สำหรับยูตะ โทงาชิ คำพูดโอเวอร์ ๆ และท่าทางจากวัยมัธยมต้นคือความทรงจำที่อยากฝังให้ลึกที่สุด แต่การพบกับริกกะ ทาคานาชิ เด็กสาวที่ยังใช้ชีวิตตามโลกของ chuunibyou ทำให้เรื่องน่าอายเก่า ๆ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ทั้งตลกและจริงใจ
ชื่อ Chuunibyou demo Koi ga Shitai! จึงไม่ได้มีเสน่ห์แค่ฉากจินตนาการหรือคำเรียกเท่ ๆ เท่านั้น แกนของเรื่องคือวัยรุ่นที่กำลังหาที่ของตัวเอง และความรักที่ค่อย ๆ เติบโตท่ามกลางความเขินอาย สำหรับคนที่กำลังตามหาคำตอบเรื่องภาค 3 บทความนี้รวบรวมข้อมูลหลักของซีรีส์และลำดับการดูไว้ให้แล้ว
สารบัญ 6
Chuunibyou demo Koi ga Shitai! คือเรื่องอะไร
คำว่า chuunibyou ใช้เรียกพฤติกรรมแบบวัยรุ่นที่อยากมีตัวตนพิเศษ อาจพูดจาเหมือนมีพลังลับ ตั้งชื่อท่าทางของตัวเอง หรือสร้างเรื่องราวให้ชีวิตดูยิ่งใหญ่กว่าเดิม ในเรื่องนี้ ยูตะเคยผ่านช่วงนั้นมาและพยายามทำตัวธรรมดาเมื่อเริ่มเรียนมัธยมปลาย
แผนของเขาพังลงเมื่อเจอกับริกกะ เด็กสาวที่ปิดตาข้างหนึ่งและเรียกตัวเองว่า “ผู้ครอบครองเนตรราชันอสูร” เธอไม่ได้ถูกใช้เป็นมุกตลกเพียงอย่างเดียว เพราะซีรีส์ค่อย ๆ พาเราเห็นเหตุผลที่ทำให้เธอยึดโลกจินตนาการเอาไว้ ความสัมพันธ์ของยูตะกับริกกะจึงเป็นหัวใจของอนิเมะแนวโรแมนติกคอเมดี้เรื่องนี้
ข้อมูลพื้นฐานของอนิเมะ
ผลงานนี้ดัดแปลงจากไลต์โนเวลของ Torako และสร้างแอนิเมชันโดย Kyoto Animation ซีซันแรกออกอากาศในปี 2012 มี 12 ตอนทางโทรทัศน์ เรื่องราวติดตามยูตะ ริกกะ และเพื่อนร่วมชั้นอย่างชินกะ คุมิน และซานาเอะ ซึ่งต่างมีวิธีรับมือกับความเป็นวัยรุ่นของตัวเองไม่เหมือนกัน
สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ต่างจากอนิเมะโรงเรียนทั่วไป คือจินตนาการอันอลังการมักตัดสลับกับเหตุการณ์ธรรมดาในชีวิตประจำวัน การต่อสู้ด้วยพลังเหนือธรรมชาติที่เห็นบนจอจึงสะท้อนอารมณ์ของตัวละคร มากกว่าจะยืนยันว่าพลังเหล่านั้นเกิดขึ้นจริงในโลกของเรื่อง
ควรดู Chuunibyou demo Koi ga Shitai! ตามลำดับไหน
หากเพิ่งเริ่มดูและต้องการตามเส้นเรื่องหลัก ให้เริ่มจาก Chuunibyou demo Koi ga Shitai! ซีซันแรกก่อน จากนั้นดู Chuunibyou demo Koi ga Shitai! Ren ซึ่งเป็นซีซันที่สองและออกอากาศในปี 2014 ลำดับนี้ช่วยให้เห็นพัฒนาการของยูตะกับริกกะโดยไม่ข้ามความสัมพันธ์สำคัญ
