5 อุทยานแห่งชาติญี่ปุ่นที่น่าไป พร้อมรายชื่อครบ 35 แห่ง

5 อุทยานแห่งชาติญี่ปุ่นที่น่าไป พร้อมรายชื่อครบ 35 แห่ง

คู่มือเลือกอุทยานแห่งชาติญี่ปุ่นจากสไตล์การเดินทาง พร้อมรายชื่อครบ 35 แห่ง

ญี่ปุ่นไม่ได้มีเพียงซากุระ เมืองใหญ่ และรถไฟความเร็วสูงเท่านั้น ภายในประเทศยังมีอุทยานแห่งชาติ 35 แห่ง ตั้งแต่พื้นที่ชุ่มน้ำและภูเขาหิมะของฮอกไกโด ไปจนถึงทะเลสีครามและแนวปะการังของโอกินาวะ ความต่างนี้สำคัญมาก เพราะคำว่า “อุทยานแห่งชาติญี่ปุ่น” ไม่ได้บอกว่าทุกแห่งเที่ยวแบบเดียวกัน

ถ้าต้องการเลือกให้ตรงกับทริป ให้เริ่มจากสิ่งที่อยากทำ: ดูภูเขาไฟและออนเซ็น เดินป่า ชมสัตว์ป่า หรือใช้เวลาริมทะเล บทความนี้คัด 5 แห่งที่มีบุคลิกชัดเจน แล้วรวบรวมรายชื่อทางการครบทั้ง 35 แห่งไว้ท้ายบทความ

สารบัญ 14

อุทยานแห่งชาติญี่ปุ่นคืออะไร?

อุทยานแห่งชาติของญี่ปุ่นเรียกว่า kokuritsu kōen (国立公園) เป็นพื้นที่ธรรมชาติที่กำหนดโดยรัฐภายใต้กฎหมายอุทยานธรรมชาติ และอยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงสิ่งแวดล้อมญี่ปุ่น พื้นที่ในอุทยานอาจมีข้อกำหนดต่างกันตามระดับการคุ้มครอง จึงไม่ควรคิดว่าเดินเข้าได้ทุกจุด หรือทำกิจกรรมได้เหมือนกันทุกแห่ง

อย่าสับสนกับ kokutei kōen (国定公園) หรืออุทยานกึ่งแห่งชาติ ซึ่งเป็นคนละประเภท บทความนี้นับเฉพาะอุทยานแห่งชาติ: ปัจจุบันมี 35 แห่ง ไม่ใช่ 80 แห่งตามรายการเก่าที่มักถูกนำไปอ้างต่อกัน

เทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่นในอุทยานแห่งชาติชูบุซังกากุ

1. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเครามะ

หมู่เกาะเครามะในโอกินาวะเหมาะกับคนที่อยากให้วันเที่ยวธรรมชาติอยู่ใกล้ทะเลมากกว่าบนเส้นทางภูเขา จุดเด่นคือผืนน้ำใส ชายหาด และบรรยากาศของเกาะเล็ก ๆ การเดินทางเริ่มจากนาฮะด้วยเรือไปยังเกาะอย่างโทคาชิกิหรือซามามิ

กิจกรรมทางน้ำเป็นเหตุผลหลักที่หลายคนเลือกที่นี่ แต่ทะเลและสภาพอากาศเปลี่ยนได้เร็ว ควรตรวจตารางเรือ จุดลงเล่นน้ำ และคำแนะนำท้องถิ่นก่อนออกเดินทาง โดยเฉพาะหากตั้งใจดำน้ำหรือพายเรือ

2. อุทยานแห่งชาติชิเรโตโกะ

ชิเรโตโกะบนคาบสมุทรทางตะวันออกเฉียงเหนือของฮอกไกโดให้ประสบการณ์ที่ต่างออกไป: ป่า ชายฝั่ง และสัตว์ป่าอยู่ใกล้กันมากกว่าในจุดหมายยอดนิยมหลายแห่งของญี่ปุ่น พื้นที่บางส่วนเข้าถึงได้ยาก และการดูธรรมชาติอย่างรับผิดชอบสำคัญกว่าการพยายามไปให้ถึงทุกจุด

