Fujigoko (富士五湖) คือกลุ่มทะเลสาบ 5 แห่งทางตอนเหนือของภูเขาไฟฟูจิ ได้แก่ คาวากุจิโกะ ยามานากะโกะ ไซโกะ โชจิโกะ และโมโตสุโกะ ถ้าต้องการเห็นฟูจิใกล้กว่าการเที่ยวโตเกียวแบบไปเช้าเย็นกลับ พื้นที่นี้ให้ทั้งวิวริมทะเลสาบ ทางเดิน ธรรมชาติ พิพิธภัณฑ์ และที่พักแบบเรียวกังในบรรยากาศที่ต่างกันไปตามแต่ละฝั่งน้ำ
จุดสำคัญคืออย่าพยายามเก็บครบทั้งห้าแห่งในเวลาไม่กี่ชั่วโมง คาวากุจิโกะเหมาะกับคนที่เดินทางครั้งแรกและใช้รถสาธารณะ ส่วนทะเลสาบทางตะวันตกอย่างไซโกะ โชจิโกะ และโมโตสุโกะเงียบกว่า แต่การเดินทางต้องวางแผนมากขึ้น บทความนี้ช่วยให้เลือกได้ว่าแต่ละแห่งเหมาะกับใคร ก่อนจัดวันเที่ยวจริง
สารบัญ 14
Fujigoko คืออะไร และอยู่ตรงไหน
Fujigoko อยู่บริเวณเชิงเขาด้านเหนือของภูเขาไฟฟูจิ ในจังหวัดยามานาชิ ชื่อ Fujigoko แปลตรงตัวว่า “ห้าทะเลสาบฟูจิ” ทะเลสาบทั้งห้าเกิดจากภูมิประเทศภูเขาไฟและเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ที่ผูกกับการเดินทางแสวงบุญและศิลปะเกี่ยวกับฟูจิมายาวนาน องค์การยูเนสโกระบุว่าทะเลสาบทั้งห้าอยู่ในบริบทของภูมิทัศน์วัฒนธรรมฟูจิซัง
สิ่งที่คนมาเยือนมองหาไม่เหมือนกันเสมอไป บางคนอยากเห็นเงาฟูจิบนผิวน้ำ บางคนต้องการที่พักใกล้สถานี ร้านอาหาร และออนเซ็น ขณะที่บางคนอยากเดินป่า ตั้งแคมป์ หรือใช้เวลาริมน้ำแบบเงียบกว่า การเลือกทะเลสาบให้ตรงกับจุดประสงค์จึงคุ้มกว่าการตามรายชื่อสถานที่ให้ครบ
รู้จัก 5 ทะเลสาบฟูจิ
ทะเลสาบคาวากุจิ — ฐานที่สะดวกที่สุด
ทะเลสาบคาวากุจิ (河口湖, Kawaguchiko) เป็นจุดเริ่มต้นที่ใช้งานง่ายที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ เพราะมีสถานีคาวากุจิโกะ รถบัส โรงแรม ร้านอาหาร และกิจกรรมอยู่ใกล้กันมากกว่าแห่งอื่น จึงเหมาะกับทริปสั้น คนที่ไม่เช่ารถ และผู้ที่อยากมีตัวเลือกในวันที่เมฆบังยอดฟูจิ
ริมทะเลสาบมีทั้งจุดชมวิว พิพิธภัณฑ์ และกระเช้าลอยฟ้า Mount Fuji Panoramic Ropeway ซึ่งมองเห็นทะเลสาบกับภูเขาในมุมสูง หากอยากเดินช้า ๆ ให้เลือกช่วงเช้าหรือปลายวัน แสงและเมฆเปลี่ยนตลอดเวลา และการเห็นฟูจิชัดขึ้นอยู่กับสภาพอากาศมากกว่าตารางเที่ยว
ทะเลสาบยามานากะ — กว้างและเหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้ง
ทะเลสาบยามานากะ (山中湖, Yamanakako) มีพื้นที่ผิวน้ำมากที่สุดในกลุ่มห้าทะเลสาบ บรรยากาศเปิดโล่งและเหมาะกับคนที่อยากปั่นจักรยาน เดินริมฝั่ง หรือทำกิจกรรมทางน้ำตามฤดูกาล พื้นที่นี้ให้มุมมองฟูจิอีกด้านหนึ่ง และเป็นทางเลือกที่ดีหากอยากพักห่างจากความคึกคักของคาวากุจิโกะเล็กน้อย

