ถ้าคุณอยากสมัครเรียนปริญญาตรีที่ญี่ปุ่นในฐานะนักศึกษาต่างชาติ ชื่อของ EJU มักจะโผล่มาเร็วมากในการหาข้อมูลสอบเข้า เหตุผลง่ายๆ คือหลายมหาวิทยาลัยใช้ผลสอบนี้เพื่อดูว่าผู้สมัครพร้อมเรียนต่อในสภาพแวดล้อมวิชาการของญี่ปุ่นหรือยัง ทั้งด้านภาษาญี่ปุ่นและพื้นฐานวิชาการที่จำเป็น
EJU ย่อมาจาก Examination for Japanese University Admission for International Students หรือภาษาญี่ปุ่นว่า 日本留学試験 จุดสำคัญที่ควรเข้าใจตั้งแต่ต้นคือ มันไม่ใช่การสอบแบบเดียวกับ JLPT เพราะ EJU ถูกใช้ในบริบทการสมัครมหาวิทยาลัยโดยตรง ดังนั้นนอกจากภาษาแล้ว ยังมีวิชาการที่ต้องเลือกสอบตามสาขาที่คุณจะยื่นด้วย

สารบัญ 12
EJU คืออะไร และใช้ตอนไหน
JASSO อธิบายชัดเจนว่า EJU ใช้ประเมินนักศึกษาต่างชาติที่ต้องการเข้าเรียนระดับปริญญาตรีหรือสถาบันอุดมศึกษาในญี่ปุ่น ว่ามีทักษะภาษาญี่ปุ่นและความรู้พื้นฐานพอสำหรับการเรียนจริงหรือไม่ เว็บไซต์ Study in Japan เวอร์ชันภาษาไทยก็ระบุเช่นกันว่ามหาวิทยาลัยญี่ปุ่นจำนวนมาก รวมถึงมหาวิทยาลัยของรัฐเกือบทั้งหมด ใช้ผลสอบ EJU ประกอบการคัดเลือก
เพราะฉะนั้น ถ้าคุณกำลังดูเส้นทางเข้า มหาวิทยาลัยในญี่ปุ่น อย่าคิดว่าแค่มีผลภาษาญี่ปุ่นอย่างเดียวก็พอ หลายคณะต้องดูคะแนนวิชาที่เกี่ยวข้องด้วย และแต่ละมหาวิทยาลัยกำหนดไม่เหมือนกัน บางแห่งใช้ผล EJU เป็นส่วนหลัก บางแห่งใช้ร่วมกับสัมภาษณ์ เรียงความ หรือข้อสอบเฉพาะของมหาวิทยาลัย
วิชาที่สอบใน EJU มีอะไรบ้าง
โครงสร้างของ EJU ไม่ได้บังคับให้ทุกคนสอบเหมือนกันทั้งหมด ผู้สมัครต้องเลือกวิชาตามเงื่อนไขของคณะหรือมหาวิทยาลัยที่ต้องการยื่น แต่แกนหลักของข้อสอบมี 4 กลุ่มดังนี้
- ภาษาญี่ปุ่นสำหรับผู้เรียนต่างชาติ ใช้วัดการอ่าน การฟัง การอ่านร่วมกับการฟัง และการเขียน
- วิทยาศาสตร์ เลือก 2 วิชาจากฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยา
- ญี่ปุ่นและโลก เหมาะกับสายสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์หลายคณะ
- คณิตศาสตร์ แบ่งเป็นคอร์ส 1 และคอร์ส 2 ตามสายที่สมัคร
ตามข้อมูลทางการของ Study in Japan ส่วนภาษาญี่ปุ่นมีคะแนนรวม 400 คะแนนสำหรับการอ่านและการฟัง และอีก 50 คะแนนสำหรับการเขียน ส่วนวิทยาศาสตร์ ญี่ปุ่นและโลก และคณิตศาสตร์มีคะแนนเต็มวิชาละ 200 คะแนน ผู้สมัครสามารถเลือกภาษาข้อสอบเป็นภาษาญี่ปุ่นหรือภาษาอังกฤษได้ในหลายวิชา แต่ข้อสอบภาษาญี่ปุ่นจะสอบเป็นภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น
EJU สอบปีละกี่ครั้ง และสอบที่ไหนได้บ้าง
ข้อมูลปัจจุบันจาก Study in Japan ระบุว่า EJU จัดสอบ ปีละ 2 ครั้ง คือรอบเดือนมิถุนายนและรอบเดือนพฤศจิกายน โดยทั่วไปผลสอบของรอบแรกจะออกในเดือนกรกฎาคม และรอบปลายปีจะออกในเดือนธันวาคม
สถานที่สอบไม่ได้มีเฉพาะในญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังเปิดสอบในหลายประเทศและภูมิภาคด้วย รวมถึงประเทศไทยที่กรุงเทพฯ และเชียงใหม่ รายละเอียดเมืองสอบอาจมีการปรับได้ตามปี จึงควรเช็กประกาศล่าสุดจาก JASSO ก่อนยื่นสมัครทุกครั้ง โดยเฉพาะเรื่องช่วงเวลารับสมัครและสถานที่สอบที่ยังเปิดรับจริง
EJU ต่างจาก JLPT อย่างไร
หลายคนเริ่มจากการรู้จัก JLPT ก่อน แล้วค่อยมาเจอ EJU ตอนหาข้อมูลเรียนต่อ ความต่างแบบสั้นที่สุดคือ JLPT วัดระดับความสามารถทางภาษาญี่ปุ่นโดยรวม ส่วน EJU ใช้เพื่อการสมัครเข้ามหาวิทยาลัย และรวมการวัดพื้นฐานวิชาการเข้าไปด้วย
