การมองหามหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยในญี่ปุ่นไม่ใช่แค่ดูว่าโรงเรียนไหนมีชื่อเสียงที่สุด แต่ต้องดูด้วยว่าเมืองที่ตั้งเหมาะกับการใช้ชีวิตของคุณหรือไม่ หลักสูตรเปิดสอนเป็นภาษาอะไร และเงื่อนไขรับนักศึกษาต่างชาติเข้มแค่ไหน หากเริ่มจากคำถามเหล่านี้ก่อน การคัดตัวเลือกจะง่ายขึ้นมาก
ญี่ปุ่นมีสถาบันอุดมศึกษาหลายประเภท ทั้งมหาวิทยาลัยระดับปริญญาตรี วิทยาลัยอนุปริญญา วิทยาลัยเทคนิค และสถาบันอาชีวศึกษาเฉพาะทาง ผู้สมัครจึงควรดูให้ชัดว่าต้องการเส้นทางแบบไหน เพราะระยะเวลาเรียน ค่าใช้จ่าย และโอกาสต่อยอดหลังเรียนจบแตกต่างกันพอสมควร
ถ้าคุณอยากเริ่มจากรายชื่อสถาบันที่เป็นที่รู้จักก่อน ลองอ่านบทความ 10 อันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น แล้วค่อยกลับมาใช้คู่มือนี้เพื่อคัดจังหวัด ประเภทสถาบัน และเงื่อนไขที่เหมาะกับตัวเอง
สารบัญ 8
มหาวิทยาลัยกับวิทยาลัยในญี่ปุ่นต่างกันอย่างไร
ในภาพรวม มหาวิทยาลัยเหมาะกับคนที่ต้องการเรียนต่อระดับปริญญาตรีและมีตัวเลือกคณะกว้างกว่า ส่วนวิทยาลัยอนุปริญญาหรือวิทยาลัยเฉพาะทางเหมาะกับคนที่ต้องการหลักสูตรสั้นลงหรือเน้นทักษะเฉพาะด้านมากขึ้น เช่น การดูแลสุขภาพ ธุรกิจ การออกแบบ หรือสายเทคนิค
ข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการศึกษาต่อญี่ปุ่นระบุว่า สถาบันระดับอุดมศึกษาที่นักศึกษาต่างชาติสมัครได้มีหลายประเภท และกลุ่มมหาวิทยาลัยกับวิทยาลัยอนุปริญญายังแยกต่อเป็นโรงเรียนของรัฐบาล ท้องถิ่น และเอกชน ซึ่งส่งผลทั้งต่อค่าเล่าเรียน ภาพแวดล้อม และจำนวนหลักสูตรที่เปิดรับ
ภาพรวมจำนวนสถาบันที่ควรรู้ก่อนเลือก
หากดูเฉพาะมหาวิทยาลัยระดับปริญญาตรีและวิทยาลัยอนุปริญญา ญี่ปุ่นมีตัวเลือกจำนวนมากมากพอที่จะทำให้หลายคนเลือกไม่ถูก เว็บไซต์ Study in Japan ฉบับภาษาไทยอธิบายว่า มหาวิทยาลัยระดับปริญญาตรีมีทั้งที่ก่อตั้งโดยรัฐบาล ท้องถิ่น และเอกชน ขณะที่วิทยาลัยอนุปริญญาก็มีจำนวนมากในภาคเอกชนเช่นกัน
ข้อดีของตัวเลือกที่หลากหลายคือคุณไม่จำเป็นต้องยึดอยู่แค่โตเกียวหรือโอซาก้า จังหวัดอื่น ๆ อย่างฮอกไกโด ไอจิ ฟุกุโอกะ เกียวโต เซนได หรือฮิโรชิมะก็มีสถาบันที่น่าสนใจ และบางครั้งค่าครองชีพอาจสมดุลกว่าด้วย
เลือกโรงเรียนจากจังหวัดอย่างไร
การเลือกตามจังหวัดเป็นวิธีที่ช่วยประหยัดเวลาได้มาก เพราะชีวิตนักศึกษาในญี่ปุ่นผูกกับเมืองที่คุณอยู่จริง ๆ หากอยากอยู่เมืองใหญ่ เดินทางสะดวก และมีตัวเลือกงานพิเศษมาก โตเกียวกับโอซาก้ามักเป็นจุดเริ่มต้นยอดนิยม แต่ถ้าชอบบรรยากาศที่สงบลง ค่าใช้จ่ายไม่สูงเกินไป และยังมีสถาบันคุณภาพดี เกียวโต ฟุกุโอกะ ฮอกไกโด หรือไอจิก็น่าสนใจ
- โตเกียว เหมาะกับคนที่อยากได้ตัวเลือกสถาบันหลากหลาย โอกาสฝึกงาน และชีวิตเมืองใหญ่
- โอซาก้า เหมาะกับคนที่ต้องการเมืองใหญ่ที่ค่าครองชีพบางส่วนยังผ่อนกว่าโตเกียว
- เกียวโต เด่นด้านบรรยากาศการเรียน เมืองประวัติศาสตร์ และการใช้ชีวิตที่เป็นระเบียบ
- ไอจิ เหมาะกับสายวิศวกรรม อุตสาหกรรม และเมืองศูนย์กลางภาคกลางของญี่ปุ่น
- ฮอกไกโด เหมาะกับคนที่ชอบพื้นที่กว้าง ธรรมชาติ และสภาพแวดล้อมที่ต่างจากเมืองหนาแน่น