ทะเลสาบไซ — ป่า ถ้ำ และจังหวะที่ช้าลง
ทะเลสาบไซ (西湖, Saiko) อยู่ทางตะวันตกของคาวากุจิโกะ และให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติมากกว่า จุดเด่นไม่ได้มีแค่ผิวน้ำ แต่ยังรวมถึงป่าอาโอกิงาฮาระรอบภูเขาไฟฟูจิและถ้ำลาวาในบริเวณใกล้เคียง เช่น ถ้ำลมฟุกากุและถ้ำน้ำแข็งนารุซาวะ เหมาะกับคนที่อยากสลับจากการถ่ายรูปริมทะเลสาบไปดูภูมิประเทศที่ภูเขาไฟสร้างไว้
การเที่ยวบริเวณถ้ำควรตรวจสอบวันเปิดและการเดินทางก่อนออกจากที่พัก โดยเฉพาะนอกฤดูกาลท่องเที่ยว อย่าวางแผนให้แน่นเกินไป เพราะรถสาธารณะไปยังฝั่งตะวันตกมีตัวเลือกน้อยกว่าคาวากุจิโกะ

ทะเลสาบโชจิ — เล็ก เงียบ และเหมาะกับการอยู่กับวิว
ทะเลสาบโชจิ (精進湖, Shojiko) เล็กที่สุดในห้าทะเลสาบ สิ่งที่น่าดึงดูดคือความเงียบและพื้นที่เปิดหน้าทะเลสาบ ไม่ใช่จำนวนร้านค้าหรือแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ ที่นี่เหมาะกับคนที่มีรถ เช่าจักรยานจากจุดที่เข้าถึงได้ หรือจัดเวลามานั่งดูแสงบนฟูจิแบบไม่เร่งรีบ
ที่พักและร้านอาหารมีน้อยกว่าแถวคาวากุจิโกะ จึงควรเตรียมเส้นทางกลับและอาหารให้พร้อม หากจุดหมายของคุณคือการตั้งแคมป์หรือเก็บภาพธรรมชาติ โชจิโกะให้บรรยากาศที่ต่างจากฝั่งที่มีผู้คนหนาแน่นอย่างชัดเจน

ทะเลสาบโมโตสุ — น้ำใสและมุมฟูจิอันคุ้นตา
ทะเลสาบโมโตสุ (本栖湖, Motosuko) อยู่ไกลสุดทางตะวันตกและลึกที่สุดในกลุ่ม จุดชมฟูจิจากฝั่งเหนือของทะเลสาบเป็นภาพที่หลายคนคุ้นจากธนบัตร 1,000 เยนรุ่นเก่า พื้นที่นี้เหมาะกับผู้ที่มีเวลาเพิ่มหรือเช่ารถ เพราะการเชื่อมต่อด้วยรถสาธารณะไม่ถี่เท่าคาวากุจิโกะ
อย่าคาดหวังว่าทะเลสาบจะมีแสงใสหรือเงาสะท้อนทุกวัน อากาศ ลม และเมฆกำหนดภาพที่เห็นมากที่สุด หากพักหลายคืน ให้เผื่อเช้าหนึ่งไว้สำหรับโมโตสุโกะแทนการยึดติดกับวันเดียว

ควรพักที่ไหน และใช้เวลากี่วัน
หากไปครั้งแรกและมีเวลาเพียงหนึ่งคืน คาวากุจิโกะเป็นฐานที่จัดการง่ายที่สุด คุณอยู่ใกล้สถานี มีที่พักหลายรูปแบบ และเปลี่ยนแผนได้ง่ายเมื่ออากาศไม่เป็นใจ สองวันช่วยให้เพิ่มยามานากะโกะหรือเลือกหนึ่งในทะเลสาบทางตะวันตกได้โดยไม่ต้องรีบ ส่วนคนที่อยากเห็นทั้งห้าแห่งหรือแวะถ้ำ พิพิธภัณฑ์ และออนเซ็น ควรเผื่ออย่างน้อยสองถึงสามวัน
