ถ้าพูดถึงหนังสัตว์ประหลาดยักษ์ของญี่ปุ่น คนส่วนใหญ่มักนึกถึง Godzilla ก่อนเสมอ แต่ในโลกของ kaiju ยังมีอีกชื่อที่ถูกพูดถึงมานานไม่แพ้กัน นั่นคือ Gamera (ガメラ) เต่ายักษ์พ่นไฟจากค่าย Daiei ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 1965 และค่อยๆ กลายเป็นไอคอนของหนังสัตว์ประหลาดอีกสายหนึ่งของญี่ปุ่น
หลายคนเรียก Gamera ว่า “คู่แข่งของ Godzilla” ซึ่งก็ไม่ผิดนัก ถ้ามองในแง่ประวัติศาสตร์ของวงการหนัง เพราะ Gamera ถูกสร้างขึ้นในช่วงที่ Godzilla ของ Toho กำลังประสบความสำเร็จสูงมาก อย่างไรก็ตาม ความเป็นคู่แข่งนี้ไม่ได้หมายถึงการเป็นศัตรูในเรื่องเดียวกันแบบตรงๆ แต่เป็นการเติบโตคู่กันของสองแฟรนไชส์ที่ช่วยกำหนดภาพจำของหนัง kaiju ญี่ปุ่นคนละแบบ

สารบัญ 5
Gamera คือใคร?
Gamera มีรูปลักษณ์เป็นเต่ายักษ์ สามารถพ่นไฟและบินได้โดยหมุนตัวอยู่ในกระดอง จุดเด่นนี้ทำให้เขาแตกต่างจากสัตว์ประหลาดยักษ์ตัวอื่นทันทีตั้งแต่แรกเห็น ภาพจำแบบ “เต่าบินได้” อาจฟังแปลก แต่กลับกลายเป็นเอกลักษณ์ที่แฟนหนังจดจำได้มากที่สุดอย่างหนึ่งของวงการ
ภาพยนตร์เรื่องแรกคือ Gamera, the Giant Monster ในปี 1965 หลังจากนั้นแฟรนไชส์ก็เดินต่อทั้งยุคโชวะ ไตรภาคเฮเซที่จริงจังขึ้นในทศวรรษ 1990, ภาค Gamera the Brave ในปี 2006 และการกลับมาอีกครั้งใน GAMERA -Rebirth- ปี 2023 ซึ่งทำให้ชื่อของ Gamera กลับมาอยู่ในสายตาแฟนรุ่นใหม่อีกครั้ง
ทำไมถึงถูกเรียกว่าเป็นคู่แข่งของ Godzilla?
คำว่า “คู่แข่ง” เกิดจากบริบทของสตูดิโอและตลาดหนังมากกว่าความขัดแย้งในเนื้อเรื่อง Daiei ต้องการสัตว์ประหลาดยักษ์ของตัวเองในช่วงที่ Godzilla กำลังโด่งดัง จึงสร้าง Gamera ขึ้นมาพร้อมภาพจำที่ต่างออกไป แม้แฟนๆ จะชอบนำสองตัวละครมาเทียบกันเสมอ แต่ทั้งคู่ไม่เคยมีภาพยนตร์ครอสโอเวอร์อย่างเป็นทางการ
อีกเหตุผลที่การเปรียบเทียบนี้น่าสนใจ คือบทบาทของตัวละครต่างกันชัดเจน Godzilla มักถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของพลังทำลายล้าง ภัยธรรมชาติ หรือความหวาดกลัวจากยุคปรมาณู ขณะที่ Gamera ค่อยๆ พัฒนาไปในทางผู้พิทักษ์ โดยเฉพาะเมื่อมีเด็กหรือมนุษย์ผู้บริสุทธิ์อยู่ในเรื่อง ถ้าอยากเห็นว่า Godzilla เองมีอิทธิพลต่อภาพลักษณ์ญี่ปุ่นมากแค่ไหน ลองดูบทความเรื่อง Godzilla, Doraemon และ Kumamon: ตัวละครญี่ปุ่นที่ได้ตำแหน่งทางการจริง เพิ่มได้เช่นกัน