เส้นทางเดินและเรือนำเที่ยวช่วยให้เห็นภูมิประเทศได้หลายมุม แต่ผู้มาเยือนควรปฏิบัติตามคำเตือนเรื่องหมีสีน้ำตาล ไม่ทิ้งอาหาร และไม่เข้าใกล้สัตว์ป่า ชิเรโตโกะจึงเหมาะกับคนที่ชอบธรรมชาติจริงจังและยอมให้เงื่อนไขของพื้นที่เป็นตัวกำหนดแผนเที่ยว

3. อุทยานแห่งชาติคิริชิมะ-คินโกวัง

คิริชิมะ-คินโกวังเชื่อมภูมิประเทศภูเขาไฟของคิวชูเข้ากับอ่าวคิงโกะและเงาของซากุระจิมะ จึงเหมาะกับนักเดินทางที่อยากเห็นภูเขาไฟ ออนเซ็น และวิวชายฝั่งในทริปเดียวกัน พื้นที่ครอบคลุมจังหวัดมิยาซากิและคาโงชิมะ

คำว่า “ภูเขาไฟ” ไม่ได้เป็นเพียงฉากหลัง เส้นทางบางจุดอาจเปลี่ยนตามระดับกิจกรรมภูเขาไฟและสภาพอากาศ ควรตรวจประกาศล่าสุดก่อนเลือกเส้นทาง ไม่ยึดข้อมูลเก่าหรือแผนที่ท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว

4. อุทยานแห่งชาติโยชิโนะ-คุมาโนะ

หากอยากให้ธรรมชาติเดินคู่กับประวัติศาสตร์และเส้นทางแสวงบุญ โยชิโนะ-คุมาโนะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ อุทยานครอบคลุมพื้นที่ในมิเอะ นาระ และวากายามะ มีทั้งภูเขา หุบเขา ชายฝั่ง และพื้นที่รอบคุมาโนะซันซัง

ภูเขาโยชิโนะเป็นที่รู้จักจากดอกซากุระในฤดูใบไม้ผลิ แต่ช่วงดอกบานก็มักมีผู้คนหนาแน่น ผู้ที่อยากเดินช้า ๆ ควรเลือกวันธรรมดา วางแผนที่พักล่วงหน้า และไม่คาดหวังว่าทุกส่วนของอุทยานจะเดินถึงกันได้ในวันเดียว

ทิวทัศน์ของอุทยานแห่งชาติโยชิโนะ-คุมาโนะ

5. อุทยานแห่งชาติฟูจิ-ฮาโกเนะ-อิซุ

ฟูจิ-ฮาโกเนะ-อิซุ เป็นชื่อที่คุ้นเคยที่สุดสำหรับหลายคน เพราะเชื่อมภูเขาไฟฟูจิ ฮาโกเนะ ทะเลสาบ และหมู่เกาะอิซุเข้าด้วยกัน ความใกล้โตเกียวทำให้เข้าถึงง่าย แต่พื้นที่กว้างเกินกว่าจะมองว่าเป็นจุดแวะเดียว

เลือกโฟกัสเพียงส่วนเดียวจะทำให้ทริปดีขึ้นมาก: ฮาโกเนะสำหรับบ่อน้ำพุร้อนและการเดินทางจากโตเกียว พื้นที่รอบฟูจิสำหรับวิวภูเขาและทะเลสาบ หรืออิซุสำหรับเกาะและทะเล ตารางรถ เรือ และอากาศมีผลต่อแผนมากกว่าการพยายามเก็บทุกชื่อในวันเดียว

ทิวทัศน์ใกล้ฮาโกเนะในอุทยานแห่งชาติฟูจิ-ฮาโกเนะ-อิซุ

เลือกอุทยานให้ตรงกับทริป

  • อยากเดินป่าและเห็นภูเขา: ชิเรโตโกะ ชูบุซังกากุ มินามิแอลป์ หรือไดเซ็ตสึซัง
  • อยากได้ทะเลและเกาะ: เครามะ อิริโอโมเตะ-อิชิงากิ ไซไก หรือโอคาซาวาระ
  • สนใจภูเขาไฟและออนเซ็น: ฟูจิ-ฮาโกเนะ-อิซุ คิริชิมะ-คินโกวัง อาโสะ-คูจู หรือชิโกสึ-โทยะ
  • อยากผสานธรรมชาติกับวัฒนธรรม: โยชิโนะ-คุมาโนะ นิกโก หรืออิเสะ-ชิมะ