นั่นหมายความว่า แม้คุณจะอ่านภาษาญี่ปุ่นได้ดี แต่ถ้าคณะที่เล็งไว้ต้องใช้คณิตศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์ คุณก็ยังต้องเตรียมตัวให้ตรงกับวิชาที่มหาวิทยาลัยนั้นกำหนด ไม่ควรเดาจากประสบการณ์ของเพื่อนหรือโพสต์สั้นๆ บนโซเชียล เพราะเกณฑ์รับเข้าแต่ละแห่งต่างกันจริง
คะแนน EJU ใช้ยื่นอย่างไร
คะแนน EJU มีอายุใช้งาน 2 ปีตามข้อมูลของ Study in Japan แต่การนำไปใช้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละสถาบัน บางแห่งระบุชัดว่าจะรับผลสอบรอบไหน บางแห่งให้ยื่นได้มากกว่าหนึ่งรอบแล้วเลือกคะแนนที่เหมาะที่สุด นอกจากนี้ยังมีมหาวิทยาลัยบางส่วนที่รองรับระบบสมัครก่อนเดินทางไปญี่ปุ่นด้วย
ถ้าคุณกำลังเตรียมเอกสารไปพร้อมกับเรื่อง วีซ่าญี่ปุ่น หรือแผนเรียนภาษา อย่าลืมเช็กสามอย่างนี้ทุกครั้ง: วิชาที่ต้องใช้ คะแนนขั้นต่ำถ้ามี และรอบผลสอบที่มหาวิทยาลัยยอมรับ ข้อมูลสามจุดนี้มีผลกับแผนสมัครมากกว่าการท่องจำว่าข้อสอบยากหรือไม่
ควรเริ่มเตรียมตัวแบบไหน
วิธีเตรียมที่คุ้มที่สุดไม่ใช่เริ่มจากซื้อหนังสือมั่วๆ แต่คือการไล่ดูข้อกำหนดของมหาวิทยาลัยเป้าหมายก่อน แล้วค่อยถอยกลับมาวางแผนอ่านหนังสือให้ตรงวิชา ตัวอย่างเช่น คนที่สมัครสายวิทยาศาสตร์ควรเช็กให้แน่ชัดว่าจะใช้คณิตศาสตร์คอร์ส 2 และวิทยาศาสตร์สองวิชาอะไรบ้าง ส่วนสายมนุษยศาสตร์มักเกี่ยวข้องกับภาษาญี่ปุ่น ญี่ปุ่นและโลก และคณิตศาสตร์คอร์ส 1
อีกจุดที่ไม่ควรมองข้ามคือการฝึกจากข้อสอบเก่าและคู่มือทางการของ JASSO เพราะจะช่วยให้เห็นรูปแบบคำถามจริงมากกว่าการอ่านสรุปจากที่อื่นอย่างเดียว โดยเฉพาะส่วนภาษาญี่ปุ่นที่ต้องจัดการเวลาให้ดีทั้งการอ่าน การฟัง และการเขียน
จะเช็กรายชื่อมหาวิทยาลัยที่ใช้ EJU ได้จากไหน
แทนที่จะพึ่งรายชื่อที่คัดลอกต่อกันมาจนเก่า แนะนำให้ใช้หน้าค้นหาของหน่วยงานทางการหรือฐานข้อมูลมหาวิทยาลัยที่อัปเดตอยู่เสมอ เพราะบางหลักสูตรเปลี่ยนเงื่อนไขรับสมัครได้ทุกปี แหล่งที่ปลอดภัยที่สุดคือหน้าข้อมูล EJU ของ JASSO และหน้าแนะนำการศึกษาต่อญี่ปุ่นของ Study in Japan
JPSS ก็มีคำอธิบายที่ช่วยให้เห็นภาพว่ามหาวิทยาลัยจำนวนมากใช้ EJU ร่วมกับการสอบข้อเขียน การสัมภาษณ์ หรือมินิเอสเซย์ นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมการรู้แค่ว่า “มหาวิทยาลัยไหนรับ EJU” ยังไม่พอ คุณต้องดูด้วยว่าเขาใช้คะแนนนั้นร่วมกับอะไรอีก
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ EJU
ถ้ายังไม่อยู่ญี่ปุ่น สามารถสอบ EJU ได้ไหม
ได้ EJU มีสนามสอบนอกญี่ปุ่นในหลายประเทศและภูมิภาค รวมถึงประเทศไทย แต่เมืองสอบและรายละเอียดการสมัครควรตรวจจากประกาศทางการของปีนั้นอีกครั้ง
ทุกมหาวิทยาลัยในญี่ปุ่นบังคับใช้ EJU หรือไม่
ไม่ใช่ทุกแห่ง แต่หลายมหาวิทยาลัยใช้ผลสอบนี้อย่างจริงจัง โดยเฉพาะในเส้นทางปริญญาตรีสำหรับนักศึกษาต่างชาติ ดังนั้นอย่าข้ามการเช็กเงื่อนไขรายสถาบัน
ถ้ามีผล JLPT แล้ว ยังต้องสอบ EJU ไหม
ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยและคณะที่คุณสมัคร บางแห่งยังต้องการ EJU เพราะใช้ดูทั้งภาษาและวิชาการ ไม่ได้มองเฉพาะระดับภาษาญี่ปุ่น
ควรอ่านอะไรเป็นอันดับแรก
เริ่มจากประกาศรับสมัครของมหาวิทยาลัยเป้าหมาย แล้วค่อยดูคู่มือ EJU วิชาที่ต้องใช้ และตัวอย่างข้อสอบเก่า วิธีนี้ช่วยให้การเตรียมตัวไม่หลุดประเด็น
ชุมชน
ความคิดเห็น
0 ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็นที่เผยแพร่ในภาษานี้
ส่งความคิดเห็น