จุดเด่นของ Gamera ที่ทำให้แฟนหนังยังจำได้
- กระดองหมุนบิน: ลูกเล่นที่ไม่มีใครเหมือน และกลายเป็นภาพจำหลักของตัวละคร
- พ่นไฟ: พลังโจมตีหลักที่ทำให้ Gamera ดูเป็นสัตว์ประหลาดสายบู๊เต็มตัว
- ภาพลักษณ์ผู้พิทักษ์: หลายภาควางให้ Gamera ปกป้องเด็กและมนุษย์จากไคจูตัวอื่น
- บรรยากาศต่างจาก Godzilla: บางยุคของ Gamera เน้นผจญภัยและเข้าถึงง่ายกว่า แม้บางภาคจะจริงจังและหม่นขึ้นมาก
ภาคสำคัญที่ควรรู้จักก่อนเริ่มดู
- Gamera, the Giant Monster (1965): จุดเริ่มต้นของตัวละครและต้นทางของภาพจำทั้งหมด
- Gamera: Guardian of the Universe (1995): รีบูตสำคัญที่ทำให้แฟรนไชส์กลับมาดูจริงจังและได้รับคำชมมากขึ้น
- Gamera 2: Attack of Legion (1996) และ Gamera 3: Revenge of Iris (1999): สองภาคที่แฟนจำนวนมากยกให้เป็นช่วงพีคของไตรภาคเฮเซ
- Gamera the Brave (2006): ปรับโทนให้อ่านง่ายขึ้นและเล่าเรื่องในมุมที่อ่อนโยนกว่าเดิม
- GAMERA -Rebirth- (2023): การคืนชีพในรูปแบบแอนิเมชันที่ช่วยให้แฟนรุ่นใหม่รู้จัก Gamera อีกครั้ง
Gamera สำคัญต่อแฟนโทคุซัตสึอย่างไร?
ต่อให้ไม่โด่งดังระดับเดียวกับ Godzilla ในตลาดโลก Gamera ก็ยังเป็นชื่อที่ข้ามไปไม่ได้เมื่อพูดถึงหนัง tokusatsu และหนังสัตว์ประหลาดญี่ปุ่น เพราะเขาพิสูจน์ว่าฝั่งนี้ไม่ได้มีพื้นที่ให้ยักษ์ตัวเดียวเท่านั้น แฟรนไชส์ Gamera มีทั้งเสน่ห์แบบยุคเก่า งานชุดมอนสเตอร์ที่จดจำง่าย และช่วงเวลาที่กล้าปรับโทนให้เข้มขึ้นอย่างชัดเจน
ถ้าคุณสนใจรากของหนังฮีโร่และสัตว์ประหลาดญี่ปุ่นมากขึ้น บทความ โทคุซัตสึ: ประวัติ ฮีโร่ และช่องทางรับชมออนไลน์ จะช่วยให้เห็นภาพกว้างของแนวนี้ได้ดีขึ้น ส่วน Gamera ก็เป็นหนึ่งในชื่อที่ทำให้คำว่าโทคุซัตสึยังมีชีวิตอยู่ในหมู่แฟนหนังจนถึงวันนี้

สรุปสั้นๆ คือ Gamera ไม่ได้เป็นแค่ตัวละครที่ถูกเอาไปเทียบกับ Godzilla เท่านั้น แต่เป็นไอคอนอีกสายหนึ่งของหนัง kaiju ญี่ปุ่นที่มีตัวตนชัด มีประวัติยาว และยังกลับมาเล่าใหม่ได้เสมอในแต่ละยุค หากอยากเริ่มรู้จักโลกของสัตว์ประหลาดญี่ปุ่นจากมุมที่ต่างออกไป Gamera คือชื่อที่ควรเริ่มจำให้แม่น
ชุมชน
ความคิดเห็น
0 ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็นที่เผยแพร่ในภาษานี้
ส่งความคิดเห็น