ไม่ว่าคุณจะเลือกแห่งใด ให้ดูเว็บไซต์ทางการของอุทยานและศูนย์บริการนักท่องเที่ยวก่อนออกเดินทาง เพื่อเช็กเส้นทาง เปิด-ปิดพื้นที่ กฎการตั้งแคมป์ และคำเตือนตามฤดูกาล

รายชื่ออุทยานแห่งชาติญี่ปุ่นครบ 35 แห่ง

รายชื่อนี้อ้างอิงบัญชีของกระทรวงสิ่งแวดล้อมญี่ปุ่น และรวมอุทยานแห่งชาติฮิดากะซังเมียคุ-เอริโมะ-โทคาจิ ซึ่งกำหนดเป็นแห่งที่ 35 ในปี 2024

ฮอกไกโด

  • ริชิริ-เรบุน-ซาโรเบ็ตสึ
  • ชิเรโตโกะ
  • อากัง-มาชู
  • คุชิโระชิสึเก็ง
  • ไดเซ็ตสึซัง
  • ฮิดากะซังเมียคุ-เอริโมะ-โทคาจิ
  • ชิโกสึ-โทยะ

โทโฮคุ

  • โทวาดะ-ฮาจิมันไต
  • ซันริคุฟุกโก
  • บันได-อาซาฮี

คันโตและพื้นที่ตอนกลาง

  • นิกโก
  • โอเซะ
  • โจชินเอ็ตสึโคเก็น
  • เมียวโก-โทกาคุชิเร็นซัง
  • ชิจิบุ-ทามะ-ไค
  • โอกาซาวาระ
  • ฟูจิ-ฮาโกเนะ-อิซุ
  • มินามิแอลป์
  • ชูบุซังกากุ
  • ฮาคุซัง

คันไซ จูโงกุ และชิโกกุ

  • อิเสะ-ชิมะ
  • โยชิโนะ-คุมาโนะ
  • ซันอินไคกัน
  • เซโตะไนไค
  • ไดเซ็น-โอกิ
  • อาชิซูริ-อุวาไค

คิวชูและโอกินาวะ

  • ไซไก
  • อุนเซ็น-อามาคุสะ
  • อาโสะ-คูจู
  • คิริชิมะ-คินโกวัง
  • ยากูชิมะ
  • อามามิกุนโต
  • ยันบารุ
  • หมู่เกาะเครามะ
  • อิริโอโมเตะ-อิชิงากิ
เส้นทางภูเขาในเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่น

สรุป

อุทยานแห่งชาติญี่ปุ่น 35 แห่งไม่ใช่รายชื่อสำหรับติ๊กให้ครบ แต่เป็นแผนที่ของภูมิประเทศที่ต่างกันอย่างมาก เลือกทะเล ภูเขาไฟ ป่า หรือเส้นทางวัฒนธรรมให้ชัด แล้วเผื่อเวลาไว้กับการเดินทางและสภาพอากาศ คุณจะได้เห็นญี่ปุ่นในจังหวะที่ต่างจากเมืองใหญ่โดยสิ้นเชิง

แหล่งที่มาและลิงก์ที่เป็นประโยชน์

เกี่ยวกับผู้เขียน

Kevin Henrique

ผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมเอเชียที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี โดยเน้นญี่ปุ่น เกาหลี อนิเมะ และเกม เป็นนักเขียนและนักเดินทางที่เรียนรู้ด้วยตัวเอง มุ่งสอนภาษาญี่ปุ่น เคล็ดลับท่องเที่ยว และเรื่องน่าสนใจเชิงลึก

ชุมชน

ความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็นที่เผยแพร่ในภาษานี้

ส่งความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็นต่อบทความนี้

กำลังโหลดการตรวจสอบความปลอดภัย...

อย่าส่งลิงก์ embed หรือโฆษณา ความคิดเห็นจะผ่านระบบกันสแปมและแปลอัตโนมัติก่อนแสดงผล