือกได้ ลองสนับสนุนช่องทางที่ถูกกฎหมายดูก่อน
โทเอะ: ค่ายเบื้องหลังคาเมนไรเดอร์และซูเปอร์เซ็นไต
ถ้าชอบโทคุซัตสึ ชื่อ “โทเอะ” (Toei) คือชื่อที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะเป็นค่ายที่ผลิตทั้งคาเมนไรเดอร์ ซูเปอร์เซ็นไต เมทัลฮีโร่ และอนิเมะดังอีกมาก อย่าง Dragon Ball, One Piece, Sailor Moon และ Digimon ก่อนจะแยกออกไปเป็นสตูดิโอลูกอย่าง Topcraft และ Studio Ghibli ที่มิยาซากิ ฮายาโอะและอิซาโอะ ทาคาฮาตะเคยร่วมงานด้วย
จุดเริ่มต้นของโทเอะย้อนไปถึงปี 1948 ในชื่อ Japan Animated Films ก่อนถูกโทเอะซื้อกิจการในปี 1956 และตั้งสตูดิโอที่โอชาโนมิซุ โตเกียวในปี 1957 ผลงานแอนิเมชันเรื่องยาวเรื่องแรกคือ Hakujaden (白蛇伝, 1958) ได้แรงบันดาลใจจากตำนานจีน ตามมาด้วย Shounen Sarutobi Sasuke (1959) ที่อิงตำนานนินจาญี่ปุ่น
ช่วงปี 1963 โทเอะเริ่มทำอนิเมะทีวีเรื่อง Wolf Boy Ken ซึ่งประสบความสำเร็จในญี่ปุ่น และกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้บริษัททุ่มทรัพยากรไปทางอนิเมชันเต็มตัว จนกระทั่งปี 1968 Gegege no Kitaro ออกฉาย ผลงานอะนิเมะอีกชุดที่กลายเป็นชื่อคุ้นหูของคนทั้งเอเชีย ต่อมาในปี 1972 หนังเรื่อง Mazinger Z ก็เปิดศักราชของแนวหุ่นยนต์ยักษ์ (เมก้า) อย่างเป็นทางการ ก่อนจะตามมาด้วย Galaxy Express 999 และ Captain Harlock ในยุคปลาย 70s
ผลงานโทเอะที่มีชื่อเสียงด้านโทคุซัตสึ
รายชื่อผลงานโทคุซัตสึของโทเอะตลอดหลายทศวรรษมีจำนวนมาก ขอยกเฉพาะชื่อที่มีผลต่อวงการหรือเป็นที่รู้จักในไทย:
- 1958 - Gekko Kamen (ฮีโร่โทเอะเรื่องแรก)
- 1959 - Nana Iro Kamen (7-Color Mask)
- 1960 - National Kid
- 1967 - Kamen no Ninja Akakage (โทคุซัตสึสีเรื่องแรกของโทเอะ)
- 1967 - Giant Robo
- 1971 - Kamen Rider (คาเมนไรเดอร์ภาคแรก)
- 1972 - Jinzou Ningen Kikaider
- 1975 - Himitsu Sentai Goranger (เซ็นไตเรื่องแรก)
- 1978 - Battle Fever J (ซูเปอร์เซ็นไตเรื่องแรกที่มีหุ่นยนต์ยักษ์)
- 1979 - Kamen Rider (Skyrider)
- 1980 - Denshi Sentai Denjiman
- 1981 - Taiyou Sentai Sun Vulcan
- 1982 - Uchuu Keiji Gavan (เมทัลฮีโร่เรื่องแรก)
- 1985 - Kyojuu Tokusou Juspion (จัสเปียน)
- 1988 - Sekai Ninja Sen Jiraiya (จิไรยะ)
- 1988 - Chouju Sentai Liveman
- 1989 - Kidou Keiji Jiban (ตำรวจเหล็กจิบัน)
- 1989 - Bishoujo Kamen Poitrine (พอทรีน)
- 1992 - Kyoryu Sentai Zyuranger (ต้นฉบับของ Power Rangers)
- 2000 - Kamen Rider Kuuga (รีบูตคาเมนไรเดอร์)
- 2005 - Mahou Sentai Magiranger
- 2017 - Uchuu Sentai Kyuranger
- 2023 - Ohsama Sentai King-Ohger
จะเห็นได้ว่าโทเอะรักษาจังหวะการผลิตซีรีส์ใหม่อย่างต่อเนื่อง แต่ละปีจะมีซูเปอร์เซ็นไตและคาเมนไรเดอร์ออกฉายสลับกัน จนกลายเป็นเสาเศรษฐกิจของบริษัทไปแล้ว
สรุปสั้น ๆ สำหรับผู้อ่านชาวไทย
ถ้าเพิ่งเริ่มสนใจโทคุซัตสึ เราแนะนำให้ลองเริ่มจากสามเรื่องที่เข้าถึงง่ายสุด: Ultraman ภาค Orb หรือ Geed จาก Crunchyroll ดูสนุกด้วยเอฟเฟกต์ยุค 2010s และมีซับอังกฤษ, Kamen Rider Kuuga จาก Prime Video สำหรับคนที่ชอบแนวดราม่าผสมแอ็กชัน และ Juspion หรือ Jiraiya ถ้าอยากลองของคลาสสิกที่คนไทยยุค 90 คุ้นเคย
ถ้ามีเวลาว่างสักสุดสัปดาห์ ลองเปิดสลับดูทั้งสามเรื่องจะเห็นว่าโทคุซัตสึเปลี่ยนไปมากในรอบหลายสิบปี ทั้งเอฟเฟกต์ ธีม และวิธีเล่าเรื่อง แต่หัวใจของมันยังเหมือนเดิม นั่นคือความเชื่อง่าย ๆ ว่าฮีโร่คนหนึ่งจะลุกขึ้นมาปกป้องคนที่อ่อนแอกว่า ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้แนวนี้ข้ามทวีปและข้ามรุ่นมาได้จนถึงทุกวันนี้
แล้วคุณล่ะ ซีรีส์โทคุซัตสึเรื่องไหนเป็นเรื่องแรกที่ทำให้คุณรู้สึกว่าอยากลุกขึ้นมาเป็นฮีโร่บ้าง ลองเล่าให้เราฟังได้เลย
ชุมชน
ความคิดเห็น
0 ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็นที่เผยแพร่ในภาษานี้
ส่งความคิดเห็น