เรียวกังที่มองเห็นฟูจิให้ประสบการณ์ต่างจากโรงแรมในเมือง แต่ควรตรวจสอบว่าห้องหรืออ่างอาบน้ำหันไปทางไหนก่อนจอง วิวภูเขาไม่ได้มีจากทุกห้อง และสภาพอากาศก็ไม่รับประกันการมองเห็น การเลือกที่พักใกล้สถานีอาจคุ้มกว่าหากคุณพึ่งรถบัสเป็นหลัก
เดินทางรอบ Fujigoko อย่างมีแผน
จากโตเกียว นักท่องเที่ยวจำนวนมากเริ่มที่สถานีคาวากุจิโกะด้วยรถบัสทางหลวงหรือรถไฟผ่านโอสึกิ เมื่อมาถึงแล้ว ควรดูตารางรถบัสจริงในวันเดินทาง เพราะเส้นทาง ความถี่ และการจองเปลี่ยนได้ตามฤดูกาล คาวากุจิโกะเดินทางด้วยรถสาธารณะสะดวกที่สุด ขณะที่การไปไซโกะ โชจิโกะ และโมโตสุโกะต้องเผื่อเวลารอมากกว่า
รถเช่าช่วยให้เข้าถึงทะเลสาบทางตะวันตกได้ง่ายขึ้น แต่ฤดูหนาวต้องคำนึงถึงสภาพถนนและกฎของบริษัทเช่ารถเสมอ ถ้าไม่ขับรถ ให้เลือกเพียงหนึ่งฝั่งในแต่ละวัน จะได้มีเวลามองวิวจริง ๆ แทนการใช้ทั้งวันบนรถบัส
ช่วงเวลาเที่ยวที่เหมาะกับสิ่งที่คุณอยากทำ
ฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วงเป็นช่วงที่คนสนใจมากเพราะดอกไม้และสีของใบไม้ แต่ก็มีผู้คนมากตามจุดยอดนิยม ฤดูร้อนเหมาะกับกิจกรรมริมน้ำและการเดินทางกลางแจ้ง ส่วนฤดูหนาวมักให้โอกาสเห็นแนวภูเขาชัดในวันที่ฟ้าเปิด แม้อากาศจะหนาวกว่าเดิม
ไม่ว่าคุณไปฤดูไหน ให้เช็กพยากรณ์อากาศก่อนออกจากที่พักในตอนเช้า ถ้าวันนั้นยอดฟูจิถูกเมฆปิด ให้ย้ายกิจกรรมไปที่พิพิธภัณฑ์ ถ้ำ หรือออนเซ็น แล้วเก็บจุดชมวิวไว้สำหรับวันที่ฟ้าเปิด วิธีนี้ทำให้ทริปยืดหยุ่นและไม่เสียเวลาไล่ตามภาพเดียว
คำถามที่พบบ่อย
ไป Fujigoko แบบวันเดียวพอไหม
พอสำหรับคาวากุจิโกะและจุดใกล้เคียง แต่จะเร่งมากหากตั้งใจไปทะเลสาบอื่นด้วย หากเป้าหมายคือสัมผัสความต่างของทั้งพื้นที่ ค้างอย่างน้อยหนึ่งคืนจะจัดจังหวะได้ดีกว่า
ทะเลสาบไหนเหมาะกับคนไม่มีรถ
คาวากุจิโกะเหมาะที่สุด เพราะเป็นศูนย์กลางการเดินทางและมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากกว่า ยามานากะโกะเป็นตัวเลือกต่อยอดได้เมื่อดูเวลาเดินรถล่วงหน้า
จำเป็นต้องเห็นฟูจิชัดเพื่อให้ทริปคุ้มไหม
ไม่จำเป็น พื้นที่นี้ยังมีริมทะเลสาบ ถ้ำ พิพิธภัณฑ์ อาหารท้องถิ่น และออนเซ็นให้ทำได้ในวันที่เมฆมาก แต่ถ้าวิวฟูจิคือเป้าหมายหลัก การพักหลายคืนและเปิดแผนให้ยืดหยุ่นจะเพิ่มโอกาสมากกว่า
ชุมชน
ความคิดเห็น
0 ความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็นที่เผยแพร่ในภาษานี้
ส่งความคิดเห็น