หลังจากนั้นจึงดูภาพยนตร์ Chuunibyou demo Koi ga Shitai! Take On Me ที่เข้าฉายในญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2018 ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ใช่ประกาศเปิดซีซันใหม่ แต่เป็นตอนสำคัญของเรื่องราวหลังสองซีซันหลัก จึงเหมาะจะดูหลังจากรู้จักตัวละครและความสัมพันธ์ของพวกเขามาแล้ว
ยังมีตอนพิเศษและงานที่เล่าเหตุการณ์จากมุมอื่นอยู่บ้าง แต่สำหรับผู้ชมทั่วไป การดูสองซีซันตามด้วย Take On Me คือเส้นทางที่เข้าใจง่ายที่สุด หากอยากเก็บรายละเอียดเพิ่มเติมค่อยย้อนกลับไปหาตอนพิเศษภายหลัง
แล้วภาค 3 มีหรือไม่
จากข้อมูลบนเว็บไซต์ทางการของซีรีส์ที่ตรวจสอบได้ ยังไม่มีการประกาศสร้าง Chuunibyou demo Koi ga Shitai! ภาค 3 ในฐานะทีวีอนิเมะใหม่ หน้าอย่างเป็นทางการยังรวบรวมข้อมูลของสองซีซันและภาพยนตร์ Take On Me เป็นหลัก ดังนั้นข่าวลือหรือภาพตัดต่อบนโซเชียลไม่ควรถูกนับเป็นประกาศจริง
การไม่มีประกาศไม่ได้แปลว่าจะไม่มีวันกลับมาอีก แต่ก็ไม่ควรสรุปว่ากำลังผลิตภาคต่ออยู่จนกว่าจะมีข่าวจากทีมงานหรือช่องทางทางการ สำหรับตอนนี้ ภาพยนตร์ปี 2018 คือผลงานอนิเมะหลักชิ้นล่าสุดของเรื่อง และเป็นจุดที่ควรไปถึงก่อนหากคุณกำลังย้อนดูซีรีส์
ทำไมแฟน ๆ ยังอยากเห็นเรื่องนี้ต่อ
เสน่ห์ของเรื่องไม่ได้อยู่ที่การล้อเลียนคำพูดวัยรุ่นเท่านั้น ยูตะรู้ว่าการปฏิเสธตัวตนเก่าของตัวเองไม่ได้ทำให้เขาเป็นผู้ใหญ่ขึ้นทันที ส่วนริกกะก็ใช้จินตนาการเป็นเกราะป้องกันในแบบของเธอ เมื่อทั้งคู่ค่อย ๆ เข้าใจกัน ความตลกจึงมีน้ำหนักทางอารมณ์มากขึ้นกว่ามุกโรงเรียนทั่วไป
ตัวละครสมทบก็ช่วยให้บรรยากาศไม่จำเจ ชินกะพยายามปกปิดอดีตของตัวเอง คุมินมองโลกสบายกว่าใคร และเดโคโมริจริงจังกับบทบาทของตนจนเกินเหตุ ความต่างเหล่านี้ทำให้ช่วงชีวิตประจำวันมีจังหวะสนุก โดยไม่ทิ้งประเด็นเรื่องการยอมรับตัวเอง
เริ่มดูวันนี้ต้องเช็กอะไรบ้าง
สิทธิ์รับชมอนิเมะเปลี่ยนไปตามประเทศและช่วงเวลา จึงควรตรวจสอบบริการสตรีมมิงที่ได้รับลิขสิทธิ์ในพื้นที่ของคุณก่อนเลือกดู อย่าดูแค่ชื่อภาษาอังกฤษ เพราะบางแพลตฟอร์มใช้ชื่อญี่ปุ่น Chuunibyou demo Koi ga Shitai! หรือชื่อย่อของซีรีส์แทน
หากเป้าหมายคือคำตอบสั้น ๆ: ตอนนี้ยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการของภาค 3 แต่ซีรีส์หลักยังมีสองซีซันและภาพยนตร์ Take On Me ให้ตามดูครบเส้นเรื่อง จุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดคือซีซันแรก แล้วปล่อยให้โลกแปลก ๆ ของริกกะค่อย ๆ เปิดเผยความหมายของมันเอง
ชุมชน
ความคิดเห็น
0 ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็นที่เผยแพร่ในภาษานี้
ส่งความคิดเห็น