- ฟุกุโอกะ เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่อยากอยู่เมืองใหญ่ทางคิวชูและเดินทางสะดวก
ภาษาที่ใช้เรียนและเงื่อนไขสอบ
แม้จะมีหลักสูตรภาษาอังกฤษเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่ในทางปฏิบัติ หลายมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยในญี่ปุ่นยังใช้ภาษาญี่ปุ่นเป็นหลัก โดยเฉพาะในหลักสูตรปกติของนักศึกษาท้องถิ่น หากคุณตั้งใจสมัครหลักสูตรภาษาญี่ปุ่น ควรเตรียมทั้งผลสอบ JLPT และติดตามว่าคณะที่สนใจใช้คะแนน EJU หรือไม่
Jeducation และหน้าแนะนำอย่างเป็นทางการของ Study in Japan ต่างชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า ผู้สมัครต้องตรวจเกณฑ์ของแต่ละมหาวิทยาลัยโดยตรง เพราะเงื่อนไขสอบเข้าไม่เหมือนกันทุกแห่ง บางสถาบันดูคะแนนภาษาเป็นหลัก บางแห่งมีสัมภาษณ์ บางแห่งพิจารณาเอกสารและแผนการเรียนร่วมด้วย
ค่าเล่าเรียนและงบประมาณเบื้องต้น
สำหรับหลายคน เรื่องค่าใช้จ่ายสำคัญไม่แพ้ชื่อมหาวิทยาลัย ข้อมูลทางการของ Study in Japan ระบุว่าค่าแรกเข้าและค่าเล่าเรียนปีแรกของมหาวิทยาลัยรัฐบาลโดยเฉลี่ยอยู่ในระดับที่ต่างจากมหาวิทยาลัยท้องถิ่นและเอกชนอย่างชัดเจน ดังนั้นอย่าดูแค่ค่าเทอมต่อปี แต่ควรดูค่าหอพัก ค่าครองชีพ ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายช่วงเริ่มต้นทั้งหมดพร้อมกัน
ถ้าคุณมีงบจำกัด การเลือกจังหวัดนอกศูนย์กลางเมืองใหญ่อาจทำให้บริหารค่าเช่าและค่ากินอยู่ได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังมีโอกาสเจอสถาบันที่ตรงสายเรียนมากกว่าโรงเรียนดังที่แข่งขันสูงในโตเกียว
วิธีคัดรายชื่อให้เหลือโรงเรียนที่เหมาะจริง
- กำหนดก่อนว่าต้องการเรียนมหาวิทยาลัย วิทยาลัยอนุปริญญา หรือหลักสูตรเฉพาะทาง
- เลือกจังหวัดจากรูปแบบชีวิตที่ต้องการ ไม่ใช่เลือกจากชื่อเสียงอย่างเดียว
- เช็กภาษาที่ใช้สอน ว่าต้องใช้ญี่ปุ่นเต็มรูปแบบหรือมีหลักสูตรภาษาอังกฤษ
- ดูเงื่อนไขสอบเข้า เช่น JLPT, EJU, พอร์ตโฟลิโอ หรือสัมภาษณ์
- เทียบค่าเล่าเรียนกับค่าครองชีพของเมืองนั้น ๆ
- ยืนยันข้อมูลล่าสุดผ่านระบบค้นหาโรงเรียนอย่างเป็นทางการของญี่ปุ่นทุกครั้ง
แหล่งข้อมูลที่ควรใช้ก่อนตัดสินใจ
ถ้าคุณต้องการรายชื่อโรงเรียนที่อัปเดตที่สุด ควรใช้ระบบ Search for schools ของ Study in Japan เป็นหลัก เพราะสามารถคัดตามสาขา เมือง หรือภาษาที่ใช้สอนได้ จากนั้นค่อยเปิดเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งเพื่อตรวจสอบกำหนดการรับสมัคร ค่าเล่าเรียน และหลักสูตรล่าสุดอีกครั้ง
ส่วนบทความรวมรายชื่อหรือบทความแนะนำมหาวิทยาลัย เหมาะสำหรับช่วยมองภาพรวมและหาแนวทางเบื้องต้น แต่ไม่ควรใช้แทนข้อมูลรับสมัครโดยตรง เนื่องจากรายละเอียดของหลักสูตรและเงื่อนไขเปลี่ยนได้ทุกปี
สรุป
มหาวิทยาลัยและวิทยาลัยในญี่ปุ่นมีตัวเลือกกว้างมาก และการเลือกที่ดีไม่จำเป็นต้องเริ่มจากอันดับเสมอไป หากคุณคัดจากจังหวัด ประเภทสถาบัน ภาษาเรียน และงบประมาณพร้อมกัน จะเห็นตัวเลือกที่เหมาะกับตัวเองชัดกว่าเดิมมาก แล้วค่อยใช้ฐานข้อมูลทางการเพื่อยืนยันรายละเอียดขั้นสุดท้ายก่อนสมัคร
ชุมชน
ความคิดเห็น
0 ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็นที่เผยแพร่ในภาษานี้
ส่งความคิดเห็น